รุ่นพี่อุเทนถวายรับน้อง 'ปลื้ม' โหด ตร.ชี้หลักฐานชัดจ่อถูกดำเนินคดีเพียบ-แถมถูกมหาลัยไล่ออก
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน นำชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน กก.สส.บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อุเทนถวาย เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน การเสียชีวิตของนายวีรพัฒน์ หรือปลื้ม ตามกลาง อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง ที่ถูกพี่รุ่น 88 ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และประชุมหารือกับทางมหาวิทยาลัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ภายหลังประชุม พล.ต.ต.ปิยะให้สัมภาษณ์ว่า ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยลงพื้นประชุมหารือกันแล้ว เชื่อว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับผู้ก่อเหตุรวม 12 คน ซึ่งหลักฐานประกอบด้วยรถยนต์ที่รุ่นพี่ใช้ กล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบสภาพแวดล้อมจากจุดเกิดเหตุ โดยตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพยานบางส่วนเพื่อมาประกอบสำนวนการสืบสวน โดยต้องดูว่าใครมีหน้าที่บทบาทอย่างไร ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้ลงมือกระทำ โดยพฤติการณ์เบื้องต้นพบว่า เป็นการที่รุ่นพี่ปี 3 เรียกรุ่นน้องปี 2 มาประชุมเพื่อจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าศึกษาปี 1 และลงโทษให้รุ่นน้องนั่งเรียงกัน และรุ่นพี่หมุนเวียนใช้เท้าเตะ ซึ่งมีรุ่นพี่ผู้หญิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าลงมือกระทำหรือไม่
ส่วนการแจ้งข้อหาจะแบ่งเป็นคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อ และหากรุ่นพี่คนใดที่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายรุ่นน้อง ก็จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตเพิ่มเติมด้วย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อัจฉริยเมธากร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อุเทนถวาย เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้สถานที่ทำกิจกรรมใด ๆ ตามประกาศในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่เป็นกลุ่มนักศึกษาจำนวน 30-40 คน แอบเข้ามาทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ทราบเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ว่าปล่อยปละละเลยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่านักศึกษาได้นำรถส่วนตัวเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรด้วย
ส่วนกลุ่มนักศึกษาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จะสรุปเรื่องก่อนส่งให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยพิจารณาโทษ ซึ่งอาจถึงขั้นไล่ออก คาดว่าจะทราบผลใน 1-2 วันนี้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่สนับสนุนและไม่อนุญาตให้มีการรับน้องที่ไม่ถูกต้อง และช่วงนี้ไม่ให้ทำกิจกรรมเนื่องจากสถานการณ์โควิดและให้เรียนออนไลน์เป็นหลัก