โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือเมื่อปีที่แล้วเป็นลูกชายนายพล

AFP

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2561 เวลา 05.50 น. • Narueporn Anan
UNITED NATIONS COMMAND/AFP/File / Handout โอ ชง ซอง (Oh Chong Song) หนีออกจากประเทศเกาหลีเหนือเมื่อปีที่แล้ว

ทหารเกาหลีเหนือที่หลบหนีออกจากประเทศและถูกสาดกระสุนระหว่างหลบหนีมาเมื่อปีที่แล้วเป็นลูกชายของท่านนายพล และให้สัมภาษณ์ว่าชาวเกาหลีเหนือที่อายุพอ ๆ กับเขาส่วนมากไม่ได้จงรักภักดีกับคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ

ข่าวการหนีออกจากประเทศเกาหลีเหนือของโอ ชง ซอง (Oh Chong Song) ซึ่งถูกเพื่อนทหารสาดกระสุนใส่กลายเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว และโอก็ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาบลเพราะบาดเจ็บสาหัสด้วย

หนังสือพิมพ์ซันเคอิชิมบุนของญี่ปุ่นรายงานว่าโอวัย 25 ปีเป็นลูกชายของทหารระดับนายพล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยโอกล่าวว่าแม้เขาจะเป็นลูกชายของท่านนายพลและเป็น “คนชั้นสูง” แต่เขากลับไม่รู้สึกจงรักภักดีกับผู้นำเกาหลีเหนือเลย

โอกล่าวว่า “ในเกาหลีเหนือ ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่นั้นไม่สนใจกัน ไม่สนใจการเมืองหรือผู้นำของพวกเขา และก็ไม่รู้สึกว่าต้องซื่อสัตย์ด้วย” โดยตัวโอเองรู้สึก “เฉยเมย” กับการปกครองของคิม จอง อึน ทายาทลำดับที่สามของตระกูลคิม และไม่สนใจด้วยว่าเพื่อนของเขารู้สึกอย่างไร

ทหารเกาหลีเหนือผู้หลบหนีกล่าวอีกว่า “คนรุ่นผมราว 80 เปอร์เซ็นต์รู้สึกเมินเฉยและไม่มีความจงรักภักดี” โดยเขาอธิบายว่าเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเป็นการตกทอดอำนาจโดยสายเลือด แต่เขาปฏิเสธรายงานของสื่อในเกาหลีใต้ที่กล่าวว่าเขาถูกหมายหัวจากคดีฆาตกรรมในเกาหลีเหนือ

โอกล่าวว่าเขารู้สึกเหมือนว่าเกาหลีเหนือใกล้จะทำสงครามกับสหรัฐฯ “ความตึงเครียด “ที่ผมรู้สึก” ไล่ลงมาตั้งแต่ระดับบนถึงระดับล่าง” พร้อมบอกว่าเขาเข้าใจเพื่อนที่ยิงเขาเพราะหากไม่ทำเช่นนั้นก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก ซึ่งเขาเองก็คงเลือกทำอย่างเดียวกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...