สภากทม.ถกน้ำท่วม ชงใช้เงินสะสมจ่ายเยียวยาสัปดาห์หน้า
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง สภากรุงเทพมหานครจัดการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีระเบียบวาระที่ 1 พิจารณาเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ภายหลังจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงว่า เงินเยียวยาในส่วนที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบ จะมีการเสนอญัตติเข้าที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครในสัปดาห์หน้า โดยใช้เงินสะสมจ่ายขาด ซึ่งจะมีการสรุปตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนตกมาก หลายอย่างต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการกระจายอำนาจซึ่งเป็นจุดแข็ง ทำให้คนในพื้นที่มีข้อมูลและรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน นอกจากนี้ จุดแข็งของกรุงเทพมหานครคือการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสำนักงานเขต ทำให้สามารถพ้นจากวิกฤตได้เร็วขึ้น ผ่านแนวคิดการจับคู่เขตบัดดี้ โดยให้เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาช่วยเหลือเขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบว่า ได้ทำตามขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น ในช่วงน้ำท่วมต้องเข้าไปดูแลประชาชนและเร่งระบายน้ำ ส่วนหลังน้ำท่วมกรุงเทพมหานครได้กำจัดขยะไปแล้วจำนวน 25,000 ตัน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น สำหรับขั้นตอนการฟื้นฟูเยียวยา สิ่งสำคัญที่สุดคือการจ่ายเงินเยียวยาวงเงิน 5,000 บาท และ 9,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ก่อน เพื่อให้ประชาชนมีเงินบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ยื่นขอรับการเยียวยาแล้ว 1.6 ล้านคน และอนุมัติไปแล้วกว่า 4 แสนคน
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุเพิ่มเติมว่า การจ่ายเงินเยียวยาต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วน เนื่องจากมีทั้งผู้ที่มีเจตนาดี ผู้ที่ประสบปัญหาจริง และผู้ที่ไม่มีเจตนาดีหรือเข้าใจผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องละเอียดในการจ่ายเงินเพราะเงินทุกบาทคือภาษีของประชาชน โดยจะรับข้อสังเกตไปปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมขอบคุณ ส.ก. หลายคนที่ช่วยกันดูแล ลงพื้นที่ร่วมกันตลอดทุกคืน และร่วมมือช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี
ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวตอบคำถามสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการจัดการถุงยังชีพว่า กรุงเทพมหานครจัดถุงยังชีพทั้งหมด 178,862 ชุด แบ่งเป็นการจัดซื้อจำนวน 155,453 ชุด และการรับบริจาคจำนวน 23,409 ชุด ส่วนกรณีที่สำนักงานเขตจะจัดซื้อถุงยังชีพได้หรือไม่นั้น สามารถจัดซื้อได้ สำหรับการทำตัวเลขที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เป็นความต้องการของสำนักงานเขตที่เสนอขึ้นมา โดยเดิม สปภ. มีถุงยังชีพจำนวน 650 ถุง ตามที่สมาชิกสภากทม. กล่าวถึง ซึ่งการสั่งล่วงหน้ามีอยู่ที่ สปภ. แต่เป็นเฉพาะการมองล่วงหน้าและพิจารณาอายุของอาหารที่อยู่ภายในถุง จึงได้จัดส่งถุงยังชีพล็อตนี้ออกไปก่อน
น.ส.ทวิดา ชี้แจงถึงขั้นตอนการจัดซื้อว่า ได้สั่งซื้อถุงยังชีพตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน มีกำหนดส่งล็อตแรกวันที่ 29 กันยายน แต่ผู้จัดส่งโทรศัพท์มาขอเลื่อนว่าจัดส่งไม่ทันเที่ยง ขอส่งเป็นตอนเย็นเนื่องจากหาซื้อของไม่ได้ สำนักงานเขตจึงใช้วิธีนำเงินที่สำนักงบประมาณจัดสรรเข้าไปในระบบตั้งแต่คืนวันที่ 26 กันยายน ถึงเช้ามืดวันที่ 27 กันยายน มาใช้ในการสั่งซื้อบางส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการเขตบรรจุได้เพียงหลักร้อยชุด และของที่บรรจุก็ได้แค่ 1 วัน เพราะมีปริมาณเยอะ น้ำหนักมาก และสั่งซื้อของไม่ได้ในพื้นที่ที่มีความเสียหาย จึงทำให้ดูว่าซื้อจากส่วนกลางอาจจะง่ายกว่า แม้แต่ผู้ค้ารายใหญ่ก็ขอส่งมอบแบบแยกชิ้นส่วน จึงทำให้ต้องสั่งซื้อจากโรงงานนั้นๆ เป็นที่ตั้ง
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ในส่วนของเวชภัณฑ์มีการจัดเตรียม 311,520 ชิ้น ด้านครัวกลางของสำนักพัฒนาสังคมทำอาหารทั้งหมดเกือบ 1 แสนชุด และมีอาหารกล่องที่สำนักงานเขตจัดซื้ออิงตามกรอบงบประมาณ โดยหากงบประมาณส่วนใดที่จัดสรรไปแล้วไม่ได้ใช้งาน ทางสำนักงานเขตจะคืนกรอบงบประมาณนั้นเพื่อให้เขตอื่นที่มีกรอบงบประมาณไม่เพียงพอนำไปใช้ ขณะที่ยุทโธปกรณ์และกำลังพลทั้งหมดจัดมาเพื่อให้เต็มและกลับถึงที่ทั้งหมด โดยได้รับการร่วมมือจากหลายหน่วยงาน สำหรับการจัดการขยะจำนวน 23,000 ตัน ได้จัดจุดพักขยะโดยรอบกรุงเทพมหานคร ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จุดใหญ่ 2 จุดที่เหลืออยู่จะถูกขนย้ายออกและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีทั้งหมด