EV สงกรานต์ ท่องเที่ยว เลื่อนภาษีทรัมป์ อุ้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก
MI เคาะสัญญาณบวกไตรมาส 1 ยอดขายรถยนต์ EV ค่ายจีนในงานมอเตอร์โชว์ งานมหาสงกรานต์ ท่องเที่ยวและความตึงเครียดภาษีทรัมป์ผ่อนคลาย อุ้มเศรษฐกิจไทย ชี้ช่อง 8 กำลังซื้อ แรงงานเกษตร,แรงงานบริการ Gen Z มนุษย์เงินเดือน สูงวัย Micro Sellers แรงงานต่างด้าวและนทท.สายเปย์ ความหวังธุรกิจไทยที่แบรนด์ต้องโฟกัส
นาย ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยถูกรุมเร้าด้วยแรงสั่นสะเทือนและปัจจัยลบ แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกบางตัวที่ผุดขึ้นมาอุ้มเศรษฐกิจได้บ้างคือ
ยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี
โดยยอดขายรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 เติบโตขึ้น 40% จำนวน 77,379 คัน โดยมีความร้อนแรงของตลาด EV จากจีนราคาต่ำกว่า ล้านบาทเข้ามากระตุ้นความอยาก ทำให้ยอดขายรถยนต์ EV ในงานสูงถึง 65% สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภค กำลังซื้อและศักยภาพในการจับจ่าย
“แม้แต่ค่ายรถยนต์อย่าง Toyota เองที่เป็นเจ้าตลาดก็มียอดขายที่เติบโตขึ้น แน่นอนว่าดีมานด์ในตลาดและกำลังซื้อมีไม่เยอะ แต่ Option ที่จัดเต็มและราคาที่เฟรนลี่ขึ้นทำให้ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่จ่ายไหวหรือต้องการซื้อรถคันแรก ซื้อรถคันที่ 2 ตัดสินใจซื้อ”
สงกรานต์ระดับโลก Maha Songkran Festival 2025
เรื่องต่อมาคือ สงกรานต์ ปีนี้มีการจัดงาน Maha Songkran Festival 2025 กว่า 5 วันณ ท้องสนามหลวง และปีนี้สงกรานต์เป็นปีแรกหลัง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ถูกบังคับใช้ทำให้สีสันสงกรานต์ปีนี้รุนแรงขึ้น คึกคักขึ้น นักเดินทางต่างชาติเดินทางเข้ามาค่อนข้างเยอะ (ยกเว้นนักท่องเที่ยวจีน) ยอดรวมนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ 1.1 ล้านคน
“ตัวนี้เป็นตัวจุดประกายได้ดีในเชิงของ soft Power การจัดงานระดับโลกที่เมืองไทยเริ่มมี exposure การจัดงานระดับโลกถึงแม้ว่าจะไม่มีพื้นที่หรืออเวนิวระดับโลก แต่ตัว Content หรือ Power ของ cultural ยังไปได้ นอกจากไข่แดงอย่างMaha Songkran สนามหลวงก็ยังมีจุดระเบิดย่อยเช่นสีลม ข้าวสาร และอื่นๆอีกด้วย”
ปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year
อย่างที่ทราบกันดีว่าภาครัฐพยายามที่จะพึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างหนัก หัวหอกสำคัญที่ยังเป็นที่พึ่งของเศรษฐกิจไทย ซึ่งปีนี้รัฐบาลเน้นย้ำ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year อย่างมากทั้งท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในไทย ซึ่งเดิมตั้งเป้า39 ล้านคน ก่อนจะผิดหวังกันไปหลังจากนักท่องเที่ยวจีน หายไป แผ่นดินไหว และความซบเซาของตลาดต่างประเทศบางประเทศที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่เต็มเป้า
ล่าสุดรัฐบาลพยายามคงเป้าเดิมที่ 39 ล้านคนแม้ว่าจากสัญญาณไม่มีทางไปถึงแต่พยายามให้จบที่ 36 ล้านคนซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับปีที่แล้วซึ่งเป็นความหวังที่ 2
“แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะหายไปเยอะในช่วงต้นปีจากดราม่านักแสดงชาวจีนที่หายตัวไป รวมไปถึงปัจจัยภายในของจีนเองทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเน้นการท่องเที่ยวในประเทศจีนเอง แต่ก็ทดแทนด้วยนักท่องเที่ยวยุโรปหรือLong-haul ซึ่งก็ต้องเปรียบเทียบว่านักท่องเที่ยวยุโรปที่เข้ามาทดแทนจีน 1 คนมี spending ที่มากกว่าน้อยกว่าเท่าไหร่ มีดีกว่าน้อยกว่าอย่างไร”
แรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลายชั่วคราว
สุดท้ายคือเรื่องของ ทรัมป์ ชะลอขึ้นภาษีนำเข้า 90 วันทั่วโลก ท่าทีที่ผ่อนปรนต่อภาษีสินค้าจีนบางประเภทส่งสัญญาณว่าความเข้มข้นด้านนโยบายอาจมีการทบทวน หลังจากนี้คงต้องจับตามองการเจรจาทั้งในมุมประเทศและอาเซียน
