โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องแนวทางการลงทุนปีมังกร เศรษฐกิจแบบนี้ เลือกลงทุนอะไรดี?

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

ส่องแนวทางการลงทุนปีมังกร เศรษฐกิจแบบนี้ เลือกลงทุนอะไรดี อ่านที่นี่ก่อนจะตัดสินใจลงทุน

ย้อนกลับไปปี 2566 บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ลงทุนผันผวน ทำให้นักลงทุนตั้งความหวังการลงทุนในปี 2567 ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา คำถามที่ตามมา คือ การลงทุนปีนี้จะมีอะไรน่าสนใจและสินทรัพย์ลงทุนไหนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ก่อนจะตัดสินใจลงทุน มาทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าจากนี้ไปต้องยอมรับกับเรื่องราวเหล่านี้

การลงทุนปีมังกร

ทำความเข้าใจเบื้องต้น

  • นวัตกรรมด้านข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว มีข้อมูลจำนวนมากให้วิเคราะห์ ทำให้การลงทุนทุกประเภท "ยากมากขึ้น" และกว่าจะรู้ถึงเหตุผล ที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ลงทุนนั้น ๆ อาจต้องรอจนวินาทีสุดท้าย
  • นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับสภาวะการเงินที่อาจตึงตัวมากกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อาจจะอยู่สูงไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคยังคงสูงต่อไป
  • สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) การเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง (การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา) หรือนโยบายการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้การลงทุนมีความผันผวน และหากเปลี่ยนแปลงไปในเชิงลบหรือไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดอาจสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน
  • อัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มเห็นสัญญาณคลายตัว ตำแหน่งงานและจำนวนคนหางานมีความสมดุลมากขึ้น แต่นักลงทุนอย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้สัญญาณว่าต้องเห็นเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจนก่อน จึงจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงไม่ปรับลดลง เฟดอาจเลื่อนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออาจปรับขึ้นต่อก็ได้
  • หากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับฐานอย่างรุนแรง นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังการลงทุนในหุ้น

การลงทุนปีมังกร

เศรษฐกิจแบบนี้ เลือกลงทุนอะไรดี

Fidelity International บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยมุมมองโอกาสและความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจปี 2567 ว่าอาจเกิดได้ใน 4 กรณี

กรณีที่ 1 เศรษฐกิจถดถอยตามวัฏจักร (Cyclical Recession) โอกาสเกิดขึ้น 60%

  • กรณีนี้ลักษณะเศรษฐกิจจะเกิดภาวะ “ถดถอยเร็ว และฟื้นตัวเร็ว” ซึ่งส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้น เพราะเศรษฐกิจจะชะลอตัวไม่มาก ที่สำคัญสามารถฟื้นตัวและกลับมาเติบโตได้ภายในปลายปี 2567 ขณะที่เงินเฟ้อค่อย ๆ ปรับลดลงแต่ช้ากว่าคาดเล็กน้อย ส่งผลให้เฟดอาจตัดสินใจคงระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ในระดับสูงต่อไป
  • ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ควรหลีกเลี่ยงหุ้นขนาดเล็ก เพราะยังคงมีต้นทุนทางการเงินที่สูงจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์ คือ หุ้นขนาดกลางในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ในกลุ่มตลาดหุ้นประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และอินโดนีเซีย
  • หากสนใจลงทุนตราสารหนี้ ควรเลือกลงทุนตราสารที่มีอายุการลงทุนสั้น กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ Inflation Linked Bond

กรณีที่ 2 เศรษฐกิจถดถอยแบบเบา ๆ (Soft Landing) โอกาสเกิดขึ้น 20%

  • หากเศรษฐกิจถดถอยแบบ Soft Landing หมายความว่า เศรษฐกิจยังเดินหน้าเติบโตได้ แต่โตช้าลงเล็กน้อย ทำให้ภาคบริโภคยังแข็งแกร่งต่อไปได้
  • นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงได้ เช่น หุ้นเติบโต (Growth Stock) อาทิ กลุ่มบริโภค เพราะจะกลับมาฟื้นตัวได้จากการปรับลดเงินเฟ้อและเริ่มเห็นมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
  • เลือกลงทุนตราสารหนี้ที่มีอายุการลงทุนปานกลาง – ยาว เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

การลงทุนปีมังกร

กรณีที่ 3 เศรษฐกิจถดถอยแบบจริงจัง (Balance Sheet Recession) โอกาสเกิดขึ้น 10%

  • เศรษฐกิจถดถอยอย่างจริงจังจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อธนาคารกลางทั่วโลกยังคงใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ขณะเดียวกันรัฐบาลและเอกชนพร้อมใจกันชะลอการใช้จ่าย การลงทุน หากเกิดขึ้นจริงก็จะเห็นธนาคารกลางมีความจำเป็นต้องรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรับมือเศรษฐกิจหดตัว ขณะเดียวกันจะเห็นเงินเฟ้อปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
  • นักลงทุนควรเลือกลงทุนตราสารหนี้ที่มีอายุการลงทุนยาว เนื่องจากได้ประโยชน์หากธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็ว หรือลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ทนทานต่อเศรษฐกิจถดถอย เช่น ธุรกิจที่สร้างรายได้ มีกระแสเงินสดที่ดีในช่วงเกิดวิกฤติ (กลุ่มสินค้าจำเป็น เวชภัณฑ์ยา) อีกทั้ง ควรแบ่งเงินลงทุนในทองคำ (ประมาณ 5% ของพอร์ตลงทุนโดยรวม)
  • ควรลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยทันที โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น หุ้นขนาดเล็ก หุ้นกลุ่มการเงิน เป็นต้น

กรณีที่ 4 เศรษฐกิจไม่ถดถอยเลย (No Landing) โอกาสเกิดขึ้น 10%

  • เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวต่อเนื่องสู่ระดับ 3%
  • เงินเฟ้อไม่ปรับลดลง เนื่องจากการบริโภคและเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงอยู่ในระดับสูงและมีโอกาสปรับขึ้นต่อ
  • เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงเติบโต สามารถเลือกลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะเดียวกันสินค้าโภคภัณฑ์จะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ขยายตัว เช่น น้ำมัน รวมถึงธุรกิจส่งออก ส่วนตลาดหุ้นจีนจะกลับมาฟื้นตัวจากการค้าทั่วโลกที่คึกคัก รวมถึงกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน บราซิลเป็นต้น

โดยสรุป ปีมังกรจะเห็นการจบของการต่อสู้กับเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะทิ้งรอยแผลไว้ให้กับเศรษฐกิจทั่วโลกแค่ไหน ก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่มีโอกาสเห็นมากที่สุด คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น หากนักลงทุนมีคู่มือที่ดีในการเลือกลงทุนในภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ จะเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมและปรับกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดย พงษ์ธร ถาวรธนากุล, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lief Capital Asset Management

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...