สังกะสี (ZINC) มีประโยชน์มากกว่าทำหลังคา กับ ฝาบ้าน
จะให้บอกว่า สังกะสี ที่เรานำมาใช้สำหรับทำหลังคา หรือ ประกอบเป็นฝาบ้าน เป็นเหมือนกับแร่ธาตุสังกะสี ที่เรากิน เรื่องจริงมันก็ใช่ เพราะมันคืออันเดียวกัน ธาตุเดียวกัน เพียงแต่มันไม่ได้ 100% เพราะสังกะสี ที่ถูกน้ำมาใช้กรณีของการก่อสร้างนั้น เป็นเพียงสังกะสี ที่ถูกชุบมาเท่านั้น เพราะส่วนประกอบส่วนใหญ่จริงๆ แล้วนั้น เป็นเหล็ก หรือ โลหะมากกว่า ที่ถูกชุบด้วย สังกะสี หรือ ZINC เหตุผลก็ง่ายๆ เลย เพียงเพราะต้องการให้ โลหะ ที่ถูกนำมาใช้งานนั้น สามารถกันสนิมได้ ยืดอายุการใช้งานกับแผ่นชิ้นโลหะนี้ได้ กระบวนการผลิตคือ การนำแผ่นเหล็ก ไปชุบหรืออาบโลหะสังกะสี ด้วยความร้อน ทำให้เกิดความมันเงา และ มีน้ำหนักเบา มีหลายขนาด ราคาถูกแสนถูก จำหน่ายเป็นฟุต โดยราคาต่อฟุตแตกต่างกันตามสี และชั้นคุณภาพของสังกะสี แต่ที่กล่าวมานี้ ดูแล้วก็เป็นประโยชน์พื้นๆ ที่หลายคน เข้าใจผิดไปว่า สังกะสีนั้น เป็นสิ่งที่เราใช้ในการประกอบอุตสาหกรรม หรือ ทำการก่อสร้างเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเพื่อใช้ในการบริโภคได้ หรือ กินได้ ถ้าพูดแบบง่ายๆ
ย้อนเวลากลับไป มนุษย์รู้จักสังกะสีได้อย่างไร ?
สังกะสี ถูกพบในรูปแบบของ โลหะแบบเจือปนกับสิ่งอื่น ในตอนแรก และมนุษย์เริ่มหาวิธีการสกัด แต่ยังไม่บริสทธิ์ ในประเทศจีนที่แรก และ อินเดีย ในราวๆ ปีค.ศ 1000 และ ได้มาเป็นสังกะสี ที่เกือบบริสุทธิ์ ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 17 โดยยังไม่มีชื่อเรียกที่เป็นทางการ แต่ถูกนำเข้าไปในยุโรป โดยมีชื่อเรียกที่แตกต่าง ๆ กัน เช่น Indian tin, calamine, tutanege หรือ spiauter ในปี ค.ศ. 1697 Lohneyes ได้เรียกชื่อธาตุนี้ว่า “Zink” ต่อมากลายเป็น Zinc
ชื่อในภาษาอังกฤษมาจากภาษาเยอรมันว่า Zink เป็นธาตุประเภทโลหะประเภทหนึ่ง ที่มีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีพอสมควรเหมือนกัน โดยเกิดขึ้นกับออกซิเจน และ ธาตุที่ไม่ใช่โลหะ สังกะสีเมื่อทำปฏิกิริยากับกรดแล้วนั้น ถูกเจือจางลง จะทำให้เกิดการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนออก ธาตุชนิดนี้เป็นโลหะธาตุที่มีลักษณะที่เป็นสีเงิน มันวาว และเป็นที่นิยมนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากมายหลายชนิด เพื่อเป็นโลหะ ที่ใช้ในโครงสร้าง หรือ นำมาเป็นโลหะผสมกับโลหะอื่นสำหรับประยุกต์ใช้งาน ให้หลากหลายในด้านต่างๆ มากขึ้น นอกจากนั้น สังกะสียังเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ และสัตว์ เนื่องจากจัดเป็นแร่ที่ร่างกายต้องการชนิดหนึ่ง กังนั้นในประเด็นที่ว่า หลังคาสังกะสี กับ ที่เรานำมากินเป็นปรเภทเดียวกัน คงจะไม่ผิดซะทีเดียว เพราะมันเป็นอันเดียวกันจริง ๆ
บทบาท และ หน้าที่ของสังกะสี
สังกะสีมีหน้าที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่อยู่ในโมเลกุลของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญ และ เรื่องของการดูดซึม คาร์โบไฮเดรต
และเป็น ปัจจัย ในการททำงานของเอนไซม์มากกว่า 200 ชนิดในร่างกาย ที่ทำหน้าที่อยู่ในร่างกายคน และมีบทบาทหน้าที่ต่อการแสดงออกของยีน
(gene expression)
ตัวอย่างการทำงานและหน้าที่ของสังกะสี
1. องค์ประกอบสำคัญของเอนไซน์หลายชนิด รวมเรียกว่า metalloenzyme
ตัวอย่างได้แก่
- คาร์บอนิกแอนไฮเดรส ประกอบด้วยสังกะสี 0.33% ทำหน้าที่นำคาร์บอนไดออกไซด์ ออกจากปอดของคนเรา
- แล็กทิกดีไฮโดรจีเนส ตัวเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงระหว่าง กรดไพรูวิก และ กรดแล็กทิก ด้วยวิถีทางของการ ไกลโคไลซิส
- คาร์บอกซีเพปทิเดส และ แอมิโนเพปทิเดส เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ในการย่อยโปรตีนเฉพาะ ที่ปลายด้านที่มีหมู่คาร์บอกซิล และด้านที่มีหมู่แอมิโน
