คลิปว่อน! 5 รุม 2 นศ.หญิงเมืองกาญจน์ รุมตบเตะคู่กรณี เหตุนินทาลับหลัง
คลิปว่อน! นักศึกษาหญิงเมืองกาญจน์ เปิดฉากรุมตบคู่กรณี 5 รุม 2 เหตุนินทาลับหลัง
จากกรณีมีเผยแพร่คลิปเด็กนักศึกษาแห่งหนึ่งในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี 2 คน โดนกลุ่มนักศึกษาจำนวน 5 คน รุมทำร้ายได้ใช้เท้าเตะและตบจนได้รับบาดเจ็บ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก
ล่าสุด เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 14 ธ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เป็นเหตุการณ์ เมื่อช่วงเที่ยง ในวันนี้ 14 ธ.ค.65 โดยนักศึกษาผู้หญิง 5 คน จากวิทยาลัยการอาชีพแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี ยกพวกไปรุมตบเตะทำร้ายเด็กนักศึกษาผู้หญิง 2 คน วิทยาลัยเดียวกัน ที่หน้าลานจอดรถคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ใน ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ความคืบหน้า น.ส.รัตติกาล (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี พร้อมด้วย น.ส.ธาราวดี (สงวนนามสกุล) ได้พากันเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองกาญจนบุรี โดยทั้งสองคนแจ้งว่า วันนี้ 14 ธ.ค.65 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่ผู้แจ้งทั้งสองอยู่ที่ห้องพัก ได้มี น.ส.เอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ)โดย น.ส.เอ เป็นเพื่อนของเพื่อน ส่วน น.ส.ซี (นามสมมุติ) เป็นรุ่นพี่ เรียนอยู่ที่วิทยาลัยการชีพแห่งหนึ่ง และ น.ส.อี (นามสมมุติ) ได้พากันมาพร้อมกับพวก เมื่อพบเห็นผู้แจ้งทั้งสองก็ได้ใช้กำลังตบตีผู้แจ้งทั้ง 2 ทันที จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และตามตัว โดยมีสาเหตุเกิดจาก 1 ในผู้ก่อเหตุไม่พอใจ โดยหาว่า น.ส.รัตติกาล (สงวนนามสกุล) ไปว่านินทาลับหลัง โดยอ้างว่ามีหลักฐาน ผู้ต้องหาที่ทำร้ายผู้แจ้งก็ได้ขับรถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะ ออกจากที่เกิดเหตุไป โดยผู้แจ้งทั้งสองได้รับบาดเจ็บ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเหตุให้ผู้ปกครองฯทราบแล้วก็ได้พากันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปตรวจบาดแผลไว้ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ น.ส.รัตติกาล (สงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า ตนได้รับโทรศัพท์จาก 1 ในผู้ก่อเหตุ ให้มาเคลียร์กันที่ตึกร้างส่วนตนบอกว่าให้มาคุยกันบนห้อง อีกฝ่ายไม่ยอมให้มาคุยกันที่ลานจอดรถ พอเจอหน้ากัน 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดใส่ตนเอง ว่ามึงปากดีใช่มั้ย หลังจากนั้นก็เปิดฉากเข้าตบรุมทำร้าย หลังทำร้ายเสร็จก็หลบหนีไป หลังเกิดเหตุก็โพสต์เฟซบุ๊คในลักษณะข่มขู่ว่าจะกลับมาทำร้าย จากนั้นแม่ได้พาไปแจ้งความ ส่วนเพื่อนที่ถูกทำร้ายตอนนี้ผู้ปกครองกลัวไม่ปลอดภัย จึงให้เพื่อนกลับไปอยู่บ้านแล้ว