จากปัจจัยดังกล่าวทำให้แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาด 2568 แม้ว่าจะเติบโตไม่แรงแต่ยังเดินหน้าโดยคาดการณ์ว่าตลาดโฆษณาไทยจะเติบโต 2.2% มูลค่ารวมประมาณ 87,666 ล้านบาทซึ่งปรับลดจากคาดการเดิมบวก 4.5%
โดยสื่อดิจิทัลยังเติบโตที่ 10% แต่เริ่มแสดงสัญญาณแข่งขันรุนแรงจนเกิดภาวะ “สงครามแย่งความสนใจ” ทั้งนี้เม็ดเงินโฆษณาถูกใช้ไปกับสื่อดิจิทัล 50% โดยมี kol/influencer กว่า 3 ล้านรายที่ครองเม็ดเงินกว่า 60% ของดิจิทัล ขณะที่สื่อออฟไลน์มีสัดส่วน 50% สื่อหลักที่ครองเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเป็นสื่อโทรทัศน์และสื่อนอกบ้าน
อย่างไรก็ดีแม้เศรษฐกิจและกำลังภาพรวมจะยังซึมๆ แต่ผู้บริหารมองว่ามีกลุ่มกำลังซื้อสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการในหมวดที่แตกต่างกันที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งแบรนด์ไม่ควรมองข้าม ได้แก่:
- แรงงานเกษตร "ผู้ปั้นอนาคตจากผืนดิน" - 12 ล้านคน
กลุ่มแรงงานฐานรากที่ยังคงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคง แม้จะไม่อยู่ในเมือง แต่เข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลมากขึ้นผ่านมือถือ เป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาด FMCG และสินค้าจำเป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิตและเปิดรับนวัตกรรมเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ
- แรงงานบริการ "คนจริงหลังฉากเศรษฐกิจ" 5 ล้านคน
กลุ่มสำคัญที่สร้างประสบการณ์บริการในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสขภาพและท่องเที่ยว คือฟันเฟืองที่มักถูกมองข้าม แต่มีพลังการจับจ่าย และเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก
- Gen Z (13-29 ปี) "เสียงใหม่แห่งอนาคต" 13 ล้านคน
กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยามโลกในแบบของตัวเอง ทั้งพฤดิกรรม การซื้อสินค้า และการเสพสื่อ พวกเขาคือ Trend Setter ตัวจริง แรงขับเคลื่อนของทุกแพลดฟอร์ม พฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมี ส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง
- พนักงานบริษัท "มนุษย์เงินเดือนหัวใจนักสู้" 18 ล้านคน
กลุ่มชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อ มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคงเป็นกลุ่มที่เปิดรับข้อมูลเยอะ แต่เลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริง
- กลุ่มใกล้เกษียณ/ผู้สูงวัย "พลังเงียบที่ยังเปล่งเสียง" 18.6 ล้านคน
เป็นกลุ่มใหญ่มากที่มีทั้งเวลาและกำลังซื้อ พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่า เป็นกลุ่มที่อาจไม่ได้โตกับเทคโนโลยี แต่ชื่อสัตย์ต่อแบรนด์ที่เชื่อถือใต้
- Micro Sellers (พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์/ออฟไลน) "เสาหลักเศรษฐกิจฐานราก" 4 ล้านคนขึ้นไป
เจ้าของร้านเล็กๆ ที่ไม่เล็กในพลัง ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ ทั้งไลฟ์สด ขายหน้าร้าน และโซเชียล แบรนด์ที่เข้าถึงและสนับสนุนพวกกลุ่มนี้จะได้พลังจากปากต่อปากที่มหาศาล
- แรงงานต่างด้าว "นักสู้แดนไกล" มากกว่า 10 ล้านคน
ผู้ที่เดินทางมาทำงานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไทย ไม่ได้แค่ทำงาน แต่ใช้จ่าย กิน เที่ยว และสร้างชุมชน แต่ต้องการสื่อสารผ่านภาษาของเขา และช่องทางที่พวกเขาใช้จริง
- นักท่องเที่ยวต่างชาติ "สายเที่ยวสายเปย์" เป้าหมาย 36-39 ล้านคน
กลุ่มที่เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ พร้อมใช้จ่ายกับสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า และสร้างความประทับใจ ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความต่างเฉพาะถิ่น และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์