จัดกระเป๋าไปเที่ยวยังไง ให้ใส่ของได้เยอะ!
สวัสดีค่า NickyOkawa วันนี้จะมารีวิวการจัดกระเป๋าไปเที่ยว สไตล์สาวย้ำคิดย้ำทำ หรือ OCD
จริงๆ ตั้งใจจะทำให้ครบตั้งแต่ตอนแรกที่รีวิวกระเป๋าจัดระเบียบ (ไปอ่านกันได้น้า จิ้มๆ)
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=229197
แต่เนื้อหาเยอะไป กระทู้น่าจะยืดเยื้อเป็นร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เลยแบ่งมาเป็นอีกตอนนึงค่า
โดยปกติ เป็นคนบ้าหอบฟางขั้นสุด ชีวิตประจำวันยังต้องใช้เป้ Anello รุ่นใหญ่เล้ยยย
ไม่รู้จะแบกอะไรกันนักกันหนา (พกแม้กระทั่งสเปรย์กันยุงแบบฉีดตัวอ่ะคิดดู๊วว)
มาทริปนี้ เป็นการไปกรุงเทพฯ เพื่อไปเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ 2 วัน และอยู่กรุงเทพฯ อีก 2 วัน
ฉะนั้น นิกกี้เลยพยายามเอาของไปให้น้อยที่สุด บังคับตัวเองว่าต้องใช้กระเป๋าเดินทางไซส์เล็ก
ที่เอาขึ้นเครื่องได้ ซึ่งจะเรียกกันว่า Carry-on เพราะขากลับจะได้ไม่ซื้อของอะไรเพิ่มอีก
(แต่ทุกครั้ง ก็ซื้อเพิ่มและต้องโหลดกระเป๋าอยู่ดี นังนิกกี้เอ๊ยยยยยยย ดีที่โหลดฟรี 15 โล)
มาเริ่มกันเลยดีกว่านะคะ เกริ่นยาวตลอดเว
1 จัดเสื้อผ้าที่จะใส่ให้ครบวัน ตามสถานที่และแพลนที่จะทำ
บางคนที่ไม่มีเวลาจัดกระเป๋านานๆ ให้ค่อยๆ ทยอยเลือกวันละชุด อิงตามสีหลักๆ ที่จะใส่
อย่างทริปนี้มีวันหนึ่งที่นิกกี้ตั้งใจจะไปสักการะพระบรมศพ สีหลักๆ จึงเป็นสีดำค่ะ
และไป 4 วัน ชุดเดรสจะกินเนื้อที่น้อยกว่ากางเกงขายาวหรือยีนส์ (เพราะส่วนตัวไม่ชอบใส่ยีนส์ซ้ำ)
แต่ถ้าไป 7 วันขึ้นไป มีเวลาซักผ้าหรือเอากางเกงยีนส์ผึ่งแดดผึ่งลม จัดเป็นเสื้อผ้าแยกชิ้นจะดีกว่าค่ะ
วิธีการจัดชุดก็คือ ม้วนๆ แล้วเอาหนังยางหรือยางมัดผมรัดไว้ และเรียงใส่กระเป๋าจัดระเบียบ
ไป 4 วัน นิกกี้จะเตรียมไป 5 ชุดเผื่อไว้ บวกด้วยชุดนอนอีก 1 ค่ะ
2 เตรียมผ้าเช็ดตัวไปด้วย
เลือกเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ขนาดเล็ก เบา ไม่กินเนื้อที่ แห้งไว
เพราะมีสองวันที่ต้องอาศัยนอนคอนโดไม่ก็บ้านเพื่อน
สนิทกันแค่ไหนก็อย่ายืมกระทั่งผ้าเช็ดตัวเพื่อนเลยค่ะ
3 เตรียมรองเท้าไปเผื่อ
เป็นคนชอบเจอแอคซิเดนท์เกี่ยวกับรองเท้าเวลาไปเที่ยว
ล่าสุด รองเท้าสานคู่โปรดโดนคนเหยียบพื้นแล้วเราเดิน ขาดเลยค่า
เลยชอบเอารองเท้าสำรองไปด้วยอย่างน้อย 1 คู่
ครั้งนี้เอารองเท้าบัลเลต์กับรองเท้าแตะรัดส้นไป แน่นอนว่าต้องโทนสีดำๆ เข้ากัน
เลยใส่ถุงซิปล็อกแทนกระเป๋าใส่รองเท้าค่ะ ถุงเท้าก็ม้วนๆ เอาใส่ในนี้แหละ
ส่วนคู่ที่หนักและกินที่ที่สุดเช่น รองเท้าผ้าใบ เราจะใส่เวลาเดินทาง
