อินเดียเดินหน้าโครงการเขื่อนชนจีน จุดชนวนประท้วงเดือดในรัฐชายแดน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่าการประท้วงในหุบเขาสิอัง รัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ทวีความรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนเกิดการปะทะกับตำรวจ และมีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 21 คน โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ขณะที่ผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินและจุดไฟเผาสถานีตำรวจ รวมถึงสำนักงานของบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดีย
เจ้าหน้าที่ เอส.ดี สิงห์ จัมวาล ผู้บัญชาการตำรวจรัฐอรุณาจัลประเทศ กล่าวว่า มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ่อนไหว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความสงบเรียบร้อยซ้ำอีก
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เกิดการประท้วงเป็นระยะในพื้นที่หุบเขาสิอัง จากแผนก่อสร้างโครงการอเนกประสงค์พลังน้ำสิอังตอนบน กำลังการผลิต 11,200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแห่งชาติของรัฐบาลอินเดีย
ประชาชนที่คัดค้านโครงการกังวลว่า การสร้างเขื่อนจะทำให้หมู่บ้านบรรพบุรุษของชนเผ่าในพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยกลุ่มชาวบ้านยืนยันว่า จะคัดค้านต่อไปจนกว่าจะยกเลิกโครงการ เนื่องจากหมู่บ้านของบรรพบุรุษ 27 แห่งจะจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด และอีกอย่างน้อย 40-50 แห่งจะได้รับผลกระทบ หากโครงการแล้วเสร็จ
อนึ่ง แม่น้ำสิอังไหลจากทิเบตเข้าสู่รัฐอรุณาจัลประเทศ โดยในทิเบตมีชื่อว่าแม่น้ำยาร์ลุงซางโป ขณะที่จีนประกาศแผนก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณต้นน้ำสายนี้ เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ทำให้รัฐบาลอินเดียกังวลว่า จีนซึ่งเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์มายาวนาน อาจใช้การควบคุมแม่น้ำเป็นเครื่องมือกดดันอินเดีย
นอกจากนี้ จีนอ้างสิทธิเหนือรัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งเรียกว่า “จางหนาน” ว่าเป็นส่วนหนึ่งของทิเบตตอนใต้ ขณะที่อินเดียยืนยันว่ารัฐดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอินเดียอย่างสมบูรณ์และไม่อาจแบ่งแยกได้ และเรียกโครงการเขื่อนของจีนว่าเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอด พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่กับการเคารพสิทธิและความต้องการของประชาชนในหุบเขาสิอัง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS