ภาพเก่าเล่าตำนาน : เมื่อมหาอำนาจ...เปลี่ยนใจ...ไปเป็นอื่น
สามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ สามารถกระตุกพรมออกจากเท้า…
ย้อนไปในช่วงทศวรรษ 1970 อยู่ในช่วงสงครามเย็นท่ามกลางบรรยากาศที่“ไม่เป็นมิตร” ของมหาอำนาจ อเมริกา โซเวียต และจีน เรื่องการสร้าง สะสมอาวุธนิวเคลียร์ทำลายล้างโลก ใครจะใช้ก่อน ใครจะเป็นพวกใคร เพื่อจะครองอำนาจเป็นเบอร์ 1 ในโลกนี้
ไม่มีใครไว้ใจใคร ทุกลมหายใจปะปนด้วยความระแวง
ทีมงานข่าวลับ ข่าวกรอง การทูตแบบปิดลับ เดินงานเข้มข้น
15 กรกฎาคม 2514 เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐอเมริกา เดินเข้าไปในสตูดิโอโทรทัศน์ของ NBC ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และประกาศให้โลกรู้ว่าเขาได้รับคำเชิญจาก นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ให้เดินทางเยือนจีน “เพื่อแสวงหาการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ”
ในเวลาเดียวกันพอดี คือเวลา 10.00 น.ของวันที่ 16 กรกฎาคม ที่กรุงปักกิ่ง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติของจีน ก็ได้ประกาศเรื่องเดียวกันนี้ ซึ่งทำให้ชัดเจนว่าประธานาธิบดีนิกสันเป็นคนแรกที่แสดงความปรารถนาที่จะเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน
ประเทศต่างๆ ที่ส่วนใหญ่“สังกัด” ในค่ายมหาอำนาจ ตกตะลึงต่อการประกาศนโยบายแนวหวานฉ่ำ
เบื้องหลังการทำงาน…เป็นดังนี้ครับ
ก่อนปี 2514 อเมริกา… ที่เคยเป็นผู้นำการต่อต้านคอมมิวนิสต์ทั่วโลก ทราบว่าจีนและสหภาพโซเวียตกำลังหมางเมิน ขบเหลี่ยมกัน จึงคิดตลบหลัง จัดทีมงานชุดเล็กไปเจรจากับปักกิ่งแบบเงียบๆ เพื่อปูทางให้ 2 ผู้นำของโลกที่อยู่ตรงข้ามกันได้พบกัน
ทีมงานที่เป็นมันสมองของนิกสัน นำโดย นายเฮนรี คิสซิงเจอร์
เมื่อตกลงกันได้ …วอชิงตันแสดงท่ากลับหลังหัน นิกสันของสหรัฐบินไปเยือนกรุงปักกิ่งแบบพญาอินทรีพบพญามังกร โอบกอดกัน แลกเปลี่ยนมธุรสวาจา กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนขั้วอำนาจของโลก
ประเทศต่างๆ ที่เคยต่อต้าน รังเกียจ ไม่ขอคบหากับจีนคอมมิวนิสต์ (ตามแบบอเมริกา) ต้องลนลานหาเหตุรีบบึ่งไปเยือนปักกิ่งเพื่อขอเป็นเพื่อนกับพญามังกร
ในเวลานั้นประเทศจีนถูกแยกตัวจากโลกภายนอกท่ามกลางความวุ่นวายของการปฏิวัติวัฒนธรรม
เหมา เจ๋อตุง ผู้นำเบอร์ 1 ของจีน ทักทายริชาร์ด นิกสัน ในระหว่างการเยือนจีน ออกแถลงการณ์เซี่ยงไฮ้ ประกาศนโยบายจีนเดียว ความว่า “สหรัฐยอมรับชาวจีนทั้งสองฝั่งของช่องแคบไต้หวัน ยืนกรานว่ามีเพียงจีนเดียวและไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน”
(ย้อนไปในอดีต 1945-1949 มีสงครามกลางเมืองในแผ่นดินจีนระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง กับเมาเซตุงของพรรคคอมมิวนิสต์ วอชิงตันส่งกำลังทางอากาศ อาวุธ ไปช่วยจีนเจียง ไคเช็ค หากแต่เจียงรบแพ้ ต้องล่าถอยไปอยู่บนเกาะไต้หวัน วอชิงตันประกาศโอบอุ้มไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตย ตัดความสัมพันธ์กับจีนคอมมิวนิสต์)
นี่เป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ในเวลานั้นคนไทยเรียกว่า จีนแดง) อเมริกาเคยยุติการติดต่อ ปิดประตูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศมาราว 22 ปี
นิกสันตั้งใจไปเยือนจีนในครั้งนั้นหลังจากที่ทราบว่าจีนและสหภาพโซเวียตแตกคอกัน โดยอเมริกาต้องการสร้างอำนาจการต่อรองกับสหภาพโซเวียต ขอไปผูกมิตรกับจีน