4 ใช้กระเป๋าจัดระเบียบใส่ชุดชั้นใน
เห็นใบเล็กๆ แบบนี้จุได้ 5 ชุด รวมชุดว่ายน้ำทูพีซอีก 2 ชุดด้วยนะ
(แต่ปรากฏว่า ไม่มีเวลาว่ายน้ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว)
บอดี้แคร์
ใครใคร่แบกขวดขนาดไม่เกิน 100 ml. ครบทุกชนิดก็แบกไป แต่นิกกี้เตรียมของดังนี้
แชมพู ครีมนวดผม แบบซองของ Yves Rocher ได้แถมมา (ยี่ห้ออื่นๆ ก็มีขายทั่วไปนะ)
ที่เช็ดเครื่องสำอางขวดเล็ก Bifesta (ถ้าไม่มีก็เอาตัวที่ใช้เทใส่ขวดจิ๋วของไดโซะหรือมูจิ)
น้ำมันใส่ผมจากญี่ปุ่น สบู่อาบน้ำกลิ่นน้ำผึ้ง น้ำมันล้างหน้า Three ปั๊มใส่ขวดเล็ก
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า โรลออน เอาแบบขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเอาไปได้ค่ะ
ขวดสีเขียวคือโลชั่นเมือกหอยทากที่ได้แถมมาจากเกาหลีนานมาแล้ว
แต่ไม่กล้าใช้กับหน้าสักที เอามาทาตัวแทนโลชั่นค่ะ ใส่ถุงซิปล็อกที่เป็นถุงบราของยูนิโคล
เพราะมันแข็งแรงและมีก้นถุงด้วย ถ้ามันเลอะหรือขาดก็ทิ้งได้เลยไม่ต้องเสียดาย
สกินแคร์และอื่นๆ
สกินแคร์เอาแบบซองๆ หรือขวดเล็กไปค่ะ
ส่วนกลางคืนก็จะมาสค์หน้ามาส์คใต้ตา แบบใช้แล้วทิ้งเลย
คอนแทคเลนส์กับน้ำตาเทียม แฮนด์ครีม โลชั่นกันแดดทาตัว ก็ต้องเผื่อไว้
และชอบพกกระจกใหญ่สักหน่อยไปแต่งหน้า เพราะบางครั้งแสงไฟในห้องที่พักไม่เพียงพอค่ะ
ใส่ในกระเป๋าซิปแบบใส (มีรูปรวมอีกทีกับกระเป๋าเมคอัพนะคะ)
มาที่กระเป๋าเครื่องสำอาง นิกกี้จะเน้นไปที่ของที่ใช้ดี
แต่ไม่แพงหรือไม่ใช่ของรักของหวงมากนัก เผื่อทำตกแตกหรือลืมทิ้งไว้จะได้ไม่เสียดาย
1. เซ็ตแปรงแต่งหน้า Cute Press เล็กดีค่ะ คุณภาพแปรงก็พอใช้ได้นะคะ
หลักๆ เอาไว้ปัดแป้งผสมรองพื้น กับอีกด้ามเอาไว้ปัดบลัชออน
ที่ขาดไม่ได้เลยคือแปรงเขียนคิ้วของ MTI อันนี้พกทุกทริป ใส่ในกระเป๋าเดียวกันได้อยู่ค่ะ
2. ไพรเมอร์เอาไปสองอันหรืออันเดียวก็แล้วแต่ความชอบ
(พวกหลอดเล็กๆ ใน Sephora ก็มีขายนะ ใครใช้อะไรไปลองหาดูได้)
นิกกี้เลือก Illamasqua Hydra Veil กับ Benefit The Porefessional ขนาดจิ๋ว
ส่วนพวกบีบีหรือรองพื้น เอาซองแถมไปค่ะ ประหยัดที่ดี เพราะใช้นิดเดียว
ถ้าสีเข้มไปเราจะผสมครีมกันแดดให้มันสีอ่อนลง ไม่ค่อยเน้นปกปิด อยากสบายๆ บ้าง
3. แป้งเอาไปสองตัว คือแป้งฝุ่นของ Innisfree กับแป้งผสมรองพื้นของ Cute Press
ซึ่งเปลี่ยนรีฟิลรุ่นอื่นมาใส่ (ล่าสุดแป้งข้างในน่าจะเป็นตลับม่วง)
คอนซีลเลอร์ใต้ตาเป็นของ Benefit Fake It ซึ่งแพ็คเก็จดีงามมาก
(แอบบ่นนิดนึง เนื้อคอนซีลเลอร์ข้างในให้มาไม่เกิน 0.5 ซม.