-แอลคาไลน์ฟอสฟาเทส ส่วนสำคัญในกระบวนการเมแทบอลิซึมของกระดูก แล ะมีเป็นจำนวนมากใน เซลล์เม็ดเลือดขาว
2. สังกะสี ช่วยในการสังเคราะห์ กรดนิวคลีอิก (DNA และ RNA) และ โปรตีน
3. ช่วยรักษา ระดับของวิตามินเอที่ในเลือด โดยสังกะสีจะมีส่วนร่วม ในกระบวนการ การปล่อยวิตามินเอ ที่สะสมไว้ที่ตับของคนเรา ออกไปสู่กระแสเลือด
นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเบื้อง ของการทำงานบางส่วนของสังกะสี แม้ร่างกายต้องการไม่มาก แต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับฟังก์ชันสำคัญ ของการทำงานในร่างกายหลายประการ
สังกะสี ดีต่อผู้ชายยังไง
หากผู้ชาย ได้รับสังกะสี เป็นประจำอย่างเพียงพอ จะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล
สังกะสี: จะเพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย เพราะการสร้างฮอร์โมนเพศชาย และการผลิตสเปิร์ม
สังกะสี: ป้องกันการเป็นหมันในผู้ชาย และเพิ่มน้ำเชื้อของผู้ชาย
สังกะสี: ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก
สังกะสี: จะเพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย เพราะการสร้างฮอร์โมนเพศชาย และการผลิตสเปิร์ม
สังกะสี : จะเพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย เพราะการสร้างฮอร์โมนเพศชาย และการผลิตสเปิร์ม
1.ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
ส่วนสำคัญในการพัฒนา T-cells ในร่างกาย ซึ่งมีความสามารถในการ ช่วยต่อสู้กับเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส และ เซลล์มะเร็ง ที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดปกติ พื้นฐานแล้ว หากร่างกายขาดสังกะสี จะทำให้ร่างกายของเรา และ ระบบภูมิคุ้มกัน อ่อนแอลง ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น
2.รักษาระดับน้ำตาลในเลือด
บทบาทในเรื่องของการสังเคราะห์ จัดเก็บ และปลดปล่อยอินซูลิน โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยเป็นตัวแปลงกลูโคส ให้เข้าไปเก็บในตับในรูปแบบของไกลโคเจน เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองให้กับร่างกาย การขาดสังกะสีจะทำให้ส่งผลเสียต่อระดับอินซูลิน อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงลบ ในความอยากอาหาร และ การรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
3.สังกะสีช่วยเยียวยาการบาดเจ็บ
เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ในการทำงานของสังกะสี
ดังนั้น การได้รับสังกะสีเพียงพอทำให้เลือดแข็งตัวเร็ว ดูแลแผลได้ดี และ เร็วขึ้น แต่ความแตกต่างในแต่ละคน อาจจะไม่สามารถแจกแจงได้ เพราะการทำงานของร่างกายคนเรานั้น ไม่เหมือนกัน
4.ช่วยระบบย่อยทำงานอย่างราบรื่น
ในการย่อยอาหาร ตัวสังกะสีทำหน้าที่เป็นปัจจัยร่วม ในส่วนของทางเดินอาหาร หากขาดสังกะสี ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเอนไซน์ การย่อยอาหารนั่นหมายความว่าร่างกายของเราจะไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซับสารอาหาร ให้กับร่างกายของคนเรา ได้อย่างเหมาะสม
5.ช่วยเรื่องการรับรส
การรับรสของคนเราโดยปกติ อาศัยกลไกทำงานที่เกี่ยวข้องกับโพรงจมูก ประสาทของลิ้นและจมูก จึงถูกเชื่อมกันเกี่ยวกับเรื่องของรส หากจมูกของคุณ เวลาไม่ได้กลิ่น หรือ ดมได้ไม่ดีเท่าที่ควร นึกได้เลยว่า คุณขาด สังกะสีหรือไม่ก็เป็นโควิด เพราะว่าโควิดเอง ก็เกี่ยวข้องกับการขาดสังกะสีในร่างกาย
6.ช่วยเผาผลาญ
การเผาผลาญ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ในร่างกาย เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายของคุณขาดสังกะสี จะพบว่าพลังงานในร่างกายลดน้อยลง และเฉี่อยชา และลดน้ำหนักได้ยากขึ้น
วิธีการกิน สังกะสี ที่แนะนำ
ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี ควรทาน 3-5 มิลลิกรัม / วัน
1-10 ปี ควรทาน 10 มิลลิกรัม / วัน
11 ปี ควรทาน 15 มิลลิกรัม / วัน