โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ปี 2567 ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์มาแรง องค์กรใช้ดึงตัวคนหางาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2567 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 13.56 น.
Photo: Airam Dato On/unsplash

การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ได้รับการพูดถึงมากขึ้น เพราะมีการศึกษาที่พบว่า ให้ผลลัพธ์เป็นไปในทางบวก เช่น ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น สุขภาพจิตที่ดีขึ้น และการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น

การจัดทำดัชนีการทำงานแบบยืดหยุ่น (The Flexible Working Index) ล่าสุดโดย Flexa แพลตฟอร์มหางานระดับโลก ที่ทำการศึกษาการหางาน 2.7 ล้านตำแหน่งของคน 30,000 คนทั่วโลก เพื่อทำนายแนวโน้มด้านการทำงานสำหรับปี 2567 พบว่า 400% ของจำนวนงานที่เพิ่มในแพลตฟอร์มประกาศรับสมัครงาน เป็นตำแหน่งงานที่มีข้อเสนอการทำงานแบบ 4 วันต่อสัปดาห์, 9 วันต่อปักษ์ หรือแม้แต่ทำงานครึ่งวันในวันศุกร์ และ Flexa ยังคาดการณ์ว่า ปี 2567 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับรูปแบบ Work From Anywhere (ทำงานที่ไหนก็ได้)

ทำงาน 4 วันถูกใช้เป็นคีย์เวิร์ดค้นหางานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่นำร่องการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ มาตั้งแต่ปี 2565 และได้ผลลัพธ์ว่า รายได้และประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทเพิ่มขึ้น รายงาน The Flexible Working Index ยังเสริมด้วยว่า บริษัทที่เสนอวันหยุดสุดสัปดาห์สามวันสามารถสร้าง “ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพนักงาน ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะติดอยู่กับองค์กรในระยะยาว”

อย่างไรก็ตาม Flexa ได้เห็นการเติบโตของความนิยมการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ โดยถูกใช้เป็นคีย์เวิร์ดค้นหาเพิ่มขึ้น +68% นับตั้งแต่เปิดตัวตัวกรองนี้บนแพลตฟอร์มประกาศรับสมัครงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

รายงานระบุด้วยว่า แม้ว่าการทำงานจากระยะไกล (remote working) หรือทำงานจากบ้าน (work from home) ไม่ได้รับความนิยมในปี 2566 ที่ผ่านมา แต่การทำงานแบบผสมผสาน (hybrid) จะยังคงเป็นรูปแบบที่นายจ้างและคนทำงานตกลงร่วมกัน

คนรุ่นใหม่ชอบองค์กรที่ดูแลสุขภาพจิต

นอกจากนั้น ยังเห็นทรนด์ในปีที่ผ่านมาว่า การลาป่วยทำสถิติสูงสุดของการลา โดยมีเรื่องสุขภาพจิตเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำเป็นต้องหยุดงาน ซึ่งรายงานของ Flexa ระบุว่า พนักงานตระหนักดีว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือและกำลังมองหาการสนับสนุนจากนายจ้างด้านสุขภาพจิต โดยคนทำงาน 1 ใน 3 แสดงความชื่นชอบองค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต ซึ่งเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนหน้า

4 หรือ 5 วัน ก็ทำงานได้เท่ากัน

รายงานจาก Fiverr ซึ่งเป็นตลาดงานออนไลน์สำหรับฟรีแลนซ์ ได้ทำการสำรวจพนักงานทั่วโลกมากกว่า 1,000 คนในเดือนสิงหาคม 2566 พบว่า คนทำงานในสหรัฐอเมริกามากกว่า 75% กล่าวว่าพวกเขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นภายในเวลาทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ แทนที่จะเป็น 5 วัน คนรุ่นมิลเลนเนียลซึ่งคิดเป็นประมาณ 35% ของคนทำงานในปัจจุบัน มีความหลงใหลในการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุด โดย 87% เห็นด้วยกับรูปแบบนี้

