โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EV สงกรานต์ ท่องเที่ยว เลื่อนภาษีทรัมป์ อุ้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 10.47 น.

MI เคาะสัญญาณบวกไตรมาส 1 ยอดขายรถยนต์ EV ค่ายจีนในงานมอเตอร์โชว์ งานมหาสงกรานต์ ท่องเที่ยวและความตึงเครียดภาษีทรัมป์ผ่อนคลาย อุ้มเศรษฐกิจไทย ชี้ช่อง 8 กำลังซื้อ แรงงานเกษตร,แรงงานบริการ Gen Z มนุษย์เงินเดือน สูงวัย Micro Sellers แรงงานต่างด้าวและนทท.สายเปย์ ความหวังธุรกิจไทยที่แบรนด์ต้องโฟกัส

นาย ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยถูกรุมเร้าด้วยแรงสั่นสะเทือนและปัจจัยลบ แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกบางตัวที่ผุดขึ้นมาอุ้มเศรษฐกิจได้บ้างคือ

ยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี

โดยยอดขายรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 เติบโตขึ้น 40% จำนวน 77,379 คัน โดยมีความร้อนแรงของตลาด EV จากจีนราคาต่ำกว่า ล้านบาทเข้ามากระตุ้นความอยาก ทำให้ยอดขายรถยนต์ EV ในงานสูงถึง 65% สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภค กำลังซื้อและศักยภาพในการจับจ่าย

“แม้แต่ค่ายรถยนต์อย่าง Toyota เองที่เป็นเจ้าตลาดก็มียอดขายที่เติบโตขึ้น แน่นอนว่าดีมานด์ในตลาดและกำลังซื้อมีไม่เยอะ แต่ Option ที่จัดเต็มและราคาที่เฟรนลี่ขึ้นทำให้ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่จ่ายไหวหรือต้องการซื้อรถคันแรก ซื้อรถคันที่ 2 ตัดสินใจซื้อ”

สงกรานต์ระดับโลก Maha Songkran Festival 2025

เรื่องต่อมาคือ สงกรานต์ ปีนี้มีการจัดงาน Maha Songkran Festival 2025 กว่า 5 วันณ ท้องสนามหลวง และปีนี้สงกรานต์เป็นปีแรกหลัง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ถูกบังคับใช้ทำให้สีสันสงกรานต์ปีนี้รุนแรงขึ้น คึกคักขึ้น นักเดินทางต่างชาติเดินทางเข้ามาค่อนข้างเยอะ (ยกเว้นนักท่องเที่ยวจีน) ยอดรวมนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ 1.1 ล้านคน

“ตัวนี้เป็นตัวจุดประกายได้ดีในเชิงของ soft Power การจัดงานระดับโลกที่เมืองไทยเริ่มมี exposure การจัดงานระดับโลกถึงแม้ว่าจะไม่มีพื้นที่หรืออเวนิวระดับโลก แต่ตัว Content หรือ Power ของ cultural ยังไปได้ นอกจากไข่แดงอย่างMaha Songkran สนามหลวงก็ยังมีจุดระเบิดย่อยเช่นสีลม ข้าวสาร และอื่นๆอีกด้วย”

ปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year

อย่างที่ทราบกันดีว่าภาครัฐพยายามที่จะพึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างหนัก หัวหอกสำคัญที่ยังเป็นที่พึ่งของเศรษฐกิจไทย ซึ่งปีนี้รัฐบาลเน้นย้ำ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year อย่างมากทั้งท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในไทย ซึ่งเดิมตั้งเป้า39 ล้านคน ก่อนจะผิดหวังกันไปหลังจากนักท่องเที่ยวจีน หายไป แผ่นดินไหว และความซบเซาของตลาดต่างประเทศบางประเทศที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่เต็มเป้า

ล่าสุดรัฐบาลพยายามคงเป้าเดิมที่ 39 ล้านคนแม้ว่าจากสัญญาณไม่มีทางไปถึงแต่พยายามให้จบที่ 36 ล้านคนซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับปีที่แล้วซึ่งเป็นความหวังที่ 2

“แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะหายไปเยอะในช่วงต้นปีจากดราม่านักแสดงชาวจีนที่หายตัวไป รวมไปถึงปัจจัยภายในของจีนเองทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเน้นการท่องเที่ยวในประเทศจีนเอง แต่ก็ทดแทนด้วยนักท่องเที่ยวยุโรปหรือLong-haul ซึ่งก็ต้องเปรียบเทียบว่านักท่องเที่ยวยุโรปที่เข้ามาทดแทนจีน 1 คนมี spending ที่มากกว่าน้อยกว่าเท่าไหร่ มีดีกว่าน้อยกว่าอย่างไร”

แรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลายชั่วคราว

สุดท้ายคือเรื่องของ ทรัมป์ ชะลอขึ้นภาษีนำเข้า 90 วันทั่วโลก ท่าทีที่ผ่อนปรนต่อภาษีสินค้าจีนบางประเภทส่งสัญญาณว่าความเข้มข้นด้านนโยบายอาจมีการทบทวน หลังจากนี้คงต้องจับตามองการเจรจาทั้งในมุมประเทศและอาเซียน

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาด 2568 แม้ว่าจะเติบโตไม่แรงแต่ยังเดินหน้าโดยคาดการณ์ว่าตลาดโฆษณาไทยจะเติบโต 2.2% มูลค่ารวมประมาณ 87,666 ล้านบาทซึ่งปรับลดจากคาดการเดิมบวก 4.5%

โดยสื่อดิจิทัลยังเติบโตที่ 10% แต่เริ่มแสดงสัญญาณแข่งขันรุนแรงจนเกิดภาวะ “สงครามแย่งความสนใจ” ทั้งนี้เม็ดเงินโฆษณาถูกใช้ไปกับสื่อดิจิทัล 50% โดยมี kol/influencer กว่า 3 ล้านรายที่ครองเม็ดเงินกว่า 60% ของดิจิทัล ขณะที่สื่อออฟไลน์มีสัดส่วน 50% สื่อหลักที่ครองเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเป็นสื่อโทรทัศน์และสื่อนอกบ้าน

อย่างไรก็ดีแม้เศรษฐกิจและกำลังภาพรวมจะยังซึมๆ แต่ผู้บริหารมองว่ามีกลุ่มกำลังซื้อสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการในหมวดที่แตกต่างกันที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งแบรนด์ไม่ควรมองข้าม ได้แก่:

  • แรงงานเกษตร "ผู้ปั้นอนาคตจากผืนดิน" - 12 ล้านคน

กลุ่มแรงงานฐานรากที่ยังคงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคง แม้จะไม่อยู่ในเมือง แต่เข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลมากขึ้นผ่านมือถือ เป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาด FMCG และสินค้าจำเป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิตและเปิดรับนวัตกรรมเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ

  • แรงงานบริการ "คนจริงหลังฉากเศรษฐกิจ" 5 ล้านคน

กลุ่มสำคัญที่สร้างประสบการณ์บริการในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสขภาพและท่องเที่ยว คือฟันเฟืองที่มักถูกมองข้าม แต่มีพลังการจับจ่าย และเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก

  • Gen Z (13-29 ปี) "เสียงใหม่แห่งอนาคต" 13 ล้านคน

กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยามโลกในแบบของตัวเอง ทั้งพฤดิกรรม การซื้อสินค้า และการเสพสื่อ พวกเขาคือ Trend Setter ตัวจริง แรงขับเคลื่อนของทุกแพลดฟอร์ม พฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมี ส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง

  • พนักงานบริษัท "มนุษย์เงินเดือนหัวใจนักสู้" 18 ล้านคน

กลุ่มชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อ มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคงเป็นกลุ่มที่เปิดรับข้อมูลเยอะ แต่เลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริง

  • กลุ่มใกล้เกษียณ/ผู้สูงวัย "พลังเงียบที่ยังเปล่งเสียง" 18.6 ล้านคน

เป็นกลุ่มใหญ่มากที่มีทั้งเวลาและกำลังซื้อ พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่า เป็นกลุ่มที่อาจไม่ได้โตกับเทคโนโลยี แต่ชื่อสัตย์ต่อแบรนด์ที่เชื่อถือใต้

  • Micro Sellers (พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์/ออฟไลน) "เสาหลักเศรษฐกิจฐานราก" 4 ล้านคนขึ้นไป

เจ้าของร้านเล็กๆ ที่ไม่เล็กในพลัง ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ ทั้งไลฟ์สด ขายหน้าร้าน และโซเชียล แบรนด์ที่เข้าถึงและสนับสนุนพวกกลุ่มนี้จะได้พลังจากปากต่อปากที่มหาศาล

  • แรงงานต่างด้าว "นักสู้แดนไกล" มากกว่า 10 ล้านคน

ผู้ที่เดินทางมาทำงานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไทย ไม่ได้แค่ทำงาน แต่ใช้จ่าย กิน เที่ยว และสร้างชุมชน แต่ต้องการสื่อสารผ่านภาษาของเขา และช่องทางที่พวกเขาใช้จริง

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ "สายเที่ยวสายเปย์" เป้าหมาย 36-39 ล้านคน

กลุ่มที่เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ พร้อมใช้จ่ายกับสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า และสร้างความประทับใจ ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความต่างเฉพาะถิ่น และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...