โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โดนด้วย! ผอ.ฟ้างัดหลักฐานโอน 4 แสน แฉ จิตอาสา “หนวดจิ๋ม” สูบเงินบริจาค

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โดนอีกราย! “ผอ.ฟ้า” โชว์หลักฐานแชต-สลิปโอนเงิน โดน จิตอาสา “หนวดจิ๋ม” สูบเงินบริจาคเสียหายกว่า 4 แสนบาท หลังอ้างทำโรงทานช่วยน้ำท่วม

โดนอีกราย! “ผอ.ฟ้า” โชว์หลักฐานแชต-สลิปโอนเงิน โดน จิตอาสา “หนวดจิ๋ม” สูบเงินบริจาคเสียหายกว่า 4 แสนบาท หลังอ้างทำโรงทานช่วยน้ำท่วม

วันที่ 12 ต.ค.2569 จากกรณีมีชายรายหนึ่ง แอบอ้างเป็นจิตอาสา หลอกขอเงินบริจาคนำไปประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่ภายหลังพบข้อสงสัยว่าเงินอาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และผู้เสียหายหลายราย มูลค่าความเสียหายรวมอาจเกือบ 1 ล้านบาท โดยล่าสุดทางด้าน “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” พร้อม “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด หลังถูกชายที่แอบอ้างเป็นจิตอาสา หลอกขอเงินบริจาคนำไปประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้(12 ตุลาคม 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ พิพิธภัณฑ์พุทธศิลป์สมเด็จโต ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้าผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี และเจ้าของพิพิธภัณฑ์ อนุรักษ์พุทธศิลป์มรดกไทย มรดกธรรม สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ซึ่งเป็นอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อของชายคนดังกล่าวในการโอนเงินช่วยเหลือช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเงินจำนวนมากอีกด้วย โดยได้มีการโชว์หลักฐานการโอนเงินให้กับชายคนดังกล่าวไปกว่า 400,000 บาทพร้อมกับแชตที่มีการพูดคุยเพื่อขอรับการบริจาคทั้งเงินและสิ่งของต่างๆ

โดย ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ “ฟ้าให้ทีวี” และประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข กล่าวถึงกรณีที่ตนเองเคยให้ความช่วยเหลือและบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการจัดโรงทานช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนภายหลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาค โดยระบุว่า มูลค่าความช่วยเหลือทั้งเงินสดและสิ่งของรวมกว่า 400,000 บาท พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2568 ระหว่างที่ตนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยช่วงนั้นมีการช่วยเหลือหมูชื่อ “บุญรอด” ซึ่งเป็นข่าวในขณะนั้น ต่อมามีบุคคลจากกลุ่มหน่วยกู้ภัยเข้ามาขอความอนุเคราะห์ โดยครั้งแรกเป็นการขอสนับสนุนค่าเดินทางและจัดซื้อสิ่งของสำหรับนำไปทำความสะอาดพื้นที่ประสบภัย ทีมงานจึงจัดซื้อสิ่งของจากห้างค้าส่งเป็นเงินกว่าหมื่นบาท และมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 2,000 บาท

ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้เข้าพบและแจ้งว่าจะนำสิ่งของไปเปิดโรงทานที่ศูนย์พักพิงผู้อพยพในพื้นที่กันตารัฐ ซึ่งขาดแคลนอาหาร ซึ่งตนเองเห็นว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต จึงสนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภคเต็มกระบะรถ พร้อมมอบเงิน 10,000 บาท และโอนเงินเพิ่มเติมอีก 10,000 บาทในคืนเดียวกัน หลังได้รับแจ้งว่าต้องจัดเตรียมอาหารให้เจ้าหน้าที่ทหารด้วย โดยการช่วยเหลือนั้นเริ่มต้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ก่อนจะมีการโอนเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยบางวันโอนเงินประมาณ 20,000 บาท หลังได้รับข้อมูลว่ามีประชาชนกว่า 400 คนต้องได้รับอาหาร และมีการส่งภาพอาหารมาอัปเดตให้ดูเป็นประจำ ทำให้เข้าใจว่าอาหารที่ปรากฏในภาพเป็นอาหารที่จัดทำขึ้นจากเงินสนับสนุนดังกล่าวทั้งหมด

ซึ่งภายหลังเริ่มมีการขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมในหลายเรื่อง ทั้งการจัดซื้อสิ่งของและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จึงมอบหมายให้หลานเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ก่อนพบข้อสงสัยว่า อาหารที่นำมาแสดงในภาพบางส่วนอาจเป็นอาหารที่หน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นจัดทำอยู่แล้ว โดยผู้รับเงินนำภาพมาอัปเดตเสมือนเป็นผลงานการจัดทำอาหารของตนเอง และจากข้อมูลที่ได้รับในภายหลัง ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยเฉพาะการเที่ยวกลางคืนและการเที่ยวผู้หญิง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ระบุว่าได้รับจากบุคคลใกล้ชิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการใช้เงินแต่ละส่วนยังต้องได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีกรณีคุณยายรายหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งตนได้ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพจำนวน 15,000 บาท ก่อนจะยังคงให้การสนับสนุนต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่ได้รับแจ้งว่าจะปิดโรงทานในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 โดยประเมินมูลค่าความช่วยเหลือทั้งหมด ทั้งเงินโอนและสิ่งของ รวมกว่า 400,000 บาท ซึ่งในช่วงแรกตนเองไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำใจ และเข้าใจว่าการช่วยเหลือประชาชนยังคงเกิดขึ้นอยู่ จึงไม่คาดคิดว่าจะมีบุคคลอื่นได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันอีก

กระทั่งต่อมา เมื่อเห็นตนเองกระแสข่าวเกี่ยวกับบุคคลอื่นที่ออกมาเปิดเผยประสบการณ์การให้ความช่วยเหลือและบริจาคเงิน จึงกลับไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และพบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการขอรับเงินและการไม่ชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ค้า ซึ่งพฤติกรรมของชายรายนี้ชอบเที่ยวกลางคืน เที่ยวผู้หญิง ซึ่งทำให้ตนต้องการออกมาเตือนสังคมให้เพิ่มความระมัดระวัง การช่วยเหลือคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนบริจาคต้องตรวจสอบให้รอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ เพราะทุกคนที่บริจาคต่างมีเจตนาต้องการให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง เงินทุกบาทมีคุณค่า ผู้บริจาคควรมั่นใจว่าเงินจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งในช่วงแรกตนเองนั้นไม่ทราบว่าบัญชีที่โอนเงินไปนั้น ไม่ได้เป็นชื่อของบุคคลที่เข้ามาขอความช่วยเหลือโดยตรง ภายหลังเกิดกระแสข่าวจึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสลิปการโอนเงิน และพบว่าชื่อบัญชีเป็นบุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีภาพถ่ายร่วมกับผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...