โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากการแสดงโชว์ความสามารถสู่สมรภูมิทำสงครามจริงๆ: จีนเตรียมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับการสู้รบ

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

INSIGHT-From dance floor to war: China readies humanoid robots for combat

By Eduardo Baptista, REUTERS

07/09/2026

การที่เทคโนโลยีและการผลิตหุ่นยนต์ของแดนมังกรกำลังก้าวหน้าไปไกลเหนือใครๆ กำลังกลายเป็นโอกาสทองให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนสามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว ขณะเดียวกับที่พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานทางทหารของตนเองขึ้นมา อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่กำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้

ปักกิ่ง - ในการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก (World Humanoid Robot Games) ที่ประเทศจีนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ชมได้เห็นหุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์เหล่านี้ เข้าร่วมแข่งขันกระโดด, ชกมวย, และเต้นรำ โดยเฉพาะในรายการวิ่งแข่งระยะ 100 เมตรนั้น หุ่นยนต์บางตัววิ่งได้เร็วกว่ายูเซน โบลต์ (Usain Bolt) เสียอีก ท่านผู้ชมยังพากันต่างส่งเสียงเชียร์ขีดความสามารถที่พัฒนาขึ้นมามากของหุ่นยนต์ รวมทั้งการสะดุดล้มของหุ่นบางตัวที่สมควรนำมาทำเป็นมีม (meme) กันทีเดียว

ภายหลังการแข่งขันสิ้นสุดลง 2 วัน เจ่ฟ่างจิว์นเป้า หรือ PLA Daily หนังสือพิมพ์ทางการของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ได้เผยแพร่ข้อสรุปของตนเองจากรายการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ครั้งใหญ่ครั้งนี้ โดยประเด็นสำคัญคือ การเรียกร้องให้พวกนักวิจัยเร่งการถ่ายโอนเทคโนโลยีล้ำสมัยจากห้องปฏิบัติการไปยังสนามฝึกสำหรับการสร้าง “นักรบ” หุ่นยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพขึ้นมา

เวลานี้หน่วยงานด้านกลาโหมของจีนกำลังเร่งการวิจัยเกี่ยวกับการนำเอาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้งานทางทหาร และการวางแผนสำหรับนำเอาพวกมันเข้าประจำการใช้งานยามสงครามในท้ายที่สุด ทั้งนี้ ตามการตรวจสอบสืบค้นของสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยอาศัยทั้งประกาศจัดซื้อจัดจ้างทางทหารของจีนมากกว่า 100 รายการ, ผลการศึกษาวิจัยทางวิชาการ, สิทธิบัตร, สิ่งพิมพ์ทางการ. บันทึกของรัฐบาล, ตลอดจนเอกสารของบริษัทด้านกลาโหม

จากบันทึกเอกสารที่ยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน แสดงให้เห็นว่า พวกสถาบันทางทหารของแดนมังกรกำลังทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเรื่องการตอบสนองต่อเงื่อนไขความต้องการในสนามรบ, รวมทั้งกำลังพยายามจัดหาหุ่นยนต์และเทคโนโลยีเพื่อฝึกฝนพวกมัน, และกำลังศึกษาวิจัยวิธีการนำเอาพวกมันมาทำงานร่วมกับกองทหาร

งานเหล่านี้เริ่มมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในช่วงปี 2025 และ 2026 โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องการรับรู้, การควบคุม, และข้อมูลการฝึกหุ่นยนต์

ตามข้อมูลของ BofA Global Research (หน่วยงานวิจัยระดับโลกของแบงก์ออฟอเมริกา) ปรากฏว่าในการจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเมื่อปี 2025 พวกอุตสาหกรรมการผลิตของจีนเป็นผู้ครองส่วนแบ่งถึงประมาณ 95% ฐานะเด่นล้ำเหนือใครในเชิงพาณิชย์เช่นนี้ได้กลายเป็นโอกาสทองให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) สามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว ขณะเดียวกับที่พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานทางทหารของตนเองขึ้นมา

การวิจัยด้านหุ่นยนต์การทหารของจีนนี้ อันที่จริงก็เป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีกลาโหมทั่วโลกไปด้วยในตัว ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดรนกึ่งอัตโนมัติที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการนำทางและกำหนดเป้าหมาย ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ภารกิจการลาดตระเวนและการโจมตี เวลาเดียวกันนั้นก็มีการใช้งานหุ่นยนต์ขนส่งเสบียงและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้รอยเตอร์เคยรายงานเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในเรื่องความพยายามของกองทัพจีนในการศึกษาเรียนรู้บทเรียนจากสงครามยูเครน ซึ่งถือเป็นการสู้รบขัดแย้งครั้งร้ายแรงที่สุดในยุโรปภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

