โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชมดอกไม้สวยสะพรั่ง ออนซอนวิถีอีสานยุคก่อน ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ธ.ค. 2563 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 13.24 น.

ท้องฟ้าสีเทา : เรื่อง, วรพรรณ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ

ภาคอีสาน เป็นภาคที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนประชากรมากที่สุด และเป็นภาคที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สอดประสานกันอย่างลงตัว กับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันและเรียกรวมกันว่า “ชาวอีสาน”

แต่เมื่อเวลาผ่านไปสังคมชนบทอีสานปรับตัวเข้าสู่สังคมแบบคนเมืองตามการพัฒนา วิถีชีวิตในอดีต และวัฒนธรรมประเพณีบางอย่างจึงอาจจะตกหล่นไปบ้าง บวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีสิ่งประดิษฐ์ เครื่องจักรต่าง ๆ มาช่วยในการทำการเกษตร วิถีชีวิตและวิถีการทำเกษตรแบบที่ใช้มือและเครื่องทุ่นแรงแบบบ้าน ๆ ในสมัยก่อนจึงแทบไม่มีให้เห็นแล้ว ซึ่งก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมดาของโลก

ในยุคที่เราไม่สามารถพบเจอวิถีชีวิตอย่างที่ว่านั้นได้แล้ว ก็ยังดีที่มีหลายสถานที่ที่อนุรักษ์วิถีและวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อยู่ หนึ่งในนั้นคือ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” ฟาร์มที่มีเจตนารมณ์จะฟื้นฟู อนุรักษ์ ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน และถ่ายทอดออกไปสู่สายตาผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติ

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในแต่ละปีฟาร์มจะจัดงานฟาร์มทัวร์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกันได้ในช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม สำหรับงานฟาร์มทัวร์ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม 2562-วันที่ 5 มกราคม 2563 ภายใต้ชื่องานว่า “ต่ำหูก แต้มผ้า-เล่าอีสานผ่านงานทอ” ซึ่งบ่งบอกความเป็นอีสานตั้งแต่ชื่องาน จากคำว่า“ต่ำหูก” ที่หมายถึงกระบวนการทอผ้า ส่วน “แต้มผ้า” แปลว่า การระบายสีลงบนผืนผ้า ในที่นี้หมายถึงการวาดผ้าผะเหวดเป็นเรื่องราวในมหาเวสสันดรชาดกสำหรับใช้ในประเพณีบุญผะเหวด หรือเทศน์มหาชาติของชาวอีสานนั่นเอง

พอยต์ใหญ่ ๆ ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นำเสนอแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ ด้านการเกษตร และด้านวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของชาวอีสาน ซึ่งในส่วนการเกษตรนั้นก็จะเห็นได้จากพืชพรรณสีเขียว ทั้งต้นหม่อน ต้นฝ้าย ทุ่งนา และดอกไม้สวย ๆ ที่เบ่งบานกระจายอยู่ทั่วฟาร์ม ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปตั้งแต่เช้าจนค่ำ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกทานตะวัน ทุ่งดอกคอสมอส ลานฟักทอง และทุ่งดอกไม้หลากสี ซึ่งปีนี้มีงานศิลปะติดตั้ง (installation art) ผลงานของศิลปินมิตร ใจอินทร์ จัดแสดงอย่างโดดเด่นและดึงดูดสายตาอยู่กลางทุ่งดอกคอสมอส ส่วนลานฟักทองก็โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “ชูชก” คือตกแต่งโครงฟักทองลูกยักษ์ให้เป็นฟักทองท้องแตกเหมือนชูชกในพระเวสสันดรชาดก

ส่วนด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของชาวอีสานนั้นต้องชื่นชมเลยว่า จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทำได้ดีมากจนทำให้คนอีสานอย่างผู้เขียนเกือบน้ำตาร่วง เพราะเกิดความรู้สึกคิดถึงอดีตสมัยเด็กน้อยที่ได้ร่วมกิจกรรมและประเพณีต่าง ๆ กับคุณตาคุณยาย