และของจำเป็นระหว่างวันคือ สเปรย์น้ำแร่ กับกันแดดที่เอาไว้ทาซ้ำของ Biore
4. ที่เหลือก็เป็นอายไลเนอร์แบบเมจิกสีดำ มาสคาร่าคิ้ว มาสคาร่ากันน้ำของ Maybelline
และที่ดัดขนตาของ Beauty Buffet ค่ะ ไม่เอาขนตาปลอมกับกาวไปเพราะยังไงก็ขี้เกียจติดแน่นอน
ส่วนอายแชโดว์ บลัชออน บรอนเซอร์ พกไปอันเดียวเบ็ดเสร็จLaura Mercier Colour To Go Palette
(ราคาแอบแรง 2,200 บาทแน่ะ)
มีอายแชโดว์ 3 สี (สีครีมเนื้อแมตต์ สีน้ำตาลทองแดงเนื้อฟรอสต์ สีน้ำตาลเข้มเนื้อชิมเมอร์ใหญ่เบิ้ม)
ช่องสุดท้ายแบรนด์เค้าบอกว่าเป็นไลเนอร์ แต่นิกกี้ว่าเนื้อแข็งเกิ๊น เอามาใช้เขียนคิ้วก็โอเค
เปิดมาอีกชั้น เป็นบรอนเซอร์กับบลัชออน สีสวยมากกกก (แต่มีชิมเมอร์ทั้งคู่) และลิปกลอสแต่ทริปนี้เราไม่ใช้เลยเอาออก และใส่ลิปมันสีผึ้งแบบแท่งลงไปแทนพอดี๊พอดี
ปิดท้ายด้วยตัวช่วยเปลี่ยนลุคทุกวันของนิกกี้ ลิปสติกค่า
พกไปเท่านี้แหละ มีสวอชสีให้ดูด้วย (ส่วนทินท์แบบซองกับลิปไลเนอร์สีแดงไม่มีสวอชนะค้า)
สีนู้ด Golden Rose Liquid Matte Kiss Proof เบอร์ 11 เอาไว้ทาวันที่ต้องแต่งหน้าสุภาพ
สีชมพู In2It Moisture Intense Lipstick สี 05 Flamingo ลิปเนื้อครีมเผื่อวันไหนปากแห้ง
สีส้ม Beauty Buffet The Bakery Woon Krob Lip Smootie สี Carrot สีส้มสดใสทำให้หน้าดูตื่น
สีแดง Tarte Tartiest Creamy Matte Lip Paint สี Bae ฟาดปากวันแรกของทริปเพื่อยุติความโทรม
เมคอัพทั้งหมดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขนัดในกระเป๋า 1 ใบ
และสกินแคร์ใส่กระเป๋าใสแบบมีซิปค่ะ
เกิดเป็นผู้หญิง OCD ต้องมีเครื่องอัฐบริขารของกระจุกกระจิกมากมาย
ของกระจุกกระจิก 1
เป็นของที่ใช้ระหว่างเดินทาง เพราะขาไปนิกกี้นั่งรถทัวร์ ถึงตอนเช้า
ผ้าพันคอสีดำ (จริงๆ มีชุดชั้นในชุดใหม่สำหรับเปลี่ยนตอนเช้าด้วย แต่อยู่นอกเฟรม)
เสื้อแขนกุดสีเทาสำหรับเปลี่ยนใส่ตอนเช้าเช่นกัน
ผ้าปิดตากลิ่นลาเวนเดอร์ กันแสงไฟรถคันที่สวนมาแยงตาจนนอนไม่หลับ