วิวัฒนาการดังกล่าวยังกำลังขับดันกองทัพทั่วโลกให้พุ่งความสนใจไปที่ระบบอัตโนมัติต่างๆ

“หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ตั้งแต่ตอนแรกเลย คือเพื่อใช้มันเข้าไปในที่ซึ่งเราไม่อยากให้มนุษย์เข้าไป” เดนนิส ฮง (Dennis Hong) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลและการบินอวกาศ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) กล่าว “หากการสูญเสียหุ่นยนต์หมายถึงการหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตมนุษย์แล้ว หุ่นยนต์ย่อมกลายเป็นสิ่งที่เราสามารถสละได้”

ทั้งกระทรวงกลาโหมจีน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศแห่งชาติ (National University of Defense Technology หรือ NUDT) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยชั้นนำของ PLA ต่างไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเมื่อรอยเตอร์ติดต่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในทางการทหาร

รอยเตอร์ยังไม่พบหลักฐานใดๆ ว่าจีนได้นำเอาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ติดอาวุธเข้ามาใช้งานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการของ PLA แล้ว อันที่จริงหุ่นยนต์เหล่านี้ยังคงใช้พลังงานสูงและไม่อาจเชื่อถือวางใจได้เมื่ออยู่นอกการสาธิตที่มีการควบคุมเงื่อนไขต่างๆ เอาไว้ โดยที่ แอรอน จอห์นสัน (Aaron Johnson) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ชี้ว่า สภาพแวดล้อมในสนามรบจริงๆ มีตัวแปรมากมาย และท้าทายความสามารถของหุ่นยนต์ในรูปแบบที่ไม่อาจคาดเดารับมือกันไว้ล่วงหน้า

กองกำลังจู่โจมในเขตเมือง

อย่างไรก็ดี จีนมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพื่อทำสงครามในเขตเมืองแล้ว

หุ่นยนต์ "สู้รบ" จำนวน 6 ตัว – ประกอบด้วยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, หุ่นยนต์ 4 ขาหรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า หุ่นยนต์สุนัข, และยานพาหนะไร้คนขับ – จะถูกแบ่งออกเป็นทีมจู่โจม 2 ทีม ทีมหุ่นยนต์นี้จะทำงานร่วมกับกองทหารภาคพื้นดิน โดยหุ่นยนต์ทำหน้าที่เคลียร์อาคารที่ศัตรูยึดครองอยู่ทีละชั้นและทีละห้อง

ฉากทัศน์ดังกล่าวนี้ได้ถูกบรรยายไว้ในเอกสารเดือนสิงหาคม 2025 ของคณะนักวิจัยที่ศูนย์ทดสอบของ NUDT ในเมืองซีอาน

ขณะที่การศึกษานี้มุ่งสร้างแบบจำลองกองกำลังจู่โจมในเมืองซึ่งใช้อุปกรณ์ที่ผู้เขียนคาดการณ์ว่าอาจมีให้ใช้ได้ภายใน 5-10 ปี แต่ไม่ได้ระบุถึงกฎการปะทะ, อาวุธที่หุ่นยนต์จะพกพา, หรือวิธีการที่พวกมันจะรับมือเมื่อเผชิญหน้ากับพลเรือน

จั๋วหมิ่น โจว (Juo-Min Chou) นักวิจัยของสถาบันเพื่อการวิจัยการป้องกันประเทศและความมั่นคง (Institute for National Defense and Security Research) ของไต้หวัน ให้ความเห็นว่า เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มีการพัฒนายกระดับด้านการทรงตัว, การรับรู้, และความอดทน ก็อาจทำให้พวกมันมีประโยชน์ในสถานที่ต่างๆ เช่น อาคาร อุโมงค์ และภายในเรือ เธอชี้ว่า “ในทางทฤษฎีแล้ว มือและเท้าทั้งสองข้างของพวกมัน ควรสามารถทำงานผสมผสานกันในเวลาที่มีการเคลื่อนที่, การปีนป่าย, และการควบคุม”

อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่า สำหรับภารกิจที่ง่ายกว่า อย่างการลาดตระเวนหรือการขนส่ง พวกหุ่นยนต์สี่ขา, หุ่นยนต์ตีนตะขาบ, หรือหุ่นยนต์ล้อเลื่อน โดยทั่วไปแล้วจะมีราคาถูกกว่าและใช้งานในขนาดขอบเขตที่ต้องการได้ง่ายกว่า

ความคิดเห็นที่อภิปรายถกเถียงกันอยู่ภายในแวดวงการทหารของจีน บ่งชี้วิสัยทัศน์ของการมองเห็นบทบาทที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เป็นต้นว่า บทความชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ PLA Daily ฉบับเดือนกรกฎาคม 2025 ระบุว่าภารกิจของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจพัฒนาจาก "การสนับสนุนการรบไปสู่การเป็นกำลังรบหลัก" และได้กล่าวถึงวิธีการที่หุ่นยนต์อาจได้รับอนุญาตให้ยิงเป้าหมายที่มีชีวิตซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว

ในเดือนธันวาคม กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคตะวันออกแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA Eastern Theater Command) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอตัดต่อที่สร้างโดย AI ซึ่งแสดงให้เห็นหุ่นยนต์ทางทหารต่างๆ มีทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา กำลังเอาชนะการป้องกันของไต้หวัน ในการสู้รบขัดแย้งที่สมมติขึ้นว่าจะเกิดขึ้นมาในอนาคต

จีน ไม่ใช่เป็นประเทศเดียวที่กำลังศึกษาการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มาใช้ในสนามรบ เมื่อปีที่แล้ว กองทัพบกสหรัฐฯ ได้เริ่มจัดการแข่งขันเพื่อพัฒนา "ขีดความสามารถทางการทหารของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ซึ่งอาจสามารถปฏิบัติงานร่วมกับทหารได้ในอนาคต กองทัพบกสหรัฐฯระบุว่าบทบาทที่เป็นไปได้ของหุ่นยนต์เหล่านี้มีอาทิ การลาดตระเวน, การรักษาความปลอดภัย, การกำจัดสิ่งกีดขวาง, การจัดการวัตถุอันตราย, ตลอดจนภารกิจทั้งเชิงรุกและเชิงรับในพื้นที่เขตเมือง โดยผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายสูงสุดไม่เกิน 10 รายมีกำหนดจะนำระบบของพวกเขามาทดสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของสหรัฐฯในปีนี้ พร้อมทั้งมีงบประมาณที่อาจสูงถึง 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับสัญญาจ้างงานในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของสหรัฐฯ ยังคงตามหลังจีนอยู่มากในด้านการพัฒนาหุ่นยนต์แบบสองขาและสี่ขา ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วว่า บริษัทยูนิทรี (Unitree) ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาชั้นนำของโลก ได้นำนวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบหุ่นยนต์สุนัขรุ่นที่มียอดขายสูงสุดของบริษัท

ทั้งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) และกองทัพบกสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว

การแทรกซึมเข้าสู่แนวหลังของข้าศึก

ความสนใจของจีนในการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในภารกิจทางทหารเริ่มมีมากขึ้นในปี 2024 ข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย NUDTของจีน ระบุว่า ในปีดังกล่าว NUDT และบัณฑิตยสภาทางวิทยาศาสตร์การทหาร (Academy of Military Sciences) ของจีน ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยมีหัวข้อหนึ่งว่าด้วยการประยุกต์ใช้ระบบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในงานด้านการทหาร รอยเตอร์ได้ติดต่อสอบถามความเห็นเรื่องนี้ แต่ทั้ง 2 สถาบันไม่ได้ตอบกลับ

หนึ่งปีต่อมา NUDT ได้กำหนดบทบาทของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในสนามรบอย่างชัดเจน ข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุว่า การแข่งขันที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2025 มีรายการหนึ่งที่มุ่งจำลองสถานการณ์ "การแทรกซึมเข้าสู่แนวหลังของข้าศึก" ซึ่งกำหนดให้หุ่นยนต์ต้องเข้าไปในพื้นที่, ทำแผนที่, และระบุตำแหน่งเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันอีกรายการหนึ่งซึ่งวางแนวคิดให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล, ตรวจตราระเบียบวินัย, และลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยภายในฐานทัพอีกด้วย

มหาวิทยาลัยด้านการวิจัยทางการทหารแห่งนี้ระบุว่า การแข่งขันดังกล่าวมีความมุ่งหมายส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเสมือนสนามทดสอบให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถ "ก้าวเข้าสู่สนามรบ" ได้ในท้ายที่สุด

บันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายสูงสุดดังที่ว่าเช่นกัน

กล่าวคือ ในเดือนพฤษภาคม 2025 PLA ได้ประกาศประกวดราคาเพื่อจัดซื้อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งรวมถึงบริการติดตั้งและการฝึกอบรมทางเทคนิค ต่อมาอีก 4 เดือน มีประกาศจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุที่อยู่อีเมลของ NUDT เป็นช่องทางติดต่อ โดยเป็นการจัดซื้อ "ระบบการรับรู้อัจฉริยะและการปฏิบัติงานที่คล่องแคล่วของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม" (embodied humanoid robot intelligent perception and dexterous operation system)

อย่างไรก็ตาม บันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างนี้ ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงมากนัก สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าการประกวดราคาเหล่านี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และหากเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทใดเป็นผู้ชนะ หรือหุ่นยนต์รุ่นใดที่ถูกส่งมอบ

