"เก้าอี้ไม้" ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ เป็น "ของสะสม" มีมูลค่า เล่าประวัติศาสตร์ในตัวมันเอง
“เฟอร์นิเจอร์” เมื่อหมายถึงเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้าน ย่อมเป็นวัตถุที่ปรากฏอยู่คู่กับวิถีชีวิตมนุษย์อย่างใกล้ชิดท่ามกลางความพยายามพัฒนาการใช้ชีวิตของตัวเองให้สะดวกสบายขึ้น พัฒนาการของเฟอร์นิเจอร์ก็พบเห็นกันเรื่อยมา ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาตลอดทุกยุคทุกสมัย
ยุโรป
มีผู้ศึกษาเส้นทางพัฒนาการของเฟอร์นิเจอร์ ในอดีตกันมาบ้าง ดังเช่นในบทความ “เฟอร์นิเจอร์ อมตวัตถุของนักสะสม” เขียนโดย ชนิตร ภู่กาญจน์ เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2539 โดยผู้เขียนบทความต้นฉบับอธิบายโดยอ้างอิง“หลักฐานที่มีผู้บันทึกเอาไว้” ว่า เฟอร์นิเจอร์ถูกกล่าวขานในต้นศตวรรษที่ 13 ช่วงเวลาของศตวรรษนี้ เฟอร์นิเจอร์ถูกสร้างด้วยไม้จากต้นโอ๊ก อันเป็นไม้หาง่ายมากในยุโรปช่วงสมัยนั้น ออกแบบสร้างเป็นรูปแบบง่ายๆ ไม่ค่อยมีจุดโดดเด่นมากนัก
กระทั่งมาถึงศตวรรษที่ 14 โต๊ะและเก้าอี้ (เฟอร์นิเจอร์) เริ่มเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น ผู้สร้างมีแนวสร้างสรรค์ของตัวเอง และใช้อารมณ์เข้ามาผสมผสานกับการสร้างเพื่อใช้งาน รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือขาโต๊ะ และพื้นบนของโต๊ะที่มีแกะลวดลายที่ไม่ค่อยละเอียดนักลงบนพื้นโต๊ะและขาโต๊ะ นอกจากนี้ ขาโต๊ะยุคสมัยนี้ยังเน้นความแข็งแรงเพื่อสอดรับการใช้งาน ขาโต๊ะจึงค่อนข้างมีลักษณะบึกบึน
เฟอร์นิเจอร์พัฒนามาเรื่อยๆ เมื่อมาถึงช่วงศตวรรษที่ 16 รูปแบบเฟอร์นิเจอร์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านขุนนาง เศรษฐี และในพระราชวัง โดยออกแบบแตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
รอยต่อระหว่างศตวรรษที่ 16-17 การออกแบบเฟอร์นิเจอร์มักมีการประกวดแข่งขันเชิงฝีมือมากขึ้นในหลายรูปแบบ ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ และตู้ อีกทั้งยังพิถีพิถันในการเลือกไม้มาสร้าง นอกจากไม้โอ๊กแล้ว ไม้ชนิดอื่นๆ เริ่มถูกตัดมาสร้างเฟอร์นิเจอร์ในที่พักของชนชั้นสูง
ส่วนในกลุ่มคนระดับกลางถึงล่าง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นแบบสำหรับใช้งานเท่านั้น ไม่ได้ปรากฏการแสดงออกเชิงศิลปะ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ปรากฏการสร้างเฟอร์นิเจอร์อันโดดเด่น (ในเชิงศิลปะ) ในกลุ่มนี้มักปรากฏขึ้นเพราะผู้สร้างเป็นคนมีหัวทางศิลปะและสร้างเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
ชนิตร ภู่กาญจน์ ยกตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์คือ เก้าอี้ของราชินีแอนน์ ซึ่งยอมรับกันว่าออกแบบอย่างสละสลวย พนักพิงโดดเด่นในรูปทรงสูง ขาเก้าอี้ยึดหลักความมั่นคงแข็งแรง เบาะที่นั่งกรุขึ้นเป็นพิเศษพร้อมลวดลายที่สวยงาม
ตู้ของพระเจ้าวิกตอเรีย เป็น“เอกลักษณ์เฉพาะอีกอย่างที่คนทั่วไปรู้จักกันดีว่าเป็นสไตล์วิกตอเรีย ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของนักสะสมและยังมีอยู่ในมือนักสะสมอีกหลายชิ้นจนถึงได้มีการลอกเลียนแบบสไตล์วิคตอเรียออกมาขายกันเกร่อในปัจจุบัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 1987 ได้มีการขายตู้ไม้วอลนัทประดับลวดลายทำด้วยโลหะหลังหนึ่งในราคา 1,050 ปอนด์ ซึ่งราคานี้นับว่าเป็นราคาที่ไม่สูงนัก เพราะเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นของเก่าแท้ๆ นั้น ราคาซื้อขายกันจะเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 2,000 ปอนด์ขึ้นทั้งนั้น”
ราคากลางของเฟอร์นิเจอร์สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งชนิตร ภู่กาญจน์ หยิบยกมาเล่าในช่วงนั้น (พ.ศ. 2539) ระบุว่า ราคามาตรฐานกลางไม่ต่ำกว่า 2,000 ปอนด์
