โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งบฯ สร้างกำแพงชายแดนใต้-มาเลเซีย เพื่อความมั่นคง?/รายงานพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2564 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 14.24 น.

รายงานพิเศษ

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

Shukur2003@yahoo.co.uk

 

งบฯ สร้างกำแพงชายแดนใต้-มาเลเซีย

เพื่อความมั่นคง?

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

1 มิถุนายน 2564 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส (ทนายแวยูแฮ) จากพรรคประชาชาติ อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการจัดงบประมาณ แผนบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาสามจังหวัด 7 พันกว่าล้าน ซึ่งไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะงบประมาณผูกพัน 3 ปี 600 กว่าล้านสร้างรั้วกำแพงชายแดนใต้และมาเลเซีย ปิดกั้นคนชายแดนชาติพันธุ์มลายู สะท้อนรัฐบาลไม่เข้าใจวิถีชีวิตคน 3 จังหวัด ชี้ยังมีอคติต่อคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทิ้งท้ายว่า หวังจะมีการปรับแก้ไขตามวาระ 2 และ 3 ต่อไป

(อ้างอิงจากติดตามฟังลิงก์จากเพจ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ https://www.facebook.com/watch/?v=940587866788312)

จากการอภิปรายครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านเพิ่งรู้ และหลายท่านเลยเถิดนึกถึงนโยบายการสร้างกำแพงของอดีตประธานาธิบดีอเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งไม่เป็นผลดีมากนักในพื้นที่ความขัดแย้งไฟใต้ “กว่า 17 ปี” ซึ่งต้องละเอียดอ่อน รอบคอบและรอบด้านในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะการลงพื้นที่ฟังเสียงชาวบ้านในมิติอื่นๆ ด้วย

แต่ กอ.รมน.อ้าง “เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ รวมถึงควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการลักลอบข้ามแดน”

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการอนุมัติงบฯ โครงการมูลค่ากว่า 600 ล้านบาทที่มิอาจมองข้าม

โครงการที่ว่านี้คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดน กิจกรรมการเสริมสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ระยะเร่งด่วน แนวเขตชายแดนพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่เสนอโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า งบประมาณเบื้องต้น 642,813,287.13 บาท

โดยอ้างอิงถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในคราวประชุมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2560

โครงการนี้ถูกเสนอผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นมาตามลำดับ กระทั่งในการประชุมร่วมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ใช้เวลาถึง 3 ปี กระทั่งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2563 กอ.รมน.ได้รับความเห็นชอบให้ขอรับการสนับสนุน “งบฯ กลาง” ประจำปีงบประมาณ 2564 เป็นกรณีเร่งด่วน ในการดำเนินโครงการ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ รวมถึงควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการลักลอบข้ามแดน

พร้อมชงเข้าที่ประชุม คปต.ที่มีรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน และผ่านฉลุยไปตามระเบียบ

รายละเอียดของโครงการ สร้างรั้วชายแดนรูปแบบต่างๆ ตามที่ กอ.รมน.เสนอ ดังนี้

1. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก บริเวณเขต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ระยะทาง 7.528 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 467,023,729.84 บาท

2. ก่อสร้างรั้วตาข่ายเหล็กชายแดนสูง 2 เมตร ระยะทาง 15 กิโลเมตร วงเงิน 114,687,66.27 บาท

3. ก่อสร้างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวทางชายแดน ระยะทาง 6 กิโลเมตร วงเงิน 52,750,400 บาท บริเวณชุมชนบ้านตาบา ต.เจ๊ะเห ต.เกาะสะท้อน ต.โฆษิต และ ต.นานาค

4. สร้างฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนไทย-มาเลเซีย จำนวน 3 ฐาน ในพื้นที่บ้านตะเหลียง ต.เกาะสะท้อน บ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน และบ้านตาเซะ ต.นานาค อ.ตากใบ วงเงิน 6,051,511.02 บาท

5. การอำนวยการและการสร้างความเข้าใจ วงเงิน 2,300,000 บาท

ทั้งนี้ กอ.รมน.มีแผนงานก่อสร้างระหว่างเดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2567 สำหรับแผนงานที่เสนองบประมาณเพื่อจัดการโควิด-19 ระลอกใหม่ มีการเตรียมเสนอของบประมาณรายจ่ายบูรณาการในปี 2565 ด้วย

อีกด้านหนึ่ง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือถึงสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อสนับสนุนโครงการรั้วชายแดน โดยระบุว่า กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการนี้มีส่วนในการสนับสนุนภารกิจการป้องกันชายแดนตามยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง และอาจช่วยเสริมศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการสูญเสียดินแดนจากน้ำกัดเซาะตลิ่งได้

โดยมีข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1. ควรสร้างความเข้าใจทั้งประชาชนไทยและมาเลเซีย เนื่องจากวิถีชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำสุไหงโก-ลก มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงการติดต่อค้าขาย ผ่านการข้ามแดนทางแม่น้ำโก-ลก มาตั้งแต่อดีต

