NVDA ต้องตั้งสำรอง $5.5 พันล. นักวิเคราะห์ชี้รับผลสงครามการค้า จากมาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI ไปจีน
#nvda #ทันหุ้น - การเปิดเผยของ NVIDIA Corporation (NASDAQ:NVDA) ว่าบริษัทต้องตั้งสำรองขาดทุนจากสินค้าคงคลังมูลค่า 5.5 พันล้านดอลลาร์ อันมีสาเหตุจากมาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI รุ่น H20 ของสหรัฐฯ ไปยังจีน ได้จุดกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท หลายฝ่ายชี้ว่าสิ่งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งกระทบต่อธุรกิจของ Nvidia ในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท
.
นักวิเคราะห์จาก Wedbush มองว่าการตั้งสำรองนี้ ซึ่งเปิดเผยผ่านเอกสาร 8-K เป็นเสมือน "การเตือนอย่างชัดเจน" จากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ สำหรับจีน
.
แม้ว่าผลกระทบทางการเงินจะดูสามารถบริหารจัดการได้ แต่นักวิเคราะห์ของ Wedbush ชี้ว่าประเด็นสำคัญกว่าคืออุปสรรคที่เพิ่มขึ้นของ Nvidia ในตลาดจีน โดยอธิบายว่าข้อจำกัดนี้ถือเป็น "กำแพงขนาดใหญ่" สำหรับบริษัท ในขณะที่ความตึงเครียดในศึกเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเพิ่มสูง
.
“อีกหนึ่งประเด็นที่เพิ่มความกังวลในสายตาเรา ก็คือกรณี DeepSeek เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเทคโนโลยี และทำให้เกมเดิมพันนี้ยิ่งตึงเครียดขึ้น… ในมุมมองของเรา Nvidia กลายเป็นเหมือนหนึ่งในเหรียญพนันที่ทรัมป์นำไปใช้ในโต๊ะเจรจา” นักวิเคราะห์จาก Wedbush เขียนไว้
.
ด้านนักวิเคราะห์จาก Mizuho ก็สะท้อนความกังวลในทำนองเดียวกัน โดยประเมินว่า Nvidia มีคำสั่งซื้อชิป H20 มูลค่าราว 16 พันล้านดอลลาร์ และอาจส่งไปแล้วประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์
.
Mizuho วิเคราะห์ว่า การตั้งสำรอง 5.5 พันล้านดอลลาร์ครั้งนี้ น่าจะมาจากสินค้าคงคลังที่ไม่สามารถจำหน่ายได้เนื่องจากข้อห้ามส่งออก
.
นักวิเคราะห์จาก Mizuho ยังกล่าวว่า ข้อจำกัดนี้เป็นไปตามความคาดหมายก่อนหน้านี้ และชี้ว่าการลงทุนด้าน AI ในปี 2026 จะเป็นจุดสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป
.
ทั้งนี้ Mizuho ยังคงแนะนำ "ซื้อ" (Outperform) พร้อมตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 168 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลถึงความแข็งแกร่งของ Nvidia ในตลาด AI และแนวโน้มการเติบโตที่ยังสดใส แม้จะมีแรงต้านจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
.
นักวิเคราะห์ทั้งสองสำนักยังคงมองว่าสถานะมูลค่าของ Nvidia แข็งแกร่ง แต่ Wedbush เตือนว่าข่าวนี้อาจสร้างความผันผวนต่อไปในช่วงที่สงครามภาษีระหว่างสหรัฐฯ-จีนยังไม่คลี่คลาย
.
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้วอลล์สตรีทกำลังเตรียมรับมือกับแนวโน้มการปรับลดประมาณการณ์ทางธุรกิจของบริษัทเทคโนโลยีเพิ่มเติม หากความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้นอีก