อสังหาเมืองท่องเที่ยวไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ทะลัก 1.2 แสนล้าน ‘ชะอำ’ ดาวดับ ‘สมุย’ทำเลทองแห่งใหม่
อสังหาเมืองท่องเที่ยวไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ทะลัก 1.2 แสนล้าน พัทยา-หัวหิน คึกคัก ‘ชะอำ’ ดาวดับ ‘สมุย’ทำเลทองแห่งใหม่
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันในภาวะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯชะลอตัวอย่างชัดเจน ทำให้อสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยวจึงกลายเป็นหมุดหมายที่สำคัญของเหล่าผู้พัฒนาที่ต้องช่วงชิงโอกาสเข้าลงทุน ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต พัทยา หัวหิน และเกาะสมุย เป็นต้น ซึ่งในปี 2568 ผู้พัฒนารายใหญ่หลายรายประกาศปรับลดแผนพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯลง และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในส่วนเมืองท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีกำลังซื้อที่แข็งแรงทั้งในส่วนของกำลังซื้อชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าภูเก็ตยังคงเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่เป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ปี’68 คาดคอนโดกทม.เปิดใหม่1.2-1.4 แสนล้าน
“ตลาดคอนโดปี 2567 ในกรุงเทพฯ มีเปิดใหม่กว่า 21,800 ยูนิต ลดลง 35% และมีมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท ลดลง 3 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 ทำเลที่เปิดมากสุดเป็นโซนกรุงเทพฯตอนเหนือ เช่น รัชดา ลาดพร้าว ส่วนแนวโน้มปี 2568 คาดว่าจะมีเปิดใหม่ 21,000-25,000 ยูนิต มูลค่า 1.2-1.4 แสนล้านบาท ระดับราคาตั้งแต่ 80,000-100,000 บาทต่อตารางเมตรโดยในช่วง 2 เดือนแรกมีเปิดตัวแล้วกว่า 3,900 ยูนิต นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะมุ่งพัฒนาโซนรถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง และสีส้มมากขึ้น เพราะราคาที่ดินยังไม่สูง ทำให้ยังสามารถพัฒนาคอนโดในราคา 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตรได้ ขณะที่กระแสคอนโดห้องขนาดใหญ่ แคมปัสคอนโดและคอนโดเทควิวแม่น้ำเจ้าพระยายังคงดีต่อเนื่อง ส่วนคอนโดราคาต่ำล้าน จะไม่มีในตลาดแล้ว เพราะราคาที่ดินแพง อย่างไรก็ดีแม้ปีนี้ตลาดคอนโดกรุงเทพฯจะมีเปิดใหม่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่มากนัก เพราะยังติดปัญหาเรื่องรีเจกต์เรตที่ยังสูง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯออกไปอีก เช่น ลดค่าโอนและจำนอง 0.01% ลดภาษีบ้านหลังแรก เป็นต้น”นายภัทรชัยกล่าว
ภูเก็ตฮอตไม่เลิกลงทุนทะลัก 1.2 แสนล้าน
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับตลาดอสังหาฯในพื้นที่ภูเก็ตในปีนี้ยังเติบโตในส่วนของคอนโดฯและวิลล่า แต่การเปิดตัวอาจจะไม่ร้อนแรงเหมือนปี 2567 ที่มีการลงทุนกว่า 1.58 แสนล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นคอนโดฯ 54 โครงการ จำนวน 14,718 ยูนิต มูลค่า 102,033 ล้านบาท และวิลล่า 98 โครงการ จำนวน 1,922 ยูนิต มูลค่า 53,351 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีการลงทุนใหม่รวม 1.2 แสนล้านบาท เป็นคอนโด 8,000-10,000 ยูนิต มูลค่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงต้นปี ที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นของภาคอสังหาฯในพื้นที่ยังมีคอนโดเปิดขายใหม่อีกกว่า 1,000 ยูนิต ทำเลฮอตฮิตอยู่บางเทา เชิงทะเล ราไวย์ กะตะ กะรน และเมืองภูเก็ต โดยผู้พัฒนายังเป็นรายใหญ่จากกรุงเทพฯ เช่น ออริจิ้น แสนสิริ ศุภาลัย แอสเซทไวส์ เป็นต้น ซึ่งลูกค้ามีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซียและอาหรับ
ส่วนบ้านพักตากอากาศ(พูลวิลล่า)คาดอยู่ที่ 1,500 ยูนิต มูลค่า 40,000 ล้านบาท ระดับราคา 30-50 ล้านบาทต่อยูนิต เจ้าตลาดเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่าง โบทานิก้า ส่วนใหญ่อยู่ทำเลแนวชายหาดและใกล้ชายหาด มีทำเลที่เปิดขายและได้รับความสนใจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอถลางมากสุด ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายันเชิงทะเล รองลงมาอำเภอเมืองภูเก็ต บริเวณอ่าวฉลอง หาดราไวย์ และอำเภอกะทู้ หาดกมลา ป่าตอง
“จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตปี 2567 สูงถึง 14 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 4 แสนล้านบาท สร้างความคึกคักให้ภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้าสู่เกาะภูเก็ตจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย จีน คาซัคสถาน เป็นต้น ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาฯในพื้นที่มีแนวโน้นเติบโตแบบก้าวกระโดด ผู้พัฒนาบางรายก่อสร้างไม่ทันต่อความต้องการ กลุ่มนักลงทุนจากต่างชาติบางกลุ่มยังคงสนใจซื้อแบบเหมาอาคารในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้อสังหาฯในภูเก็ตกลายเป็นทำเลทองที่ร้อนแรงและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและเป็นเมืองแห่งการลงทุนอสังหาฯไปแล้ว”นายภัทรชัยกล่าว
‘พัทยา‘ฟื้นแรงในรอบ5 ปี
นายภัทรชัยกล่าวว่า ส่วนตลาดคอนโดในพื้นที่ชลบุรีก็ยังโดดเด่น โดยเฉพาะในกลุ่มลักชัวรี่ ที่มีราคาขาย 330,000 บาทต่อตารางเมตร โดยปี 2567 มีเปิดใหม่ 20 โครงการ จำนวน 10,443 ยูนิต มูลค่า 40,865 ล้านบาท อยู่ในพัทยา 13 โครงการ จำนวน 7,897 ยูนิต มูลค่า 36,060 ล้านบาท นอกเขตพัทยา 7 โครงการ รวม 2,546 ยูนิต มูลค่า 4,585 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดรอบ 5 ปี และปีนี้ทำเลใจกลางพัทยา จอมเทียน นาจอมเทียน วงศ์อมาตย์ ยังคงได้รับความสนใจ
“ปี2567 ตลาดคอนโดในพื้นที่พัทยากลับมาคึกคักอีกครั้ง เปิดตัวใหม่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนซึ่งเห็นได้ว่าหลังจากโควิด-19 กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อุปทานใหม่กลับมาเปิดตัวอีกครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาของผู้พัฒนารายใหญ่จากกรุงเทพฯและผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่ เช่น ออริจิ้น ริเวียร่า กรุ๊ป แสนสิริ แอสเซทไวส์ เป็นต้น”นายภัทรชัยกล่าว
’ชะอำ’ทำเลปราบเซียนเฮโลบุก’หัวหิน’
นายภัทรชัยกล่าวว่า ในส่วนของตลาดอสังหาฯหัวหิน ชะอำ ปราณบุรี ยังเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯในปีที่ผ่านมามีเปิดขายใหม่ในพื้นที่หัวหิน ชะอำ ปราณบุรี 3 โครงการ 753 ยูนิต ด้วยมูลค่ารวม 6,460 ล้านบาท ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่หัวหินฝั่งทะเล ซึ่งถือเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมที่สุดของกำลังซื้อในพื้นที่นี้ และทุกโครงการเป็นการพัฒนาโดยผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์
“แม้ที่ผ่านผู้ประกอบการยังเข้าไปพัฒนาไม่มาก เพราะยังมีโครงการอยู่ระหว่างขายค่อนข้างมาก โดยสิ้นปี 2567 มีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 30 โครงการ จำนวน 16,120 ยูนิต มูลค่า 39,301 ล้านบาท โดยขายได้แล้ว 12,290 ยูนิต มูลค่า 29,963 ล้านบาท ยังเหลือ 3,830 ยูนิต แต่ถือว่าเป็นทำเลที่ยังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะทำเลหัวหิน แต่ที่มีการขายได้ช้าคือชะอำ ที่ยังมียูนิตสร้างเสร็จเหลือขายมากสุด และเป็นทำเลปราบเซียนของผู้ประกอบการอสังหาฯ เพราะทั้งยอดเข้าชมโครงการที่น้อย ลดราคาแล้วก็ยังขายไม่ค่อยได้ ยังมีถูกรีเจกต์เรตสูง ถือเป็นทำเลเรดโอเชี่ยนเลยก็ว่าได้ และไม่มีใครกลับไปลงทุนเพิ่ม และเริ่มมีการนำที่ดินที่รอพัฒนาออกมาประประกาศขายแล้วก็มี ในช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นผู้ประกอบการขยับมาพัฒนาโซนหัวหินมากขึ้น
จับตา’ลิซ่า‘ดัน’สมุย’ผงาดทำเลทอง
“ไฮไลต์ปีนี้ทำเลที่น่าจะจับตามองคือ เกาะสมุย เพราะจะเป็นหมุดหมายต่อไปของตลาดอสังหาฯ ซึ่งทะลักมาจากภูเก็ตที่เริ่มเต็มและราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยเริ่มแพงขึ้น ล่าสุดมีผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาแล้ว เช่น ศุภาลัย และจะมีอีกหลายราย โดยตลาดที่น่าสนใจเป็นโรงแรม คอนโดฯ พูลวิลล่า ซึ่งราคายังต่ำกว่าภูเก็ตอยู่มากถึง 1 ใน 3 อย่างพูลวิลล่าจะหลังใหญ่เนื้อที่ครี่งไร่ ราคา 20-30 ล้านบาท คอนโดตารางเมตรละ 5-7 หมื่นบาท ส่วนราคาที่ดินยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก อยู่ที่ประมาณไร่ละ 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่ต่างชาติที่เข้าไปซื้อ เช่น ยุโรป อเมริกา ส่วนรัสเซียกับจีนยังมีน้อย และยิ่งล่าสุดซีรีส์ The White Lotus ที่มีถ่ายทำในสมุยด้วย และมีลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ร่วมแสดงด้วย อาจจะผลักดันให้สมุยได้รับความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น“นายภัทรชัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสังหาเมืองท่องเที่ยวไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ทะลัก 1.2 แสนล้าน ‘ชะอำ’ ดาวดับ ‘สมุย’ทำเลทองแห่งใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th