โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชีพใหม่ ‘ยุ้ย จีรนันท์’ ปังมาก รายได้ 3 ชม. 3 ล้าน เผยความลับ 12 ปีปมลูกติด ที่แท้คือคนนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ก.ย 2564 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2564 เวลา 03.57 น. • The Bangkok Insight

วู้ดดี้โชว์ พาทัวร์บ้านคู่สามีภรรยาที่หวานชนิดน้ำตาลเรียกพี่ ซึ่งเป็นการเปิดบ้านพาชมมุมต่าง ๆ ครั้งแรก ที่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยว่ายังไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน พบกับนางเอกสาวตัวแม่ "ยุ้ย จีรนันท์" กับสามีสุดที่รัก "ธันน์ ธนากร" ที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นซุป'ตาร์ออนไลน์ รายได้ถล่มถลายยอดขายทะลุหลักล้าน แท็กทีมกันมาเผยเทคนิคสุดปังฟังแล้วต้อง CF แบบรัว ๆ พร้อมเปิดตัวลูกติด ยุ้ย-ธันน์ ใครกันนะ !?

เป็นการพูดคุยกันแบบข้ามจังหวัด แขกรับเชิญตอนนี้อยู่จังหวัดสระบุรี นอกจากเป็นซุป'ตาร์ระดับประเทศแล้ว ตอนนี้ยังกลายเป็นซุป'ตาร์ออนไลน์อีกด้วย ตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้พูดคุยกับสองสามีภรรยาขอต้อนรับ ยุ้ย จีรนันท์ และ ธัญญ์ ธนากร สบายดีไหมครับ ?

ยุ้ย : "สบายดีค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ สัมภาษณ์กันข้ามจังหวัด"

ธันน์ : "สบายดีครับ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีนะครับ"

ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับบอกทุกคนหน่อย ?

ธันน์ : "ตอนนี้เรา 2 คนอยู่ที่จังหวัดสระบุรีครับผม"

ยุ้ย : "ใช่แล้วค่ะ บ้านหลังนี้ก็คือบ้านที่เราสร้าง เป็นเรือนหอของเรานี่แหล่ะค่ะ ปลูกเสร็จ 3 ปีแล้ว อยู่กันมาตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ 2 ปีกว่าแล้ว ที่บ้านหลังนี้ก็มีครอบครัวของยุ้ยอยู่ด้วยค่ะ อยู่กันประมาณ 20 กว่าชีวิตได้"

ธันน์ : "บ้านหลังนี้เราซื้อที่ดินมาตั้งแต่ 8 ปีแล้ว แล้วก็ค่อย ๆ ตกแต่งมาเรื่อย ๆ ครับ ตั้งแต่ทำร้านอาหารมาก่อน แล้วก็ต่อเติมมาเรื่อย ๆ ถือว่ารายการพี่วู้ดดี้เป็นรายการแรกเลยนะครับที่ได้เปิดบ้าน"

บ้านดูอบอุ่นมากเลยนะครับ มีโอกาสใช้สระว่ายน้ำบ่อยไหม เพื่อนไปเที่ยวบ่อยไหมครับ ?

ยุ้ย : "ได้ใช้สระว่ายน้ำบ่อยเลยค่ะ ถ้าก่อนโควิดเพื่อน ๆ มาทุกอาทิตย์ค่ะ แต่ช่วงนี้เว้นระยะกันค่ะ"

ธันน์ : "เพื่อนมาบ่อยครับ"

ได้ข่าวว่าที่นั่นมีพี่น้องอยู่ด้วยกันถึง 20 ชีวิต ?

ยุ้ย : "คือเราจะมีทั้งบ้านคุณแม่ บ้านคุณน้า บ้านพี่สาว และหลาน ๆ ก็จะอยู่บริเวณนี้ทั้งหมดค่ะ"

ธันน์ : "อยู่กันประมาณ 5 ครอบครัวครับ"

ตอนนี้ทั้งยุ้ยและธันน์ได้ผันตัวมาเป็นผู้ค้าขายออนไลน์ นอกจากจะใช้ความสามารถแล้วต้องอดทนเป็นอย่างมาก ทำไมถึงตัดสินใจมาขายออนไลน์ ?

