โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม่ครัวหัวป่าก์” ตำราอาหารไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจากตำราดูแลบ้านของอังกฤษ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 13.06 น.
(ซ้าย) ปกหนังสือ “The Book of Household Management” โดย Mrs. Beeton, (ขวา) ปกหนังสือ “ตำราแม่ครัวหัวป่าก์” พิมพ์ครั้งที่ 7 โดยสำนักพิมพ์ต้นฉบับ

แม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ตำราอาหารไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากตำราดูแลบ้านของอังกฤษ

ในบทความเรื่อง “ความเป็นอนิจจังของอาหารจีนชั้นสูงในกรุงเทพฯ : การเดินทางสู่เส้นทางของอาหาร ‘ประชาธิปไตย’” ของธเนศ วงศ์ยานนาวา ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กุมภาพันธ์ 2546 ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยนภาสกรวงศ์ ไว้ว่า

“…ตำรากับข้าวเล่มนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ The Book of Household Management (1861) อันเป็นตำราการทำอาหารและการดูแลครัวเรือนที่สำคัญ และพิมพ์ตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นตำราที่มีบทบาทสำคัญในการเขียนตำราอาหารในหมู่ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ**

แต่ถ้าจะว่าไปตามความเป็นจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตำรากับข้าว แต่เป็นหนังสือการจัดและดูแลบ้าน ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ และสามารถที่จะย้อนกลับไปสู่ความคิดของกรีกโบราณในเรื่องการดูแลจัดการครัวเรือน ที่ต่อมาได้กลายมาเป็นวิชาเศรษฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตำราเล่มนี้จะขายดิบขายดี พิมพ์ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาเกือบร้อยปีในประเทศอังกฤษ และได้รับการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด ตำราเล่มนี้ก็ยังถูกโจมตีจากผู้ประกอบอาหารรุ่นหลังๆ ของประเทศอังกฤษ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตัวทำลายวัฒนธรรมอาหารอังกฤษ

อังกฤษมีชื่อเสียงว่าเป็นชาติที่ทำอาหารได้เลวที่สุดในยุโรปตะวันตก เพราะอาหารอังกฤษดั้งเดิมในยุค Georgian นั้น มีรสชาติที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาหารชาติอื่นๆ ของตะวันตก แน่นอนอาหารแบบนี้หากินไม่ได้ และก็ไม่มีใครทำกันอีกต่อไป แต่ถึงกระนั้นก็ดีมักจะมีการอ้างว่าอาหารอังกฤษดั้งเดิมที่มีรสชาติดี ก็ยังสามารถที่จะหาได้ในมลรัฐ Virginia ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฏการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากเมื่อมีการอพยพย้ายถิ่น

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ของIsabella Beeton กลับกลายเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าสำหรับอนุชนรุ่นหลังในสังคมไทย เพราะกลับทำให้อาหารไทยและอาหารอื่นๆ ได้รับการบันทึกเอาไว้ กลายเป็น “เสาหลัก” ของตำราอาหาร แม้ว่าท่านผู้หญิงเปลี่ยนจะไม่ได้ให้ความสำคัญแก่เรื่องของการจัดการครัวเรือนเท่ากับงานของ Isabella Beeton เองก็ตาม

แน่นอน การสถาปนาตำรากับข้าวเล่มนี้ให้เป็นต้นตำรับของตำรากับข้าวไทย ทำให้ไม่ต้องมีการตั้งข้อสงสัยแบบคนทำอาหารในประเทศอังกฤษ ว่าอาหารไทยแบบของท่านผู้หญิงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงกันเลยหรือ? อาหารไทยเป็นแบบไหนก่อนหน้าที่จะมีผลงานของท่านผู้หญิงเปลี่ยน? อาหารไทยตามตำราท่านผู้หญิงเปลี่ยนถูก “เปลี่ยน” ไปมากน้อยแค่ไหน? เพราะอย่างน้อยที่สุดผลงานของท่านผู้หญิงเปลี่ยน เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานของหลายวัฒนธรรมเรียบร้อยไปแล้ว

แต่นั่นเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงในทางประวัติศาสตร์ เพราะไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม การแสวงหาข้อมูลมายืนยันความถูกต้อง และ “ความอยากที่จะหาของแท้” ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ง่ายนัก

ผลงานตำรากับข้าวชิ้นนี้ของท่านผู้หญิง กลับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นให้กับอาหารไทย แต่ถึงกระนั้นก็ดีจะเห็นได้ว่าผลงานที่อาจจะนำ “ความเสื่อม” มาให้แก่สังคมหนึ่ง ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องนำความเสื่อมมาสู่อีกสังคมหนึ่งเสมอไป

สำหรับในกรณีนี้ก็หมายถึงการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงการทำและรสชาติอาหาร งานการเลียนแบบในระดับของ “รูปแบบ” มากกว่าที่จะเป็นเนื้อหาอย่างที่ปรากฏอยู่ในงานของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ตอกย้ำให้เห็นถึงความลื่นไหลของตัวบท (text) เอง แม้ว่านี่จะเป็นแค่ตำรากับข้าวเองก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม นี่ดูจะเป็นการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับวงการอาหารไทยเป็นอย่างมาก…”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ4 กรกฎาคม 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แม่ครัวหัวป่าก์” ตำราอาหารไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจากตำราดูแลบ้านของอังกฤษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...