2. กรณีการดำเนินโครงการในที่ดินเอกชน เห็นควรดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 สิงหาคม 2550 เกี่ยวกับหลักการและแนวทางปฏิบัติที่ทางราชการ ขอให้ราษฎรอุทิศที่ดินให้ หรือกรณีเข้าไปดำเนินการในที่ดินของเอกชนเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันที่สำคัญ คือให้หน่วยงานที่ได้รับอุทิศ หรือให้เข้าไปดำเนินการในที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จัดทำหนังสือแสดงความประสงค์เกี่ยวกับการอุทิศ หรือยินยอมให้ทางราชการเข้าไปดำเนินการ หากจดทะเบียนและนิติกรรมรับโอนที่ดินหรือใช้ประโยชน์ร่วมกันกับสำนักงานที่ดินได้ ให้ดำเนินการด้วย

3. กรณีงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและรั้วชายแดน ขอให้พิจารณาเรื่องสภาพภูมิประเทศ ปฐพีกลศาสตร์ และสภาพแวดล้อม

นอกจากนี้ ในส่วนของงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ขอให้มีความพร้อมในการจัดเตรียมวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุหินใหญ่ที่ต้องใช้จำนวนมาก รวมทั้งต้องพิจารณาเรื่องระดับน้ำของแม่น้ำโก-ลก ตามฤดูกาลต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

4. เห็นควรดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 ตุลาคม 2542 และ 10 พฤษภาคม 2548 ที่ระบุไว้ว่า หากจะมีการก่อสร้างถนนหรือกระทำกิจการใดๆ ตามบริเวณชายแดน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสันปันน้ำและหลักเขตแดน ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบได้ประสานกับกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยกรมแผนที่ทหาร และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการ

รวมทั้งควรแจ้งประเทศมาเลเซียรับทราบก่อนดำเนินโครงการฯ เนื่องจากงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง อาจส่งผลต่อเส้นทางเดินน้ำและผลกระทบต่อตลิ่งของประเทศมาเลเซีย

ต้องยอมรับว่าไฟใต้กว่า 17 ปี โดยเฉพาะช่วง 7 ปีหลัง การขับเคลื่อนโครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้หน่วยความมั่นคง

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่โครงการเช่นนี้จึงตอบสนองหน่วยความมั่นคงมากกว่า

คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ก็มาจากอดีตนายทหารหรือข้าราชการกระทรวงมหาดไทย (คิดแบบอำนาจอำนาจรวมศูนย์) จึงไม่แปลกที่โครงการใหญ่ๆ เอื้อประโยชน์คนใหญ่คนโตโดยอ้างประชาชนมาตลอดและขาดการตรวจสอบ

ดังที่นักวิชาการสะท้อนว่า “โครงการแก้ปัญหาและพัฒนาชายแดนใต้ต้องไม่ปล่อยให้อยู่ในมือของอดีตนายทหารในรัฐบาลที่คุมความมั่นคงมาตลอดเพียงกลุ่มเดียวและไม่ควรให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นคนกุมทิศทางการแก้ปัญหาในพื้นที่เป็นหลักเพียงหน่วยงานเดียว”

อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อสองปีหลังยังดีมีการเลือกตั้ง ประชาชนได้มีตัวแทนพวกเขาได้ส่งเสียงในสภาผู้แทนราษฎร “ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล” แม้ในทางพฤตินัยยากจะทัดทาน ก็ต้องร่วมมือลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในโครงการนี้

ผู้เขียนเห็นสัญญาณที่ดีเมื่อเห็นหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา และคณะ จากพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ตากใบ นราธิวาสทันทีเมื่อเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เพื่อสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านในโครงการรัฐที่สร้างรั้ว กั้นระหว่างคนสองประเทศ นอกจากนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายท้วงติงในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2564 (ฟังคลิปย้อนหลังใน https://www.facebook.com/1290204254/posts/)

การลงพื้นที่ของหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา หลานสาวหะยีสุหลง วีรบุรุษคนชายแดนภาคใต้ (ปาตานี) ได้ใจชาวบ้าน โดยหมอเพชรดาวได้กล่าวขณะลงพื้นที่ว่า

“ฝั่งนี้คือตากใบ นราธิวาส ฝั่งโน้นคือ Tumpat รัฐกลันตัน มาเลเซีย มาดูจุดที่มีการตั้งงบประมาณปี 2565 เพื่อสร้างรั้ว/กำแพงกั้นระหว่าง 2 ประเทศ ‘ใจเขาใจเรา’ …บรรยากาศดีมาก จุดนี้เคยเป็นตลาด เป็นจุดเศรษฐกิจ จุดที่ดึงดูดการท่องเที่ยวได้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นายสิรภพ ดวงสอดศรี) ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังประชาชนที่อยู่ริมชายแดนตากใบ”

หลังจากนั้น หมอเพชรดาวให้คำมั่นสัญญา (ด้วยหลักการศาสนาอิสลาม) ว่า “Insyaalah จะตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

ก็หวังว่า “หมอเพชรดาวและคณะจะฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เหนือความมั่นคงของรัฐ และหวังว่าจะมีการปรับแก้ไขงบประมาณ ตามวาระ 2 และ 3 ต่อไป”

ที่สำคัญ ส.ส.ในพื้นที่อื่นๆ อีก โดยเฉพาะจากพลังประชารัฐอีกสองท่าน ประชาธิปัตย์อีกสองท่านควรเอาใจใส่ด้วย เพราะวาระชายแดนภาคใต้ ส.ส.จะต้องร่วมมือกัน “ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล” และไม่ใช่เฉพาะเรื่องรั้วกำแพงนี้อย่างเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...