ยุ้ย : "ต้องบอกก่อนว่า ยุ้ย เป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก เราช่วยพ่อแม่ขายของมาตลอด ในตอนที่ปิดเทอม ยุ้ยจะเป็นเด็กที่บอกได้เลยว่าขยันมาก ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยไปวิ่งเล่นจะขายของตลอด จะขอเงินคุณตาคุณยายไปลงทุนซื้อไข่นกกระทามา หรือขายขนมหวานบ้าง คือนิสัยตัวเองจะเป็นแม่ค้ามาตลอด แต่พอโตขึ้นด้วยชีวิตที่พลิกผันดวงหรืออะไรต่าง ๆ ทำให้เราโชคดีเข้ามาอยู่ในวงการ เป็นนักแสดงตามอาชีพที่เราฝันเอาไว้และรักมากที่สุด จริง ๆ แล้วสายเลือดแม่ค้ายังคงมีอยู่ในตัวเสมอ ด้วยความที่ออนไลน์บูมมากในช่วงนี้ แล้วก็เจอเหตุการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างที่เห็นว่าตอนนี้ทุกคนผันธุรกิจมาทางออนไลน์กันหมดแล้ว"

"ในเมื่อคนอื่นทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ ซึ่งก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจออนไลน์ เลยคิดว่าฉันต้องทำได้ ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การปรับตัวที่เราต้องอยู่กับชีวิตที่มันเป็นไปได้ อย่างตอนนี้เป็นปี ๆ แล้วที่ต้องหยุดถ่ายละคร ถ้ายุ้ยที่ต้องหยุดไปด้วย ครอบครัวจะอยู่ยังไง ร้านอาหารที่ต้องปิดไปเพราะพิษโควิดจะอยู่ยังไง จึงทำให้เราต้องกลับมาฮึดสู้ ฉันต้องกลับไปยืนหยัดในธุรกิจออนไลน์ให้ได้ ต้องบอกก่อนเลยว่าร้านอาหารที่สระบุรียุ้ยเปิดให้ครอบครัว มี แม่ พี่น้อง หลาน ๆ อยู่กัน 20 ชีวิต แต่พอมาโควิดรอบ 3 เราสู้ไม่ไหวจริง ๆ ธุรกิจร้านอาหารปิด เราก็ต้องทำอะไรเพื่อต่อยอด เลี้ยงลูกน้องหรือเลี้ยงครอบครัว 20 ชีวิตได้"

ธันน์ : "เหมือนการสร้างอาชีพให้เขาครับ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่ทำอะไรตลอดเวลาอยู่แล้ว ด้วยการที่เรามีคนเยอะ เราก็ต้องหาอาชีพให้เขาด้วย"

เมื่อก่อนจะเห็นยุ้ยขายของกับเพื่อน ๆ ตอนนี้มีธันน์มาช่วยด้วย ?

ยุ้ย : "ดีค่ะ พอธัญญ์มาช่วย Live รู้สึกดีมากตรงที่เราช่วยกันเป็นกำลังใจให้กัน เราทำมาหากินอยู่หน้าห้องนอนของเรา ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องไปไหน หาเงินได้อยู่ในบ้านของเรา มันพิเศษที่สุดเลยค่ะ"

ธันน์ : "ตอนแรกที่เราทำเพจนี้กัน 2 คนขึ้นมา คืออยากจะช่วยเพื่อน ๆ เพื่อนดาราที่มีสินค้าต่าง ๆ ช่วยกระจาย ด้วยสถานการณ์แบบนี้ทุกคนไม่มีงาน ไม่มีรายได้เข้ามา ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นจุดหนึ่งเล็ก ๆ ที่เราได้ช่วยเพื่อนรอบข้างของเรา"