และหมอนรองคอแบบเป่า กันตื่นมาแล้วคอตกหมอนปวดไปอีก 4 วันใส่กระเป๋าจัดระเบียบใบเล็กไว้ จะอยู่รวมกับพวกยาดมยาหม่องทิชชู่เปียกในกระเป๋าเป้ค่ะ
ของกระจุกกระจิก 2
ขวดแบ่งน้ำหอมแบบสเปรย์สีแดง สะดวกดี เสียตรงของมันไม่ได้ดีมาก น้ำหอมอาจจะเลอะซึมได้บ้าง
ตลับสี่เหลี่ยมใส่เครื่องประดับ (คำว่าตลับโบราณไปมั้ยแก)
ที่คาดผมแบบเส้น (ใช้ตอนอาบน้ำล้างหน้า) กับยางมัดผมสีสุภาพๆ
ของกระจุกกระจิก 3
ข้างในตลับเครื่องประดับ ใส่ยางมัดผมเส้นเล็ก กิ๊บดำ ต่างหู กับเข็มกลัดเลข ๙
ของกระจุกกระจิก 4
เมคอัพบางตัวแบ่งออกมาใส่ถุงซิปล็อกเล็กๆ ไว้ เผื่อแต่งหน้าตอนเช้า
(ใครที่นั่งเครื่องบินข้ามคืนตื่นเช้ามาเที่ยวต่อเลย ทำแบบนิกกี้ก็สะดวกดีนะคะ)
และของที่ชอบพกยามเดินทางอีกอย่างคือ แปรงสีฟันคอลเกตแบบใช้แล้วทิ้งและไม่ต้องใช้น้ำ
ญาติซื้อมาฝากจากอเมริกา อยากให้มีขายในไทยบ้างจัง
มาเรียงของใส่กระเป๋าเดินทางกัน
กระเป๋าเดินทางไซส์ carry-on ของเราไม่ใช่ของแพงอะไรเลยค่า มันคือกระเป๋าที่แถมเหล้า
มาจากการซื้อในดิวตี้ฟรีเมื่อนานมาแล้ววววว ซึ่งนิกกี้ชอบมากกกกกกก
เพราะมันเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ลื่นปรื๊ดๆ และข้างในแบ่งเป็นสองฝั่ง
นิกกี้แนะนำให้ซื้อกระเป๋าแบบนี้นะ เพราะกระเป๋าฝั่งเดียว ถ้าใส่ของเยอะกระเป๋าจะทรงตัวไม่อยู่
และแบบ 2 ล้อ หรือกระเป๋าที่ล้อไม่ลื่นเท่าไหร่ เวลาลากจะเหนื่อยมากๆ
ฝั่งขวา เป็นฝั่งที่เป็นสายรัด นิกกี้ใส่กระเป๋าจัดระเบียบซึ่งเป็นเสื้อผ้าทั้งหมด
กระเป๋าชุดชั้นใน เหลือที่ว่างข้างๆ ใส่ที่ม้วนผมแบบแปรง Lesasha EZ Curl
เพราะพอตัดผมประบ่า มันต้องจัดทรงค่ะ ไม่งั้นผมจะกระดกไปมาไม่เป็นทรง
แต่ถ้าไม่อยากพกหรือขี้เกียจทำผม ใส่หมวกปิดเอาก็ได้นะ (เพราะที่เอาไปก็ได้ใช้ครั้งเดียวเอง)กระเป๋าสีขาวเล็กๆ ที่เห็นคือกระเป๋าใส่การ์ดที่ใช้ในกรุงเทพฯ ทั้งหลายแหล่ค่ะ
เช่น บัตรรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน บัตรสมาชิกเมคอัพบางแบรนด์ที่มีเฉพาะในกรุง เป็นต้น
ฝั่งซ้าย จะมีซิปปิด เลยจะใส่ของอื่น ได้แก่ รองเท้า 2 คู่ ถุงของใช้ในห้องน้ำ
