โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์การใช้ "น้ำมันหอมระเหย" เครื่องมือช่วยผ่อนคลาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 06.56 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - น้ำมันหอมระเหย (ภาพจาก pixabay.com - public domain)

ประวัติศาสตร์ของการใช้น้ำมันหอมระเหยเข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยผ่อนคลายความเครียดและเหนื่อยล้ามีมาตั้งแต่อดีตสามารถนับย้อนกลับไปได้หลายพันปี โดยชนชาติแรกเริ่มที่มีการนำมาใช้ได้แก่ จีน โดยนำน้ำมันหอม มาใช้ในพิธีบูชาเทพเจ้า [1] ในขณะที่อียิปต์โบราณได้มีการสกัดน้ำมันออกมาจากสมุนไพรและดอกไม้ เช่น คาโมมาย และโรสแมรี่ เป็นต้น โดยใช้เป็นน้ำหอมสำหรับฟาโรห์ [2] ที่เป็นผู้ปกครองเมือง โดยฟาโรห์มีสถานะดังสมมุติเทพซึ่งมีจุดรวมกันก็คือความสูงส่งและเทพเจ้า

น้ำหอม หรือการใช้น้ำมันหอมระเหยในอดีตจึงเป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคม น้ำมันหอมถูกนำกลับมาใช้อย่างแพร่หลายในสังคมชนชั้นสูงยุโรปเพื่อดับกลิ่นกาย เนื่องจากทวีปยุโรปนั้นมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นจึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยอาบน้ำกันบ่อยนัก ประกอบกับระบบสุขภิบาลที่ไม่เป็นระบบจึงส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมา น้ำหอมจึงเป็นเครื่องมือในการช่วยดับกลิ่น [3] อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน กรรมวิธีการผลิตนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อยอดในทุกยุคทุกสมัย

กรรมวิธีในการทำน้ำมันหอมระเหยสามารถทำได้โดยการนำเอาส่วนต่างๆ อาทิ ดอก ใบ แก่น รากมาสกัดให้เป็นน้ำมัน [4] น้ำมันหอมระเหยถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงการ สปา การนวดผ่อนคลายการนวดอโรม่ามีส่วนช่วยทำให้เพิ่มการหมุนเวียนของเลือดและยังผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย[5]

โดยในปัจจุบันได้นิยมนำน้ำมันหอมระเหยมาผสมทำเทียนหอม กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยมีส่วนช่วยในการทำให้ร่างกายตื่นตัว และผ่อนคลายความเครียด [6] ส่วนที่กลิ่นนิยมมาสกัดจากใบ ได้แก่ เปปเปอร์มินต์, ตะไคร้ ส่วนที่สกัดจากผล ได้แก่ ส้ม โดยใช้เปลือกส้มในการสกัด กลิ่นที่นิยมนำมาสกัดจากดอก ได้แก่ ลาเวนเดอร์, กระดังงา และ มะลิ เป็นต้น [7]

โดยในปัจุบันได้มีการพัฒนาน้ำมันหอมระเหยกลิ่นใหม่ๆ โดยใช้กลิ่นของขนมหวานเข้ามาเป็นจุดสนใจ คือ กลิ่นวนิลา ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศในแถบยุโรป [8] ซึ่งในอนาคตเองก็น่าจะมีกลิ่นใหม่ๆแปลกๆ ออกมาอย่างแพร่หลายก็เป็นได้

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

[1] อำไพลี ละรัตนวงศ, & สิริวัฒน์ ศรีเครือดง. (2564). สุคนธบำบัด ศิลปะจากธรรมชาติเพื่อผ่อนคลายจิตใจผ่านอายตนะ. วารสารจิตวิทยา, Vol.19(No. 1), 59.

[2] González-Minero, F. J., Bravo-Díaz, L., & Ayala-Gómez, A. (2020). Rosmarinus officinalis L. (Rosemary): An Ancient Plant with Uses in Personal Healthcare and Cosmetics. Cosmetics, 7(4), 77. https://doi.org/10.3390/cosmetics7040077

[3] พิทยา บุนนาค (2553). เรื่องของส้วม. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กรกฎาคม 2553.

[4] วิจิตรา หลวงอินทร์. (2561). สุคนธบำบัดจากน้ำมันหอมระเหย วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา, Vol. 23 (No.1), 61–78.

[5] ภรภัทร วุฒิวัฒนกุล. (2557). แผนธุรกิจร้านสปาเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี (p. 12).

[6] อนุช แซ่เล้า, & สุชาดา กรเพชรปาณี.(2561). ผลของน้ำมันหอมระเหยดอกจำปีต่ออารมณ์ : การศึกษาอารมณ์ ความรู้สึกและจิตสรีรวิทยา. วารสารวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา, Vol. 16 (No.1), 150–162.

[7] พงษ์ศักดิ์ จิตตบุตร และคณะ. (2562). ระบบการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรโดยใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. Vol. 4 (No.2), 67

[8] ผจงศักดิ์ หมวดสง. (2556). แนวทางการพัฒนาศักยภาพการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ:กรณีศึกษาวิสาหกิจ ผลิตภัณฑ์เทียนหอม จังหวัดเชียงใหม่ . วารสารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์บูรพาปริทัศน์, vol.8(No.1), 29–39.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 ธันวาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...