ยุ้ย : "ต้องบอกว่าเพจซุป'ตาร์ออนไลน์นอกจากจะช่วยเหลือครอบครัวยุ้ย ช่วยทำให้ทุกคนมีงานแล้ว ยังช่วยเพื่อน ๆ พี่ป้าน้าอาหลาย ๆ ท่านที่ตอนนี้ขายของไม่ได้ หรือว่าตกงานกัน ไม่มีอาชีพให้ทุกคนได้ขายของด้วยกัน คือสิ่งที่ดีที่สุดเลยค่ะ"

อยากถามพ่อค้าแม่ค้าคู่นี้หน่อยว่าขายได้มากที่สุดวันหนึ่ง เอาแบบตัวเลขกลม ๆ เลยวันที่ดีที่สุด ประมาณเท่าไหร่และใช้เวลากี่ชั่วโมง ?

ยุ้ย : "3 ชั่วโมง 3 ล้านค่ะ"

ทคนิคในการทำได้ขนาดนั้นคืออะไร ?

ธันน์ : "แต่ต้องบอกก่อนว่าแรก ๆ เรามีสินค้าที่ขายไม่ได้เลยก็มีนะครับ บางทีเราก็นั่งเครียดกัน แต่พอสักพักเริ่มจับจุดแล้วครับว่า อ๋อ! คือลูกค้าเรามีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องของแพงมาก ขายอะไรที่จับต้องได้ดีกว่า ขายเอาจำนวน"

ยุ้ย : "ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ที่ใจด้วยค่ะ การเป็นพ่อค้าแม่ค้าสิ่งแรกเลยต้องซื่อสัตย์ ยุ้ยเชื่อว่าการที่เรามีทุกวันนี้ได้ เราอยู่กันมา 6-7 เดือนแล้ว ลูกค้าเรามีแต่เพิ่มขึ้น ยอดขายสูงขึ้นทุกวัน ของบางอย่างยุ้ยบวกกำไรน้อยมาก กล้าพูดเลยว่าบางอย่างยุ้ยบวกกำไรแค่ 20 บาท บางอย่างไม่ถึงด้วยไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้เศรษฐกิจแบบนี้ต้องใจเขาใจเรา ถือว่าช่วยเหลือกัน คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มันออกมาจากใจที่ปรารถนาดีจะทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ แล้วก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจของเราทั้ง 2 คน"

"การเป็นตัวของตัวเองยุ้ยเชื่อว่าคนที่เขารักเราอยู่แล้วที่ได้ชมผลงานของเรา พอเขาได้มาเจอหรือสัมผัสตัวตนจริง ๆ ผ่านหน้ากล้อง Live สด เขายิ่งรักเรามากขึ้น เราเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่แก้ปัญหาช่วยเหลือ ลูกค้ามีปัญหาแบบนี้มาอยากได้คำแนะนำ เรายินดี ไม่ใช่สักแต่ว่าขาย ๆ ของ เราไม่ใช่แบบนั้น ดีบอกดี อันไหนไม่ดีก็บอกไม่ดี สิ่งนี้ยุ้ยเชื่อว่าลูกค้าค่อนข้างประทับใจ แล้วก็รักในตัวเรา"

ธัญญ์ : "เราขายไปก็อยากให้ลูกค้ามีความสุขคิดกันแบบนี้"

เรามาคุยเรื่องนี้กันบ้างดีกว่าทั้งคู่แต่งงานกันมาแล้ว 2 ปี ใช้ชีวิตด้วยกันมาจนถึงวันนี้สามารถใช้คำนี้ได้ไหม "เลือกไม่ผิดจริง ๆ"