มีของเพิ่มเติมคือ แว่นตาว่ายน้ำ (ที่พกไปทำไมไม่รู้ ไม่ได้แตะน้ำเลย)
แว่นตากันแดดของ Rayban กระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก (สายกระเป๋าขดอยู่ด้านใน) และอื่นๆปิดด้านหน้าด้วยถุงผ้าสีดำเพื่อความไม่หลุดธีม เผื่อเอาไว้ใส่อะไรได้
จากนั้นก็ปิดกระเป๋า ล็อกรหัสหรือกุญแจกันโดนขโมยของได้ในระดับหนึ่ง (หรือกันไม่ได้เลยก็ไม่รู้)
อย่าลืมว่าถ้ากระเป๋าเป็นสีเรียบๆ แบบนี้ หาป้ายหรือริบบิ้นอะไรมาผูกเป็นสัญลักษณ์ก็ดีนะคะ
นอกเหนือจากนี้ นิกกี้เอาถุงใส่เมคอัพที่แบ่งไว้ กระเป๋าที่มีลูกอม ยาดม ทิชชู่เปียกและแห้ง
ของกระจุกกระจิกที่เตรียมใช้บนรถ กระเป๋าเงิน มือถือ แบตสำรอง
ร่ม หมวก และเสื้อคาร์ดิแกน ใส่กระเป๋าเป้ Anello
เพราะกระเป๋าเดินทางต้องแยกไว้ท้ายรถค่ะ ไม่มีที่ใส่กระเป๋าเหนือศีรษะแบบเครื่องบิน
เสื้อผ้าที่ใส่ก็ต้องสบายตัว เป็นของ Uniqlo ทั้งหมดเลยค่ะสภาพตอนกลางคืน ใส่แว่นใส่หมวก ซิ้มมากๆ 555555555
ตื่นเช้ามา ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน แต่งหน้าเล็กน้อย
ใส่คอนแทคเลนส์ เช็ดตัวด้วยทิชชู่เปียก เปลี่ยนชั้นใน เปลี่ยนเสื้อตัวนอก(อ้อ เราใส่ถุงเท้าคู่เก่าที่มีรูมา พอตอนเช้าก็เปลี่ยนคู่ใหม่และโยนคู่เก่าทิ้งไปเลยค่ะ)
ทีนี้ นิกกี้ก็พร้อมเที่ยวแบบดูไม่ออกว่านั่งรถทัวร์มาเป็น 10 ชั่วโมง
แถมด้วยตุ๊กตุ๊กฝ่าดงรถติดมาบ้านเพื่อนด้วยค่ะ…………………………………………………………………………………..
เป็นยังไงบ้างคะ กับการจัดกระเป๋าไปเที่ยวสไตล์ NickyOkawa
แต่ถ้าสาวๆ บางคนมาสาย Travel Light จริงๆ ก็อาจจะว่านิกกี้หอบของไปเยอะเกิ๊นนนน
แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบพกไว้ก่อนดีกว่าไปซื้อเอาดาบหน้าค่ะ ^^
ลองชั่งโลดูแล้ว ได้ 7 กิโลนิดๆ ไม่ถึง 7 โลครึ่ง ก็พอไหวอยู่เนอะ
ใครชอบฮาวทูจัดกระเป๋าของนิกกี้ หรือมีสิ่งที่อยากติชม เมนท์ได้เลยนะค้า เรายินดีรับฟัง
วันนี้ไปนอนแย้วววววว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