โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลจับมือจีนหนุนสินค้าไทย รับเงินกว่า 1.66 แสนดอลลาร์จากกองทุนแม่โขง–ล้านช้าง

เดลินิวส์

อัพเดต 28 ตุลาคม 2569 เวลา 2.20 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลจับมือจีนหนุนสินค้าเกษตรไทยบุกตลาดจีน รับเงินสนับสนุนกว่า 1.66 แสนดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนแม่โขง–ล้านช้าง พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 150 ราย ใช้ประโยชน์เส้นทางรถไฟไทย–ลาว–จีน ขยายโอกาสส่งออกสินค้าเกษตร

วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคธุรกิจเกษตรกรรม สามารถเข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้น

โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Agreement of Cooperation on Projects of the 2025 Mekong–Lancang Cooperation Special Fund) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลงดังกล่าว เพื่อรับเงินสนับสนุนจากฝ่ายจีนจำนวน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่เกิน 1,229,100 หยวน สำหรับดำเนินโครงการส่งเสริมธุรกิจการเกษตรเพื่อการค้าผ่านทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศแถบแม่โขง–ล้านช้าง มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยผ่านเส้นทางรถไฟไทย–ลาว–จีน

นางสาวลลิดากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งระหว่างไทย สปป.ลาว และจีน ควบคู่กับการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการส่งออกและขยายตลาดสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับโครงการดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI) เป็นหน่วยงานดำเนินงาน โดยมีกลุ่มเป้าหมายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรกรรม รวม 150 ราย เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพด้านการค้า การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ ก่อนนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน (Joint Action Plan) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจเกษตรกรรมและขยายโอกาสทางการค้าในอนุภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้าง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการคือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟไทย–ลาว–จีน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์และสนับสนุนการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสทางการค้า กฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในภูมิภาค

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายจีนจะจัดสรรเงินสนับสนุนจำนวน 166,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่เกิน 1,229,100 หยวน สำหรับดำเนินโครงการภายในระยะเวลา 3 ปี โดยตามร่างความตกลงกำหนดให้ฝ่ายจีนจัดสรรงบประมาณภายใน 20 วันทำการหลังจากลงนาม และฝ่ายไทยต้องแจ้งยืนยันการได้รับเงินอย่างเป็นทางการภายใน 10 วันทำการ ทั้งนี้ วันที่ลงนามในความตกลงจะถือเป็นวันเริ่มต้นโครงการ พร้อมกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ เพื่อให้การใช้เงินสนับสนุนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับกองทุนพิเศษแม่โขง–ล้านช้าง (Mekong–Lancang Cooperation Special Fund: MLCSF) เป็นกลไกสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย โดยจีนได้ประกาศจัดตั้งกองทุนดังกล่าวในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม 2559 เพื่อสนับสนุนโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก ทั้งนี้ ในปี 2568 มีโครงการของประเทศไทยได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณรวม 19 โครงการ โดยเป็นโครงการของกระทรวงพาณิชย์ 1 โครงการ คือโครงการส่งเสริมธุรกิจการเกษตรเพื่อการค้าผ่านทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศแถบแม่โขง–ล้านช้าง

นางสาวลลิดากล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเงินสนับสนุนจากต่างประเทศมาใช้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยไม่สร้างภาระผูกพันต่องบประมาณของรัฐบาล และร่างความตกลงไม่ได้ก่อให้เกิดพันธกรณีที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะอยู่ภายใต้การกำกับติดตามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้เงินสนับสนุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจเกษตรกรรมอย่างแท้จริง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งออก ความร่วมมือกับจีนภายใต้กองทุนแม่โขง–ล้านช้าง จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้และเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจ พร้อมใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟไทย–ลาว–จีน เพื่อเชื่อมโยงสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีนและประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคแม่โขง–ล้านช้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบขนส่งและโลจิสติกส์ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรไทย สร้างความเข้มแข็งให้ภาคธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...