โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ในสวนไผ่ ฟันกำไรหลักหมื่น

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 28 ต.ค. 2563 เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 05.17 น.

เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี นิยมปลูกไผ่รวกหวาน และกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารไก่วันละ 2 เวลา  ตอนเช้าให้ไก่กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าว  ตอนกลางวัน ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่าไผ่  ปล่อยให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงคุ้ยเขี่ยปลวก แมลง ในป่าไผ่เป็นอาหาร ทำให้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี จนผลิตไม่พอขาย

เกษตรกรบางรายเลี้ยงไก่สาวสัก 100 กว่าตัว  เก็บไข่ออกขายได้วันละ 100-120 ฟอง  1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท

ไข่อินทรีย์ที่เลี้ยงในระบบนี้ จะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากไข่ไก่ที่เลี้ยงตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เมื่อตอกเปลือกไข่ จะได้ไข่ไก่ที่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาตินั่นเอง      

 ไผ่รวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ กลายเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ มีไข่ไก่เก็บออกขายแล้ว ยังมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ไว้ขายได้อีกด้วย  ผลผลิตหน่อไม้ที่ปลูกด้วยวิธีนี้ มีคุณภาพดี มีขนาดใหญ่สมบูรณ์เพราะได้ปุ๋ยบำรุงดินดีจากมูลไก่ที่ถ่ายไว้ตามโคนกอไผ่ ประหยัดค่าปุ๋ยบำรุงดินได้อีก เพียงรดน้ำให้เกิดความชุ่มชื่น ทั้งไก่และหน่อไม้อยู่แบบสมดุลกัน ไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบนี้ ชาวบ้านจะส่งขายให้กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่ เป็นผู้รวบรวมผลผลิตส่งขายตลาดอีกทางหนึ่ง

คุณสุพจน์ สิงโตศรี ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่ เปิดเผยว่า  ปัจจุบันทางกลุ่มมีสมาชิกหันมาเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์กันมากขึ้น เพราะมีต้นทุนต่ำ แต่ขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป  แต่ละบ้านมักเลี้ยงไก่ไข่ตั้งแต่100-300 ตัว การเลี้ยงในระบบนี้ ไก่ไข่จะมีอายุการเลี้ยง ค่อนข้างนานกว่าไก่ไข่ที่เลี้ยงในระบบฟาร์ม ประมาณ 3-4 ปี

  ไก่ไข่ที่เลี้ยงระบบอินทรีย์ ในบริเวณกอไผ่ จะแข็งแรง ให้ไข่คุณภาพดี เพราะไก่สามารถหา กินปลวก มด แมลงที่อาศัยในร่มเงบริเวณกอไผ่ นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถประยุกต์เลี้ยงไก่อินทรีย์ระบบนี้ ในบริเวณที่มีไม้ยืนต้นประเภท ต้นตะขบ หรือผลไม้ประเภทต่างๆ ได้ เพราะไก่สามารถหากินผลไม้ที่ร่วงหล่นจากกรณีแมลงวันทองเจาะกินผลได้  โดยแนะนำให้เกษตรกรนำไก่ไข่มาเลี้ยงในอัตราส่วน 20 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร เพราะโดยธรรมชาติของ ไก่ไข่มักมีนิสัยรักอิสระ ต้องการพื้นที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย  สำหรับไก่ที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตไข่อยู่ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ แถมมีอายุยืนยาวกว่าไก่ไข่ทั่วไปถึง 3 เท่าตัว

ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากที่ใส่ใจสุขภาพหันมานิยมบริโภคไข่ไก่อินทรีย์เพิ่มมากขึ้น เพราะปลอดภัยต่อสุขภาพ  มีรสชาตอร่อย เวลานำไปทอดรับประทาน ไข่ไก่จะไม่มีกลิ่นคาว แต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนรับประทานอีกต่างหาก  ทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการของตลาด จึงอยากเชิญชวนให้เกษตรกรที่สนใจแบ่งพื้นที่ว่างในสวนหันมาเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ป้อนตลาดในอนาคต

นอกจากเกษตรกรจะมีรายได้จากการเก็บไข่ไก่ขายได้แล้ว ยังมีรายได้จากการขายหน่อไม้ที่ปลูกไว้อีกด้วย  การเลี้ยงไก่ไข่ในสวนไผ่จะช่วยทำให้หน่อไม้เติบโตสมบูรณ์ มีขนาดหน่อใหญ่เพราะได้ปุ๋ยบำรุงดินดีจากมูลไก่ที่ถ่ายไว้ตามโคนกอไผ่ โดยไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยบำรุงดิน ช่วยประหยัดต้นทุน เพียงแค่รดน้ำให้เกิดความชุ่มชื่น ทั้งไก่และหน่อไม้ให้อยู่ร่วมกันแบบสมดุลตามธรรมชาติ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...