โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

โปรตุเกส ยังใช้โควต้ากดเกษตรกร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 22.15 น.

วันก่อนเราพูดกันถึงเรื่องชาวสวนองุ่นในประเทศตูนิเซีย ประเทศทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา กำลังทุกข์หนัก เพราะองุ่นตายเกือบครึ่งจากความร้อนที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำความเสียหายให้เกษตรกรรมองุ่น ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมไวน์ ซึ่งเป็นผลผลิตหลักในแอฟริกาทางตอนเหนือไปจนถึงทวีปยุโรป ที่อยู่เหนือขึ้นไปหน่อยเดียว

วันนี้เราจะพูดถึงแหล่งปลูกองุ่นสำคัญกว่าใหญ่กว่า และอยู่ในยุโรป แต่เป็นยุโรปทางใต้สุด ที่ต่อเนื่องกับพื้นที่เหนือสุดของแอฟริกา เป็นภูมิภาคหลักของการปลูกองุ่นของโลก

องุ่นโปรตุเกส หนึ่งในผู้ผลิตองุ่นรายสำคัญของโลก กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายที่อาจมีผลถึงความอยู่รอด มันไม่ใช่มาจากความร้อนของโลกเหมือนกรณีของตูนิเซีย แต่มาจากน้ำมือมนุษย์

มันมาจากกฎหมายที่พวกเขาบอกว่าล้าสมัย เก่าแก่เกินจะเอามาใช้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงมากแล้ว

โปรตุเกสปลูกองุ่นตามขั้นบันไดบนหุบเขาสูงที่มีอากาศเย็นสบาย อย่างเช่นที่เมือง Douro ที่มีทั้งไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา เป็นแหล่งผลิตองุ่นสำคัญของประเทศ และเป็นท่าเรือส่งออกไวน์ของประเทศ เมืองนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนดื่มไวน์ จะพากันเดินทางมาจากทั่วโลก โดยเฉพาะฤดูร้อนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ

มันก็ควรจะดีไม่ใช่หรือ?

“แต่มันไม่ค่อยดีน่ะสิ” พอล ซิมมิงตัน หัวหน้าท่าเรือในเมืองนี้กล่าว เขาบอกว่าโปรตุเกสยังบังคับใช้กฎหมายที่มีมานับศตวรรษ กฎหมายเก่าแก่นี้กำลังเป็นอันตรายต่อหุบเขา Douro และไร่องุ่นทั้งหมด

ซิมมิงตัน บอกว่า เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่เขาและคนอื่นๆ พยายามโน้มน้าวรัฐบาลโปรตุเกสให้เลิกใช้กฎหมายคร่ำครึนี้เสียที ก่อนที่อุตสาหกรรมองุ่นและไวน์ของประเทศจะล้มหายตายจาก

หุบเขา Douro เป็นภูมิภาคไวน์เพียงแห่งเดียวในโปรตุเกสที่ยังคงใช้กฎหมายที่ออกโดยเผด็จการ อันโตนิโอ ซาลาซาร์ ซึ่งเสียชีวิตไปเกินครึ่งร้อยปีแล้ว เป็นกฎหมายที่ล้าสมัยอย่างสิ้นหวัง เช่น ยังคงควบคุมราคาและโควต้าส่งออกอย่างเข้มงวด บีบให้เกษตรกรต้องขายองุ่นต่ำกว่าทุน ทั้งที่โลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และยิ่งต้องมาเผชิญอัตราเงินเฟ้อซ้ำไปอีก พวกเขาก็วิกฤต

ในขณะที่ภูมิภาคอื่นไม่มีกฎหมายควบคุมในลักษณะนี้

ชาวเมือง Douro ต้องการให้มีคณะกรรมการที่ชาวไร่เข้าไปมีส่วนในการกำหนดกฎระเบียบ เช่นเดียวกับในภูมิภาคผลิตไวน์อื่นๆ ของโปรตุเกส

กลุ่มผู้ผลิตชั้นนำ 26 รายจากหุบเขานี้ และหุบเขา Sogrape และ Gran Cruz ซึ่งล้วนเป็นภูมิภาคผลิตไวน์ชั้นนำของโปรตุเกส ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสื่อมวลชน ส่งเสียงไปถึงรัฐบาล ประณามที่ไม่ยอมปฏิรูปใดๆ “ผลกระทบมันไม่เพียงแค่ราคาองุ่นเท่านั้น แต่รวมถึงสังคม ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของเมือง และภูมิภาคไวน์ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” จดหมายมีผู้ลงนามกว่า 1,000 คน

พวกเขาบอกว่าอยู่ภายใต้กฎหมายที่กดทับอย่างนี้และยังอยู่รอดมาได้นับว่าอัศจรรย์แล้ว แต่จะไม่ยอมอีกต่อไป

ตอนนี้รัฐบาลโปรตุเกสเจอเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูป หรือพูดตรงๆ คือให้ยกเลิกกฎหมายนี้โดยด่วน ประธานาธิบดีสายอนุรักษ์นิยมของโปรตุเกส อย่าง มาร์เซโล เรเบโล เด โซซา ลงทุนเรียกร้องให้รัฐบาลสังคมนิยมของ อันโตนิโอ คอสตา นายกรัฐมนตรี ปฏิรูประบบนี้โดยด่วน

“อนาคตมีแต่เรื่องท้าทาย การหาคนมาทำงานในสวนองุ่นยากขึ้นทุกวันและต้นทุนก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เราต้องการกฎหมายที่ช่วยเหลือเราบ้าง” Bernardo Nápoles เจ้าของและผู้จัดการรุ่นที่สี่ของไร่องุ่น Quinta do Monte Travesso ในหุบเขา Douro บอก เขาบอกด้วยว่าตอนนี้ประชากรในท้องถิ่นลดลง 14 เปอร์เซ็นต์ในรอบ 10 ปี พากันย้ายถิ่นไปเสียมากเพราะมันอยู่ยากขึ้นทุกวัน

Douro เป็นพื้นที่ไร่องุ่นบนภูเขาสูงชันที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีต้นทุนสูงมาก และให้ผลตอบแทนต่ำมาก ดังนั้น จึงต้องการการประคับประคองอย่างมาก

เพราะแม้ปลายทางมันจะคือไวน์ ที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มราคาแพง แต่เบื้องหลังคือเกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยที่ทำมาหากินเยี่ยงนี้มาหลายชั่วอายุคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...