โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิธีการเลือก น้ำมันปลา

Health Daily

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

วิธีการเลือก น้ำมันปลา

น้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ช่วยบำรุงสมองมีส่วนช่วยในการเรียนรู้ จดจำ และชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองได้ดี ในน้ำมันปลามีกรดไขมันอยู่หลายชนิด ชนิดที่สำคัญคือ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 ที่มีกรดสำคัญมาก ๆ อยู่ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic Acid) ที่ช่วยระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความดันโลหิต ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดการปวดข้อและข้ออักเสบรูมาตอยด์ ฯลฯ และ DHA (Docosahexaenoic Acid) ที่ช่วยในด้านความจำ เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา โดย โอเมก้า-3 นี้เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา ส่วนใหญ่แล้วเราจะต้องการประโยชน์ที่ได้รับจากโอเมก้า-3 คือ EPA และ DHA เป็นหลัก

ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกน้ำมันปลาส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคมักต้องการประโยชน์จากสาร Omega-3 คือ EPA และ DHA เป็นหลัก ซึ่งประโยชน์จากการรับประทานสารจำพวก Omega-3 ที่พบว่ามีการศึกษาในมนุษย์ยืนยันประสิทธิภาพค่อนข้างมาก ได้แก่

  • การลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในกระแสเลือด
  • การลดระดับความดันโลหิตสูง เพื่อช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดความหนืดของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทำให้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหลอดเลือดและหัวใจ
  • ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไม่เกาะตัวกันเป็นลิ่ม (ป้องกันการแข็งตัวของเลือด)
  • ลดการปวดข้อและข้ออักเสบรูมาตอยด์

และถ้าหากต้องการบำรุงร่างกายด้วยน้ำมันปลา สุขภาพดีดี.com มีเคล็ดลับดีๆในหัวข้อ วิธีการเลือก น้ำมันปลา มาให้ทุกคนได้อ่านที่จะช่วยให้คุณเลือกทานน้ำมันปลาได้อย่างผู้รู้จริง เพื่อให้ได้คุณค่าอย่างเต็มที่และปลอดภัยในระยะยาว

หลักในการเลือกซื้อน้ำมันปลา (Fish Oil) มารับประทาน

1. เลือกแหล่งที่มาของปลาที่นำมาผลิต

เริ่มแรกควรเลือกแหล่งที่มาของปลาที่มาจากธรรมชาติและผลิตจากปลาทะเลน้ำลึก เนื่องจากปลาทะเลน้ำลึกจะมีกรดไขมันที่มีปริมาณสูง และยิ่งถ้ามาจากแหล่งน่านน้ำธรรมชาติก็จะยิ่งปราศจากสารปนเปื้อนที่อาจติดมากับปลาด้วย อีกทั้งต้องมีการตรวจสอบสารปนเปื้อนทั้งโลหะหนัก สารตะกั่ว ปรอท แคดเมียม สารหนูและผ่านมาตรฐาน GMP มาตรฐานยารองรับระดับโลก

2. เลือกชนิดของเม็ดเป็นแบบแคปซูลนิ่ม

ส่วนมากรูปแบบของน้ำมันปลามักจะบรรจุในเม็ดแคปซูลนิ่ม (Soft Gel) เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้กรดไขมัน Omega-3 สลายตัวระหว่างรอทานดีกว่าเม็ดยาในรูปแบบแคปซูลแข็ง ที่อาจมีรอยรั่วตรงขอบเม็ด ซึ่งจะทำให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับกรดไขมัน Omega-3 เป็นเหตุให้กรดไขมันสลายตัวและปริมาณลดลง

3. เลือกปริมาณของ EPA และ DHA ให้ดี

ควรดูปริมาณของ EPA และ DHA ของแต่ละยี่ห้อให้ดี บางยี่ห้ออาจระบุปริมาณของกรดไขมัน Omega-3 ว่าบรรจุ 1,000 มิลลิกรัมต่อเม็ด แต่ปริมาณของ EPA และ DHA กลับมีน้อยมาก เนื่องจากอาจมีส่วนผสมอย่างอื่นมาเจือปนด้วย ซึ่งสัดส่วนของปริมาณ EPA : DHA ที่เชื่อว่าจะมีผลในการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ 3:2 ยกตัวอย่างเช่น หากมีปริมาณ EPA 180 มิลลิกรัม จะต้องมีปริมาณ DHA 120 มิลลิกรัม

4. เลือกจากบรรจุภัณฑ์

จะสังเกตได้ว่า ในท้องตลาดมีทั้งบรรจุภัณฑ์แบบขวดทึบแสงที่เป็น ‘ขวดพลาสติก’ และ ‘ขวดแก้ว’ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ควรเลือกบรรจุภัณฑ์แบบใด ซึ่งจริง ๆ แล้วบรรจุภัณฑ์ทั้งสองแบบมีข้อดีแตกต่างกัน ดังนี้

บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดพลาสติก : ข้อดีของขวดพลาสติกคือ “เบา สะดวกต่อการพกพา” ขวดพลาสติกเกรดยาย่อมมีมาตรฐานดีกว่าขวดพลาสติกเกรดอาหารเสริมทั่วไป ที่ช่วยปกป้องตัวผลิตภัณฑ์และตัวเม็ดยาให้มีประสิทธิภาพเหมือนตอนที่ออกจากโรงงาน

บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดแก้ว : ภาชนะแก้วบรรจุยาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผิวมีความทนทานต่อสารเคมีสูง ผิวไม่เปลี่ยนแปลงสภาพง่ายมีความเสถียรสูง การนำมาใช้บรรจุยาต้องวิเคราะห์ทดสอบสมบัติทั้งทางกายภาพและสมบัติทางเคมี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปลอดภัยจริง

ที่มาข้อมูล : น้ำมันปลา (Fish oil)

วิธีเลือกซื้อน้ำมันปลาอย่างผู้รู้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...