ในเดือนมิถุนายนปีนี้ PLA ได้จัดสรรงบประมาณประมาณ 300,000 ดอลลาร์ เพื่อการจัดซื้อจัดหาระบบรวบรวมและติดป้ายกำกับข้อมูลจากกล้อง, เรดาร์, และข้อมูลการเคลื่อนไหวสำหรับใช้กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศที่พวกมันสามารถเคลื่อนที่ผ่านได้ ทั้งนี้ตามเอกสารจัดซื้อจัดจ้างทางทหารอีกฉบับหนึ่ง

จากข้อกำหนดรายละเอียดของระบบที่ต้องการจัดซื้อจัดหาเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าความสนใจของกองทัพจีนกำลังขยายจากตัวหุ่นยนต์ไปสู่ระบบการรับรู้, การควบคุม, และการฝึก ซึ่งพวกนักวิชาการด้านกลาโหมระบุว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่จะก้าวออกไปให้ไกลกว่าแค่การเป็นตัวอย่างสาธิตภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่สามารถควบคุมได้

การควบคุมระยะไกล

ภายในปี 2026 การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนยังได้แพร่กระจายไปไกลกว่าแวดวงวิชาการทางทหาร โดยเข้าสู่อุตสาหกรรมด้านกลาโหมของจีนแล้ว

หุ่นยนต์ “ฟู่ซี” (Fuxi) ที่ผลิตโดยโนรินโก (Norinco) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทด้านกลาโหมที่มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นตัวอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ เอกสารของบริษัทที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคมอธิบายว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขนาดเต็มตัวสามารถปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายาม, ลาดตระเวนในทุกสภาพอากาศ, ตรวจการณ์แบบอัจฉริยะ, และปฏิบัติภารกิจอันตรายได้

โนรินโก ระบุว่า ฟู่ซี สามารถใช้งานร่วมกับระบบควบคุมระยะไกลของบริษัท ซึ่งทำให้ผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์สามารถควบคุมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากระยะไกลได้ ทั้งนี้ การลดทอนความจำเป็นที่หุ่นยนต์จะต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตนเอง จะช่วยแก้ปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์หลายคนกล่าวว่าเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

รอยเตอร์ได้สอบถามขอความคิดเห็นกับทางโนรินโกเช่นกัน แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ

มัลคอล์ม เดวิส (Malcolm Davis) นักวิเคราะห์อาวุโสของสถาบันนโยบายทางยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute) กล่าวว่า ในปัจจุบันเขายังไม่มองว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นระบบที่ใช้งานได้จริงในสนามรบ “แต่ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า” เขากล่าว “เป็นไปได้อย่างยิ่งที่พวกมันอาจสามารถทำได้”

ถึงแม้ในปัจจุบันยังคงมีการควบคุมจากระยะไกลกันอยู่ แต่ในที่สุดแล้วระบบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทางทหารที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอัตโนมัติ ก็จะต้องเผชิญกับข้อถกเถียงในทางจริยธรรมอยู่นั่นเอง กฎหมายสงครามฉบับต่างๆ ที่มีใช้กันอยู่เวลานี้ กำหนดให้กองกำลังอาวุธต้องแยกแยะนักรบออกจากพลเรือน และต้องงดเว้นจากการโจมตีนักรบที่บาดเจ็บหรือยอมจำนน

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross) เตือนว่าพวกระบบอาวุธอัตโนมัติ อาจมีปัญหาในการตีความสัญญาณการยอมจำนนได้อย่างน่าเชื่อถือ เนื่องจากการวินิจฉัยตัดสินในเรื่องเช่นนี้อาจขึ้นอยู่กับบริบท, พฤติกรรม, และเจตนา

กองทัพสหรัฐฯ ใช้วิธีกำหนดให้ระบบอาวุธอัตโนมัติต้องผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายและการทดสอบที่สมจริง ตลอดจนการให้ผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมในเรื่องการใช้กำลัง ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีนระบุในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่ าอาวุธที่ขับเคลื่อนด้วย AI ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์

กระนั้น ความกังวลเหล่านี้ก็ไม่ได้ยับยั้งจีนจากการสำรวจศึกษาลู่ทางการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในทางการทหาร

หวัง หยงฮวา (Wang Yonghua) นักวิจัยของบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์การทหารของจีน เขียนในบทวิจารณ์ชิ้นหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเผชิญกับปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกในด้านการเคลื่อนไหว, การรับรู้, และสติปัญญา ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการผ่าทางตันทางเทคนิค, การลดต้นทุนการผลิต และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จึงจะทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นระบบทางทหารที่แพร่หลายได้

หากเงื่อนไขเหล่านั้นได้รับการตอบสนอง หวังเขียนเอาไว้ว่า "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก็จะหลั่งไหลเข้าสู่สนามรบ"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...