ธัญญ์ : "ใช้ได้ครับ ด้วยความที่ผมตรงไปตรงมา จะไม่ค่อยรอบคอบในหลาย ๆ อย่าง ความคิดจะตรงไปตรงมามาก โมโหคือโมโห โกรธคือโกรธ พออยู่กับยุ้ยทำให้ผมใจเย็นขึ้นมาก มีสติขึ้นเยอะมากเลยครับจากเมื่อก่อนตอนวัยรุ่น"

ยุ้ย : "อย่างยุ้ยเอง กล้าพูดได้เลยค่ะว่าเลือกไม่ผิด คิดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจที่จะแต่งงานแล้ว การที่จะแต่งงานกับใครสักคนเราก็ต้องคิดให้รอบคอบ พอแต่งงานกันมาทุกวันนี้ 2 ปีกว่าแล้ว รู้สึกว่าคิดไม่ผิด เข้าใจกันมากขึ้น ยิ่งอยู่ยิ่งรักกันมากขึ้น อย่างทุกวันนี้เราผูกพันกันมาก ๆ เป็นกำลังใจให้กัน ช่วยกันทำมาหากิน"

ได้ข่าวว่า ธันน์ มีสโลแกนประจำตัวในหมู่เพื่อน คือ "ด่าพ่อล้อแม่ยังพอคบ ด่ายุ้ยที่เคารพคบไม่ได้"

ธันน์ : "ใช่ ๆ (หัวเราะ) เป็นสโลแกนไว้คุยกับเพื่อนครับ เพื่อน ๆ ทุกคนบอกว่าเวลาจะทำอะไรผมจะเกรงใจยุ้ยมาก มีอะไรก็ต้องถามยุ้ยก่อน จะซื้ออะไร จะตัดสินใจอะไรก็ต้องให้ยุ้ยเป็นคนตัดสินใจ"

มีเรื่องไหนที่ธันน์จะเคาะได้เลยโดยที่ไม่ต้องถามยุ้ยไหม ?

ธันน์ : "เพิ่งมีตอนนี้เนี้ยละครับ เพราะตอนนี้มีบัญชีเป็นของตัวเองแล้ว เมื่อก่อนเรามี ATM 1 ใบ แต่ก็จะไปเด้งที่เขา คือเวลาไปกดอะไรเขาจะรู้หมดเลยว่าทำอะไร ซื้ออะไร"

นี่ภรรยาหรือแม่ ?

ธันน์ : "(หัวเราะ) ภรรยาครับ เดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้วครับ พอเราทำงานเขาก็ให้เงินเดือนผมด้วยนะ"

ยุ้ย : "(หัวเราะ) ต่างคนต่างมีเงินเดือนค่ะ เงินเดือนเท่ากัน เงินบริหารทุกอย่างเท่ากัน แต่ว่ายุ้ยเป็นผู้หญิงไงคะพี่วู้ดดี้ จะมีความละเอียดแล้วจะต้องวางแผน เพราะฉะนั้นเงินเดือนของเขาจะไปทำอะไรก็ได้ โดยที่ยุ้ยไม่รู้ ไม่ต้องมาเด้งมาที่ยุ้ยก็ได้ เอาไปเปิดบัญชีใหม่เลยเป็นของตัวเองไปเลย"

ยุ้ยให้ค่าขนม ธัญญ์ เดือนละกี่บาท ?

ธัญญ์ : "หลักแสนครับตอนนี้ (หัวเราะ)"

ยุ้ย : "หลักแสนคือใช้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรแล้วนะ ใช้สบาย ๆ ส่วนตัวไม่ต้องมาบอกยุ้ย อยากซื้ออะไรซื้อ อยากไปเที่ยวไหนไป เพราะว่ากว่ายุ้ยจะมีเงินที่เป็นกองกลาง ยุ้ยจะบริหารเงินค่ะพี่วู้ดดี้ จะมีเงินส่วนตัวของเรา เงินของเรา 2 คน เงินแยกส่วนตัวของใครของมัน เงินของคุณพ่อคุณแม่ธันน์ เงินของคุณพ่อคุณแม่ยุ้ย เงินของลูกน้อง เพราะฉะนั้นใช้ไปเลยค่ะ"

ธันน์ : "แต่จะใช้ยังไงก็เกรงใจอยู่ดีครับ ล่าสุดผมเกมครับ ไปซื้อปลาคาร์ปตัวหนึ่ง แล้วก็เจ้าของดันไลน์มาพอดี แล้วยุ้ยไปหยิบโทรศัพท์มาให้ ห๊ะ! ซื้อขนาดนี้เลยเหรอ! ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ"

แพลนเรื่องลูกตอนนี้เป็นไงบ้างครับ ?