“มิลเลอร์ ลีวาย” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยตลาดและข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าของ Fiverr กล่าวกับ CNBC ว่าความยืดหยุ่นในชั่วโมงทำงานเป็นสิ่งที่คน Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเกือบ 1 ใน 3 บอกว่าตนรู้สึกสร้างสรรค์มากขึ้น และมีแรงบันดาลใจมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงดึก

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (76%) ที่กล่าวว่าการจัดการงานในปัจจุบันไม่เป็นไปตามความต้องการในอุดมคติของตน เพราะพวกเขาจำเป็นต้องอยู่ในสำนักงานบ่อยกว่าที่พวกเขาต้องการ

“แม้ว่า Gen Z ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น แต่พวกเขาก็ไม่ได้ชอบทำงานจากที่บ้านเหมือนคนรุ่นอื่น ๆ โดย Baby Boomers ชอบการทำงานจากระยะไกลมากที่สุดโดยคิดเป็น 40% ตามมาด้วย Gen X (32%) และ Millennials (29%)

เพราะพนักงาน Gen Z ชอบพบปะผู้คนและมีปฏิสัมพันธ์ต่อหน้า แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศเสมอไป โดยผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 1 ใน 3 ชอบทำงานในที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ ซึ่งพวกเขาสามารถพบปะและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ในขณะเดียวกันก็รักษาความยืดหยุ่นได้”

ทำงาน 4 วันโดยไม่ถูกหักค่าจ้าง

เบลเยียมเริ่มเสนอวันทำงานสัปดาห์ละ 4 วันสำหรับพนักงานที่ต้องการ โดยเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แทนที่จะเป็นการทำงาน 5 วันตามปกติโดยไม่สูญเสียเงินเดือน

กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 โดยอนุญาตให้ลูกจ้างตัดสินใจว่าจะทำงาน 4 หรือ 5 วันต่อสัปดาห์หรือไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพนักงานจะทำงานน้อยลง เพียงแต่จะย่อชั่วโมงทำงานให้เหลือน้อยลง

“อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู” นายกรัฐมนตรีเบลเยียม กล่าวว่า เป้าหมายคือการให้ผู้คนและบริษัทต่าง ๆ มีอิสระมากขึ้นในการจัดเวลาทำงาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยทำให้ตลาดแรงงานที่เข้มงวดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และจะทำให้ผู้คนสามารถผสมผสานชีวิตครอบครัวเข้ากับอาชีพการงานได้ง่ายขึ้น”

หลังจากเห็นความสำเร็จของประเทศที่ทดลองทำงาน 4 วันในทวีปยุโรป โปรตุเกสก็ได้เข้าร่วมกับประเทศต่าง ๆ ที่กำลังขยายขอบเขตแนวคิดเรื่องทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์

โดย 39 บริษัทในประเทศเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งประกาศเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 บริษัทที่เข้าร่วมจะถูกคาดหวังให้ปฏิบัติตาม “โมเดล 100:80:100” ซึ่งก็คือ 100 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างสำหรับ 80 เปอร์เซ็นต์ของเวลา เพื่อแลกกับความมุ่งมั่นที่จะรักษาประสิทธิภาพการผลิตไว้อย่างน้อย 100 เปอร์เซ็นต์

ในอดีตโปรตุเกสเป็นประเทศที่มีการทำงานที่ยาวนานเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ด้วยจำนวนคนที่ทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ประโยชน์ที่ได้จากการทำงาน 4 วัน

รายงานของ World Economic Forum ในปี 2563 เรื่อง The Future of Jobs ได้คาดการณ์ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกแห่งการทำงาน โดยหลายองค์กรจะให้การยอมรับการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่างเต็มที่