เมื่อไปเป็นมิตรกับจีน อเมริกามีพลังเพิ่มขึ้นในการเจรจา เพื่อข้อตกลงสำคัญกับมอสโกเกี่ยวกับการจำกัดขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธพิสัยไกลและข้อตกลงชั่วคราวว่าด้วยขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์
แปลว่า…อเมริกาต้องการเอาจีนเป็นพวกเพื่อไปกดดันโซเวียตให้มานั่งโต๊ะเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ที่โซเวียตสะสมไว้มหาศาล
ก็เข้าใจได้ไม่ยากนะครับ… ทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ของชาติของตน
พัฒนาการต่อมา… 22 พฤศจิกายน 2515 นิกสันประกาศว่าสหรัฐอเมริกาจะยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางโดยเครื่องบินและเรือของสหรัฐไปยังจีน
อเมริกาก็มิได้ทอดทิ้งไต้หวัน เพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้เล่น
ไต้หวันเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แม้ว่าสหรัฐจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันโดยกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีสถานทูต
ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ความสัมพันธ์ อเมริกา-ไต้หวัน ยังคงเดิม เพียงแต่ใช้องค์กร หน่วยงานอื่น ทำงานแทนกระทรวงต่างประเทศ ในทางกลับกัน…ไต้หวันก็ทำเช่นเดียวกัน
ความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับไต้หวันยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องผ่านสถาบันอเมริกาในไต้หวัน (AIT) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ได้รับมอบหมายจากพระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวันให้ดำเนินการตามความสัมพันธ์
จากนโยบาย “จีนเดียว” ที่ชาวโลกเข้าใจว่าไต้หวันต้องอกไหม้ไส้ขม กลับทำให้ไต้หวันกลายมาเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐในด้านการค้าและการลงทุนขนาดมหึมา เป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ ร่วมมือการคัดกรองการลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สุขภาพ การศึกษา และการส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย
สหรัฐอเมริกาและไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่ลึกซึ้งและเติบโตไม่หยุด ซึ่งส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐและช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในสหรัฐ
ก้าวย่างที่กลับลำครั้งนี้ ทำให้ทุกฝ่ายยังคงรักษาผลประโยชน์ของตนไว้อย่างเหนียวแน่น แบบ Win-Win
การค้า เศรษฐกิจ จีน-อเมริกา ก้าวกระโดด ความตึงเครียดด้านความมั่นคงจางลงไป
ส่วนทีมงานที่ปรึกษาของเหมา เจ๋อตุง ใคร่ครวญแล้วว่า การตัดสินใจเชิญอเมริกันเข้ามาเป็นมิตรในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหภาพโซเวียตกำลังแย่ลง
จีนคิดคำนวณแล้วว่า ตนเองกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากโซเวียต ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงกว่าอเมริกา การยื่นมือเข้าไปหาชาวอเมริกันเพื่อใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของจีนจึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน
การทูตระหว่างประเทศมี “ลูกเล่น” สารพัดวิธี
เรื่องสนุกสนานเฮฮา…เมษายน 2514 จีนได้เชิญทีมปิงปองของสหรัฐไปเยือนปักกิ่ง จัดแข่งปิงปอง ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เพราะในเวลานั้น จีน-อเมริกา ขับเคี่ยวกันในเกมปิงปองโอลิมปิก
จะว่าไปแล้ว…จัดแข่งปิงปองแสนจะง่าย ต้นทุนต่ำแต่เร้าใจ