จุดหลัก ๆ ที่เป็นพื้นที่นำเสนอความงามของวิถีอีสานอยู่ที่ “หมู่บ้านอีสาน” พื้นที่ 60 ไร่ภายในหมู่บ้านอีสานมีสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้างที่หาชมได้ยาก อย่างบ้านไม้อีสานยุคก่อน ซึ่งทางฟาร์มไปหาซื้อบ้านเก่ามาอนุรักษ์ไว้หลายสิบหลัง นอกจากนั้น ยังมีศาสนาคาร อย่างศาลาการเปรียญวัด และหอไตรกลางน้ำ ซึ่งล้วนแต่ทำจากไม้เก่าสวย ๆ ทั้งนั้น

ในหมู่บ้านอีสานมีโซนที่โดดเด่นและได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ และครอบครัวเป็นอย่างมาก คือ โซนสำหรับเรียนรู้เรื่องข้าว ประกอบด้วย ทุ่งนา สระน้ำ โรงสีข้าว ยุ้งฉางเก็บข้าว ซึ่งชาวอีสาน เรียกว่า “เล้า” และยังมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการแปรสภาพข้าว อย่างอุปกรณ์ตีข้าว (ตีให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากรวง) ครกตำข้าว (ตำให้เปลือกข้าวหลุดออกเป็นข้าวสาร) และมี “ซุ้มนอนนา” จำลองวิถีชีวิตชาวนาอีสานสมัยก่อนที่จะนำฟางมาก่อเป็นซุ้ม เพื่อเป็นที่นอนระหว่างฤดูกาลทำนา

ไฮไลต์หนึ่งของงานปีนี้ก็คือ การขึงแขวนผ้าผะเหวดของจริงจัดแสดงในศาลาการเปรียญวัด นอกจากนั้น ในศาลาการเปรียญยังจำลองการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งมี “หมอสูตร” นั่งประจำคอยทำพิธีสวดบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อมือให้ด้วย

นอกจากนั้น ยังมีการจำลองวิถีชีวิตชาวอีสานแบบที่มีชีวิตจริง ๆ อย่าง สาธิตการทำขนมพื้นบ้าน สาธิตการสาวไหม การย้อมผ้า การทอผ้า และมีหมอลำมาลำให้ชมให้ฟังตลอดวันบนเวที หรือที่ชาวอีสาน เรียกว่า “ฮ่านหมอลำ” ซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ร่มรื่นให้นักท่องเที่ยวนั่งชมอยู่ “หน่าฮ่าน” ในบรรยากาศเย็นสบาย บริเวณใกล้ ๆ กับเวทีหมอลำมีเครื่องเล่นอย่างม้าโยก ม้าหมุน และชิงช้า ที่ทำจากไม้ให้เล่นสนุกกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

การไปเที่ยวจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เพียงหนึ่งวันเหมือนกับได้ย้อนไปในอดีตอย่างน้อยสัก 20 ปี ได้เห็นและเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานในสมัยก่อน ซึ่งหลาย ๆ อย่างคนรุ่นอายุสัก 30 ปีก็เคยได้เห็นในตอนเด็ก ๆ แต่หลายอย่างก็ย้อนไปเก่ากว่านั้น อย่างเช่น การใช้เกวียนเป็นพาหนะเดินทางและขนของ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีสักเท่าไหร่ เพียงแค่ไปชมธรรมชาติ พืชพรรณสีเขียวกับดอกไม้หลากสีที่บานสะพรั่งรอให้ถ่ายรูปได้ไม่รู้จบ แค่นั้นก็คุ้มแล้ว

*หมายเหตุ : มีคำเตือนเรื่องการเดินทางสำหรับคนที่ขับรถแล้วเปิด Google Maps หรือ map ของเจ้าอื่นก็ตาม อย่าใช้ถนนสาย 2235 ต่อ 3060 เด็ดขาด ! เพราะถนน 3060 เป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อและบางช่วงกำลังซ่อมแซมอยู่ด้วย ให้เลือกวิ่งเส้นทางที่อ้อมไกลกว่าแต่รับรองว่าไปถึงที่หมายเร็วกว่าและสบายกว่ากันมากแน่นอน*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...