ส.โรงแรมคาดตรุษจีนถือเป็นช่วงพีค ดึงจีนเที่ยวไทย
ส.โรงแรมคาดตรุษจีนถือเป็นช่วงพีค ดึงจีนเที่ยวไทย
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้ ถือเป็นช่วงสูงสุด (พีค) ของการมาเที่ยวไทย เพื่อร่วมฉลองในเทศกาลดังกล่าวด้วย ทำให้เริ่มเห็นยอดจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป และช่วงสงกรานต์ เดือนเมษายนเป็นต้นไป ก็เริ่มเห็นการออกมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยช่วงสงกรานต์ เชื่อว่าจะมีความคึกคักของนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ในแหล่งท่องเที่ยวที่นิยม อาทิ เชียงใหม่ พัทยา
นางมาริสากล่าวว่า ในด้านการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวจีน และระยะวันพำนัก ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทย มีแนวโน้มพักนานขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหากนักท่องเที่ยวจีนตรงเข้ามาเที่ยวไทย แบบไม่แวะเที่ยวที่ใดหรือไปเที่ยวที่ใดต่อ อาทิ เที่ยวกรุงเทพฯ จากที่เคยพัก 1 คืน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 คืน เพราะค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้นด้วย จากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อคนต่อทริป ในช่วงปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 โดยตอนนี้การมาเที่ยวไทยก็มาด้วยหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการมาท่องเที่ยว การมาช้อปปิ้ง หรือการมาใช้ไลฟ์สไตล์แบบไทยตามความชื่นชอบ
“หากเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิดระบาด นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยในตอนนี้ ถือเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสายการบินยังไม่สามารถกลับมามากขึ้น หรือเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้ รวมถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีชาวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแบบกรุ๊ปทัวร์ เพราะทางการจีนยังไม่อนุญาตให้ทำกรุ๊ปเที่ยวต่างประเทศ ภาพการฟื้นคืนมาของตลาดจีนจึงยังไม่ได้กลับไปปกติ” นางมาริสากล่าว
นางมาริสากล่าวว่า ประเมินเฉพาะธุรกิจโรงแรม อาจมีโรงแรมบางรายที่ทำการตลาดมานาน มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย อาจได้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเติมเต็มมากขึ้น จากเดิมที่ตลาดอินเดียเข้ามาเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียอาจหายไปบ้าง เพราะมีการกำหนดให้ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผ่านวิธี RT-PCR ก่อนเดินทางกลับเข้าประเทศ จึงเห็นการยกเลิกจองล่วงหน้าเกิดขึ้นบ้าง
นางมาริสากล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อภาคการท่องเที่ยว ได้แก่ สายการบินและจำนวนเที่ยวบิน ที่ถือเป็นปัจจัยหลักในการเข้ามาเที่ยว เพราะตอนนี้ถือว่าจำนวนเที่ยวบินยังกลับมาน้อยหากเทียบกับปี 2562 ในด้านอัตราเข้าพัก คาดการณ์ในเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 อัตราเข้าพักจะอยู่ที่ 60% ถือว่าดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถกลับไปเทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 70% ได้และน่าจะยังยาก เพราะแม้ปัจจุบันอัตราการเข้าพักเพิ่มก็จริง แต่มีประเด็นที่ส่งผลกระทบอื่นๆ โดยเฉพาะภาระที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ต้นทุนค่าไฟฟ้าปรับขึ้นกว่า 12% ของต้นทุนทั้งหมด หากผู้ประกอบการไม่สามารถลดต้นทุนพลังงานลงได้ อย่างการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
นางมาริสากล่าวว่า นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะแรงงานในระดับปฏิบัติการ สมาคมจึงจะขอเข้าหารือร่วมกับปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้ปลดล็อกการจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มจากเดิม 4 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่กำหนดไว้ เป็นการเพิ่มประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะที่ต้องการ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และอินโดนีเซีย ซึ่งต้องการให้เกิดการทำข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) แบบจริงจัง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ากว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติเท่าปี 2562 คงต้องใช้เวลาจนถึงปี 2567