นักสังเกตการณ์ทั้งหลายพอจับทางได้แล้วว่า นี่มิใช่ปิงปองธรรมดาซะแล้ว มันต้องมีอะไรที่ยิ่งใหญ่ตามมาแน่นอน
ทางการจีนที่ขอพลิกตัวก็ต้องทำงานหนัก ด้วยความที่ประชาชนชาวจีนนับพันล้านคนถูกกล่อมเกลา บ่มเพาะทางความคิดมานานหลายสิบปีให้รังเกียจอเมริกา รัฐบาลจีนต้องปรับล้างแนวคิด แนวการทำงาน ปรับทัศนคติชาวจีนครั้งใหญ่
มีเรื่องเล่ากันว่า มีกฎเหล็กประการแรกคือ ชาวจีนต้องไม่ด่าทอชาวอเมริกันต่อหน้า
หยาง เจิ้งฉวน อดีตหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียงกลาง เล่าว่า…มีคำแนะนำทั่วไปสำหรับการรายงานข่าวของสื่อคือ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับทัศนคติของจีนที่มีต่อสหรัฐอเมริกา”
ความหมายก็คือ “เรายังคงต่อต้านพวกเขา แต่ประธานาธิบดีนิกสันเป็นแขกของเรา ดังนั้น จึงห้ามเด็ดขาด ห้ามตะโกนใส่หน้าพวกเขาด้วยคำว่า ‘โค่นล้มนิกสัน’ และ ‘พวกจักรวรรดินิยมแห่งสหรัฐอเมริกา’”
ส่งผลให้คำเรียกขานของจักรวรรดินิยมอเมริกาในวิทยุและโทรทัศน์จะถูกเปลี่ยนเป็นสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาที่นิกสันมาเยือน เนื้อหาต่อต้านอเมริกาบางส่วนก็ยังคงผลิตออกมาได้ แต่ไม่ควรมากเกินไป
เป็น 1 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนระเบียบโลก
การเยือนจีนของนิกสันถูกกล่าวถึงไว้ในเวลานั้นว่า เป็น “สัปดาห์ที่เปลี่ยนแปลงโลก” ถึงแม้อาจจะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็เป็นความจริง ด้วยเหตุผลคือ การเยือนครั้งนี้ยุติความห่างเหินราว 22 ปี ขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิงระหว่างรัฐบาลกับประชาชนจีนและสหรัฐอเมริกา
ความพยายามนี้ต้องใช้เวลาอีก 7 ปี จึงจะบรรลุความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์
เมื่ออเมริกาเปิดประเทศให้จีน รัฐบาลประเทศอื่นๆ ทั่วโลกสามารถเปิดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อย่างอิสระ
การเยือนของนิกสันถือเป็นการบุกเบิกทางยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดและเปลี่ยนแปลงสมดุลของอำนาจใน “สามเหลี่ยมยุทธศาสตร์” (สหรัฐ จีน สหภาพโซเวียต)
มีการวิเคราะห์ว่า….มิตรภาพเกิดใหม่ของพญาอินทรี-พญามังกร ในครั้งนั้นส่งผลให้สหภาพโซเวียตอ่อนแอลง ล่มสลาย และสงครามเย็นสิ้นสุดลงในที่สุด
(ปี 1991 สหภาพโซเวียตล่มสลาย แตกตัวแยกออกเป็นประเทศต่างๆ 15 ประเทศ)
ผลประโยชน์ทางการเมืองในอเมริกาก็หันเหเป็นบวก
ในเวลานั้น…การเมืองในสหรัฐอเมริกาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ มีความวุ่นวายมากมายในสหรัฐอเมริกา
ในปี 1968 โรเบิร์ต เคนเนดี ได้รับเลือกเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเดโมแครตและถูกสังหารโหด
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ผู้นำชาวอเมริกันผิวสี ถูกสังหารเกิดจลาจลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.นานถึง 2 สัปดาห์ มีการชุมนุมประท้วงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น นิกสันจึงพยายามสร้างความสำเร็จในกิจการต่างประเทศ
เป็นผลสำเร็จอย่างงดงาม เป็นผลประโยชน์ของอเมริกา
สถานการณ์ต้นปี 2568 วอชิงตันไปจับมือแนบแน่นกับมอสโก บอกรักยูเครนน้อยลง ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในสามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ครับ…
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : เมื่อมหาอำนาจ…เปลี่ยนใจ…ไปเป็นอื่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th