“เงินเฟ้อยูโรโซน” สูงกว่าคาด กดดัน ECB ชะลอการลดดอกเบี้ย
"เงินเฟ้อยูโรโซน" สูงกว่าคาด กดดัน ECB ชะลอการลดดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ และความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค
วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนทรงตัวที่ 2.2% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเหลือ 2.1% ตามผลสำรวจของ Bloomberg จากข้อมูลที่เผยแพร่โดย Eurostat
ที่น่าจับตาคือ เงินเฟ้อในภาคบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลตามฤดูกาลจากวันหยุดอีสเตอร์ที่ตรงกับปลายเดือนมากขึ้น และอาจกลับสู่ระดับปกติในเดือนพฤษภาคม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่ตัดราคาพลังงานและอาหารออกพุ่งขึ้นเป็น 2.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก
รายงานระบุว่าเยอรมนีและฝรั่งเศสมีอัตราเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อย ด้านอิตาลีและสเปนมีอัตราเงินเฟ้อทรงตัว โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดอาจลดความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกก่อนหน้านี้ โดยคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวว่า ECB กำลังใกล้เสร็จสิ้นภารกิจในการนำเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมาย 2%
โดยเจ้าหน้าที่ ECB หันไปกังวลกับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มากขึ้น โดย Philip Lane หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ECB คาดว่าอาจไม่ถึงขั้นเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากบริษัทชะลอการลงทุน และผู้บริโภคเลื่อนการใช้จ่ายออกไป
ผลของการหยุดชะงักทางการค้าอาจกดดันราคาสินค้านำเข้าในยูโรโซนให้ลดลง โดยมีหลายปัจจัยช่วยลดแรงกดดันด้านราคา เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ยูโรที่แข็งค่าขึ้น และราคาพลังงานที่ลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ ECB ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในการประเมินรอบใหม่เดือนมิถุนายน
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือ การเบี่ยงเส้นทางของสินค้าจีนที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐได้ Bloomberg Economics ประเมินว่าการเปลี่ยนเส้นทางของสินค้าเหล่านี้เข้าสู่ภูมิภาคอื่น อาจลดราคาผู้บริโภคในสหภาพยุโรปลง 0.5–1.5%
ผลกระทบสุดท้ายยังขึ้นกับทิศทางของการเจรจาการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐในช่วงเวลา 90 วันที่ทรัมป์เปิดให้เจรจา หาก EU ตัดสินใจ ตอบโต้ด้วยการตั้งภาษีนำเข้าของตนเอง ก็อาจส่งผลกลับมาดันราคาสินค้าสูงขึ้น
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ECB ได้ส่งสัญญาณว่าจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ต่อจากการลดมาแล้ว 7 ครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน แต่หลายฝ่ายเตือนว่าไม่ควรลดมากเกินไปหากแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่แย่ลงกว่านี้
หลังการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ พันธบัตรรัฐบาลเยอรมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ 1.1334 ดอลลาร์ต่อยูโร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมันอายุ 2 ปี ซึ่งไวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินเพิ่มขึ้น 0.04% มาอยู่ที่ 1.72% ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า ECB อาจลดดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ตามข้อมูลจากสัญญาแลกเปลี่ยนอ้างอิงการประชุมนโยบาย
อ้างอิง : bloomberg.com