ในส่วนเก้าอี้ ยังมีชิ้นที่น่าสนใจคือ เก้าอี้วินซอร์ ทำจากไม้ทั้งตัว พนักพิงเป็นไม้ซีก สร้างในศตวรรษที่ 19 นักสะสมหลายคนมักนิยามว่า ทำง่ายแต่มีเสน่ห์
ในยุคพระเจ้าจอร์จที่ 1 ถึงที่ 3 ไม้วอลนัท ปรากฏเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์อย่างกว้างขวาง ดังเช่นโต๊ะเขียนหนังสือไม้วอลนัทของพระเจ้าจอร์จที่ 1
ในหมู่นักสะสมส่วนใหญ่มองเฟอร์นิเจอร์ไปที่ยุคสมัย ยิ่งสร้างมานานแล้วยิ่งแพงตามความเก่าแก่ของยุคสมัย แต่ชนิตร ภู่กาญจน์ เล่าว่า ยังมีบางชิ้นที่ไม่ได้ผูกติดกับยุคสมัย แต่จะมองกันที่งานฝีมือ ความละเอียดของงาน และเอกลักษณ์ของชิ้นงานที่ไม่เหมือนใคร ตัวอย่างเช่น โต๊ะทำงานโนเนมที่ซื้อขายกันเมื่อมกราคม 1986 ลวดลายต้องตาผู้ซื้อ เริ่มต้นขายกันที่ 2,500 ปอนด์
โดยภาพรวมแล้ว งานไม้สลักมือเป็นงานศิลปะอมตะ เลียนแบบกันได้ยาก ถึงฝีมือจะใกล้เคียงกัน รายละเอียดอย่างเนื้อไม้คืออีกหนึ่งปัจจัยที่นักสะสมให้น้ำหนักว่า“เนื้อไม้ชนิดนี้หาไม่ได้ในยุคนี้อีกแล้ว”
เรียกได้ว่า “เนื้อไม้เก็บประวัติศาสตร์ของตัวมันเอง…”
ตะวันออก : จีน
ไม่เพียงแค่ฝั่งยุโรป ในฟากตะวันออกก็มีเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และมีพัฒนาการแยกต่างหากจากฝั่งยุโรป หากพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ตะวันออกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดย่อมต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณ
นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์แบบจีนโบราณซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่งคือ Gustav Ecke นักประวัติศาสตร์ด้านศิลปะเชื้อสายอเมริกัน-เยอรมัน ผู้เขียนหนังสือ Chinese Domestic Furniture in Photographs and Measured
ในภาพรวมแล้ว พฤติกรรมของคนจีนโบราณปรากฏจากหลักฐานที่เป็นภาพวาดหลายชิ้น คนทั่วไปในสมัยจีนโบราณอยู่กับบ้านโดยนั่งคุกเข่าหรือนั่งกับพื้นบนเสื่อ เฟอร์นิเจอร์ล้อมรอบมักเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบเตี้ย อาทิ โต๊ะเตี้ย ที่วางแขน
ในช่วงที่เริ่มรับวัฒนธรรมและอิทธิพลแบบพุทธจากอินเดีย ตำแหน่งที่นั่งซึ่งถูกยกระดับสูงถึงเริ่มปรากฏขึ้น ผู้นั่งในระดับสูงกว่าหมายถึงสถานะที่ได้รับความเคารพจากผู้อื่น หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเริ่มปรากฏลักษณะการยกตำแหน่งสำหรับนั่งไว้รองรับกรณีแขกพิเศษหรือเจ้าหน้าที่ทางการ ขณะที่การยกระดับสูงขึ้นก็ปรากฏการเพิ่มพื้นที่ทางยาวมากขึ้นสำหรับไว้เอนหลังได้ และพัฒนามาเป็นลักษณะ “เตียง” และม้านั่งกึ่งเตียงเอนนอนพักได้ (daybed) ในเวลาต่อมา
ม้านั่งที่ปรากฏหลังจากนั้นก็มีหลากหลาย อาทิ เริ่มมีลักษณะเป็นนาฬิกาทราย ทำจากไม้ไผ่ หรือวัสดุอื่นๆ ระหว่างช่วงราชวงศ์เหนือ-ใต้ (386-586)
ในช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัย (จากเสื่อมาถึงเก้าอี้) รูปแบบการวางท่าทางบนเฟอร์นิเจอร์ยกระดับก็เริ่มเพิ่มเติมเข้ามา เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้มักมีลักษณะใหญ่ ความสูงระดับกลาง อาทิ โต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร
ในช่วงราชวงศ์ถัง เก้าอี้และม้านั่งเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง กระทั่งในช่วงราชวงศ์เหนือและซ่งใต้ (920-1279) เฟอร์นิเจอร์ยกสูงหลายชนิดเริ่มพัฒนาขึ้นและใช้กันในชีวิตประจำวันทั่วไปดังพบเห็นในภาพเขียนวิถีชีวิตสามัญชน
อ่านเพิ่มเติม :
- เก้าอี้ฝรั่งชื่อดังในตำนาน “โทเน็ท” ในราชสำนักไทย
- ของเล่น-ของสะสมในหมู่เจ้านายชนชั้นสูง สมัยรัชกาลที่ 5 มีอะไรบ้าง
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2564