โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สร้าง’พอร์ตหุ้นคงกระพัน’ ผลตอบแทนดีในทุกสภาวะ!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ธ.ค. 2565 เวลา 16.44 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2565 เวลา 00.30 น. • The Bangkok Insight

"พอร์ตหุ้นคงกระพัน" คือ พอร์ตการลงทุนที่มีการใช้กลยุทธ์ จำกัดความเสี่ยงของพอร์ตให้ลดลง โดยมีความทนทานต่อสภาวะตลาดที่ผันผวนได้ดี เพื่อมุ่งหวังไปสู่เป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนของการลงทุน อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

บทวิเคราะห์ บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้เปิดเผยทิศทางตลาดและกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยแนะนำกลยุทธ์สร้างพอร์ตคงกระพัน ด้วยการปรับเปลี่ยนหุ้นในพอร์ตและปรับน้ำหนักสินทรัพย์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้หลักคิดที่ว่าถึงในตลาดจะไม่มีหุ้นคงกระพัน หรือ สินทรัพย์คงกระพัน ที่ให้ผลตอบแทนดีในทุกสภาวะ แต่เราสามารถสร้างพอร์ตคงกระพันได้

เนื่องด้วยการปรับพอร์ตการลงทุนตามสถานการณ์ จะสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนแบบ "ซื้อและถือ" จึงแนะนำให้แบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. ส่วน "มุ่งชนะตลาด" (ALPHA HUNTING) ให้น้ำหนัก 55%
โดยพิจารณาหุ้นใน Sector Thematics และ Stock Logics ซึ่งปัจจุบันหุ้นที่บทวิเคราะห์แนะนำ ประกอบไปด้วย

IVL ปัจจัยบวกจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิแข็งแกร่ง และคาดว่ากำไรจะดีต่อเนื่อง รวมถึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็น

KTC เนื่องจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด

PTT ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าลงทุน โดย P/E ปี 2565 อยู่ที่ 9 เท่า P/B เท่ากับ 0.9 เท่า และ Dividend Payout Ratio เท่ากับ 5% ต่อปี

SAWAD ช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน รวมทั้งการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง 50% ตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 จึงมองว่าราคาปัจจุบันอยู่ในระดับน่าสนใจ

TISCO ปัจจัยหนุนจากการมีงบดุลแข็งแกร่งด้วย BIS Ratio ที่ 24% และ ROE เท่ากับ 17.4% สูงสุดในหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมทั้งมี Dividend Payout Ratio สูงกว่า 8% ต่อปี

2. ส่วน "เกาะตลาด" (BETA GRAZING) ให้น้ำหนักไม่เกิน 45%
ด้วยการนำเงินไปซื้อกองทุนรวม ETF (Exchange Traded Fund) ที่อิงดัชนี SET50 เพื่อกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงที่หลากหลาย เน้นเพิ่มความปลอดภัยให้พอร์ตโดยรวม

ทั้งนี้ จะเห็นว่าระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่ม หรือลดขนาดของพอร์ตการลงทุน (scalability) ได้อย่างคล่องตัว

ภาษีขายหุ้น

สำหรับพฤติกรรมตลาดในช่วงนี้ การซื้อขายยังคงชะลอตัว เพราะขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ขณะเดียวกันแนวโน้มตลาดในอนาคต โมเมนตัมก็ดูเป็นลบมากกว่าบวก พิจารณาจากการกระจายตัวของหุ้น SET100 ดังนั้น ในภาพรวมของเงินลงทุน จึงแนะนำให้ปรับลดน้ำหนักหุ้นจากที่เคยให้ลงทุนเต็ม 100% ลงมาเหลือ 70%

ขณะที่ข้อมูลการซื้อขายของ NVDR ในรอบ 10 วันทำการที่ผ่านมา สามารถแบ่งกลุ่มหุ้นตามพฤติกรรมตลาอด ได้ดังนี้

หุ้นที่มีแรงซื้อต่อเนื่อง: EA, SPALI, CPN, SCGP

หุ้นที่มีแรงขายต่อเนื่อง: CENTEL, IRPC

หุ้นที่ช่วงก่อนหน้าถูกขาย แต่เริ่มมีแรงซื้อกลับ: MTC

หุ้นที่เคยมีแรงซื้อมาก่อน แต่เริ่มเห็นแรงขาย: SCC

หุ้นที่มีแรงซื้อสลับขาย แต่สุทธิเป็นบวก: CBG

หุ้นที่มีแรงซื้อสลับขาย แต่สุทธิเป็นลบ: KKP

ทั้งหมดนี้ก็เป็นกลยุทธ์และเทรนด์การลงทุนที่เราหยิบมาฝากสำหรับนำมาประยุกต์ใช้ หรือนำมาคิดค้นต่อยอดเป็นแนวทางการจัดพอร์ตลงทุนของตัวเองในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2565 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเป็นเครื่องมือให้หลายคนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีหลักการ และสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...