ซึ่งหลักการดังกล่าวถูกนำไปต่อยอดทดสอบในปี 2565 โดยร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร 4 Day Week Global โดยมีนายจ้างในไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เข้าร่วม และผลการวิจัยพบว่า คนทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ มีสุขภาพดีขึ้น มีระดับความเครียดลดลง รู้สึกเหนื่อยน้อยลง รู้สึกมีความสุขมากขึ้น และมีความพึงพอใจส่วนตัวมากขึ้น การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ยังนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์และทำให้คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ มีการศึกษาในปี 2565 ที่แยกออกมาในสหราชอาณาจักร พบว่า ปัจจุบันบริษัท 73 แห่งและพนักงาน 3,300 คน ได้ผลลัพธ์ที่ได้ก็คล้ายกัน โดยการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ และได้รับค่าจ้าง 5 วันเป็นประโยชน์ต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

ธุรกิจส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการทดลองการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ระบุว่า มีแนวโน้มว่าจะนำไปใช้ในอนาคต โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นเล็กน้อยหรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 86% ระบุว่ามีแนวโน้มสูงที่พวกเขาจะทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์หลังจากจบการทดลองนี้

การทำงานสัปดาห์ละ 4 วันทำให้ผู้คนทำงานได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง ย้อนกลับไปในปี 2562 บริษัท Microsoft ในประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ และรายงานว่าประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 40%

ตัวอย่าง 12 บริษัทเสนอสัปดาห์ทำงาน 4 วัน

ตัวอย่าง 12 บริษัทในฝั่งยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ที่เสนอสัปดาห์ทำงาน 4 วัน ดังนี้

  • Amazon
  • Basecamp
  • BigLaw
  • Bolt
  • Buffer
  • CARFAX
  • Ecosia
  • Forbes Advisor
  • Kickstarter
  • KRÜSS
  • Lamborghini
  • Microsoft
  • Panasonic
  • Samsung
  • thredUp
  • Toshiba
  • Unilever

กฎหมายวันทำงานในไทย

กฎหมายการทำงานในประเทศไทยกำหนดชั่วโมงการทำงานในเวลาทำงานปกติ โดยงานทั่วไป “ไม่เกิน 8” ชั่วโมงต่อวัน หรือตามที่นายจ้างลูกจ้างตกลงกัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมง

วันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วัน/สัปดาห์ โดยให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน สำหรับงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงอาจตกลงกันสะสมและเลื่อนวันหยุดประจำ สัปดาห์ไปหยุดเมื่อใดก็ได้ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน

ส่วนวันหยุดตามประเพณี ต้องไม่ น้อยกว่า 13 วัน/ปี โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติ โดยพิจารณาจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ให้หยุดชดเชยวันหยุดตาม ประเพณีในวันทำงานถัดไป สำหรับงานในกิจการโรงแรม สถานมหรสพ ร้านขายอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม ฯลฯ อาจตกลงกันหยุดวันอื่นชดเชยวันหยุดตามประเพณี หรือจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้

วันหยุดพักผ่อนประจำปีต้องไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน/ปี สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี อาจตกลงกันล่วงหน้าสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปี ไปรวมหยุดในปีต่อ ๆ ไปได้

ไทยแก้กฎหทาย คุ้มครองลูกจ้าง หลังเลิกงานไม่ต้องตอบไลน์

อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 นี้ ประเทศไทยมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เป็น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

มาตรา 23/1 วรรคสาม บัญญัติว่า “เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันหรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธในการติดต่อสื่อสารไม่ว่าในทางใด ๆ กับกับนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควรคุมงาน ผู้ตรวจงาน หรือแม้กระทั่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล เว้นแต่ลูกจ้างได้ให้ความยินยอมโดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้า”

ซึ่งเป็นการนำหลักการเรื่องสิทธิในการยุติการติดต่อสื่อสารของลูกจ้างหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาทำงาน (Right to disconnect) มาบัญญัติไว้ในกฎหมายแรงงานประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งหลักการเรื่องนี้ปรากฏในกฎหมายแรงงานในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ชิลี โปรตุเกส เป็นต้น

อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 เรื่องการคุ้มครองสิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัว และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) มาตรา 12

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์ปี 2567 ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์มาแรง องค์กรใช้ดึงตัวคนหางาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...