ธันน์ : "ทางผมต้องบอกเลยว่าพร้อมแล้วครับ แต่ทางยุ้ยคือตอนนี้เขาติดละครครับพี่"

ยุ้ย : "จริง ๆ ละครทั้ง 2 เรื่องแพลนปิดในปีนี้ แต่ด้วยในสถานการณ์โควิดทำให้ ทำให้เลื่อนไปปีหน้า เพราะฉะนั้นแพลนที่จะมีลูกก็ต้องเลื่อนไปอีก ตอนนี้ก้ต้องเอางานให้จบก่อนค่ะ"

ยังตั้งปณิธานว่าจะมีลูกแฝดใช่ไหม ?

ธันน์ : "ครับ คือตอนแรกยุ้ยบอกว่าขอท้องแค่ครั้งเดียวครับพี่ ไหน ๆ ได้โควต้าแค่ครั้งเดียวก็ต้อง ขอแฝดเลยทีเดียว"

ยุ้ย : "เพราะว่าธันญ์อยากมีลูกผู้ชาย ยุ้ยอยากมีลูกผู้หญิง เลยคิดว่าแฝดไปเลยละกัน แต่ตอนนี้คิดว่าคนเดียวก็ได้แล้วค่ะ"

เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับ "ธันน์-ยุ้ย" มีลูกติดและตอนนี้อยู่กับเราแล้วครับ ?

ยุ้ย : "น้องเอี๊ยม เหรอ (หัวเราะ)"

เอี๊ยม วรรษพร : "ไปไหน มีธัญญ์ มียุ้ย ต้องมีเอี๊ยมค่ะ"

ธันน์ : "คือเวลาเราไปเที่ยวที่ไหนหรือต่างประเทศ ผมก็ต้องลงไปนอนข้างล่าง เขาต้องนอนบนเตียงกับยุ้ย"

ยุ้ย : "เราก็เลยเรียกว่าลูกติด"

ธัญญ์ : "วีรกรรมเขาเยอะมากพี่ อกหักก็มา มีความสุขก็มา ทุกอย่างครับ"

เอี๊ยม วรรษพร : เราผูกพันกันมา 11-12 ปีแล้วค่ะ

ยุ้ย : "อยู่ด้วยกันมาตลอด ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันบ่อยมาก ๆ นอนก็นอนห้องเดียวกัน ก็เลยกลายเป็นอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูกไปเลย"

อยากให้ทั้งคู่ส่งกำลังใจให้กับคุณผู้ชมที่ดูอยู่ในตอนนี้

ธันน์ : "อยากเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะครับ ตอนนี้ทุกคนที่มีแรงมีกำลังอะไรได้ก็จะช่วยกันครับ ไม่ว่าจะส่งกำลังใจหรือช่วยด้วยสิ่งที่เรามีก็จะแบ่งปันกันครับ"

ยุ้ย : "อยากเป็นกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุก ๆ คนนะคะ เชื่อว่าเราจะต้องเข้มแข็งและผ่านมันไปด้วยกัน ตอนนี้เราต้องเป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ อะไรที่ยุ้ยกับธัญญ์ช่วยได้เรายินดีช่วยมาก ๆ ค่ะ"

สามารถชมคลิปรายการวู้ดดี้ โชว์ (WOODY SHOW) ย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ที่ : วู้ดดี้ โชว์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...