SPVIไอโฟนหนุนกระแส5G สยายปีกภูธร-ผุดสาขาทำเงิน
ทันหุ้น – SPVI ชี้ iPhone 12 หนุนกระแส 5G ปักหมุดยอดขายโต 10% ด้านบิ๊กบอส “ไตรสรณ์ วรญาณโกศล” จัดทัพบุกภูธร ส่งแบรนด์ U-Store รุกตลาด เจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พร้อมเสกสาขาใหม่ปีนี้ 3 แห่งทำเงินเพิ่ม ล่าสุดบอร์ดใจดีจ่ายปันผล 0.11 บาท
นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI เปิดเผยว่า จากผลสำรวจเหตุผลที่ผู้บริโภคซื้ออุปกรณ์มือสื่อสาร หรือไอโฟน เหตุผลักคือไอโฟนตัวใหม่สามารถรองรับ 5G, มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น และกล้องถ่ายมีฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งเหตุสำคัญคือไอโฟนรองรับ 5G ซึ่งเป็นเทรนด์การสื่อสารใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคต
ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศมองว่ายังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่ทิศทางยอดขาย iPhone 12 และ 11 ยังเติบโตได้ อีกทั้งไอโฟน 12 และ 11 ยังเป็นราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ ดังนั้นบริษัทมองภาพการเติบโตยอดขายปี 2564 ยังสามารถเติบโตจากปี 2563 ได้ โดยบริษัทวางเป้าหมายยอดขายโต 10% จากปี 2563
ไอโฟนหนุนโต
สำหรับสินค้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตยังเป็นไอโฟน ไอแพด โน้ตบุ๊ค และApple watch สำหรับกลยุทธ์การเติบโตปี 2564 บริษัทจะเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และขยายฐานลูกค้าไปภูมิภาค จากเดิมบริษัทมีกลุ่มลูกค้ากระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่
ทั้งนี้การเติบโตยังมาจากการขายสินค้าหลัก ภายใต้สินค้าอุปกรณ์สื่อสารแบรนด์ Apple หรือมีสัดส่วนที่ 80% และการบริการอีก 20%
ขณะที่บริษัทวางแผนขยายสาขาผ่านร้านค้า U-Store ซึ่งเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักเรียน นักศึกษา มากกว่าจะเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัดไม่ได้ขยายตัวมาก เมื่อเทียบกับหัวเมืองใหญ่ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะวางแผนเปิด U-Store เพิ่มจำนวน 3 สาขา จากปัจจุบันมีสาขา U-Store จำนวน20 สาขา เบื้องต้นคาดจะใช้เงินลงทุนที่ 3-5 ล้านบาทต่อสาขา ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 58-59 สาขา ประกอบไปด้วย I-Studio 3 สาขา I-Beat 6 สาขา U-Store 20 สาขา AIS 11 สาขา Mobi 3 สาขา A-Store 3 สาขา ICenter 5 สาขา BuddyและTelewiz 6 สาขา รวมถึงสาขาสำนักงาน และศูนย์ Isolution
เจาะฐานลูกค้าใหม่
สำหรับการแข่งขันทางธุรกิจ คู่แข่งได้เจาะกลุ่มลูกค้าโดยการขยายสาขาบ้าง เจาะฐานลูกค้าใหม่บ้าง ทำโปรโมชั่นทางด้านราคาบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือดภายใต้การขายสินค้า อุปกรณ์สื่อสารแบรนด์ Apple แต่บริษัทยังมีจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจทั้งบุคลากร และการขายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวานนี้ (16 ก.พ.64) อนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.11 บาท โดยกำหนดวันจ่ายปันผล 26 เมษายน 2564 โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิ์จ่ายปันผล (XD) 2 มีนาคม 2564 ขณะที่ผลประกอบการปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 73.30 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ 75.69 ล้านบาท