โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตพนักงานบริษัท ลาออกจากงานประจำ หันมาทำแปลงเกษตร ปลูกข้าวสีชมพู 

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. 2563 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2563 เวลา 07.05 น.
อดีตพนักงานบริษัท ลาออกจากงานประจำ หันมาปลูกข้าวสีชมพู 

อดีตพนักงานบริษัท ลาออกจากงานประจำ หันมาทำแปลงเกษตร ปลูกข้าวสีชมพู 

วันที่ 8 ม.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพ นาข้าวสีชมพูเต็มทุ่ง ตรวจสอบพบว่านาข้าวสีชมพู อยู่ที่แปลงนา บ้านในไร่ เลขที่ 106/8 ม.11 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก ของ นายจตุรงค์ ชมภูษา อายุ 31 ปี ศิษย์เก่าคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ผันตัวเองจากพนักงานบริษัทมาเป็นเกษตรกรนาไร่แบบเต็มตัว เนื่องจากต้องการที่จะอยู่อาศัยใกล้ชิดกับครอบครัวมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

นายจตุรงค์ เปิดเผยว่า เริ่มแรก เมื่อปี 2556 ตนเองได้นำเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาจากสุพรรณบุรี เป็นพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพื่อนำมาปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งในช่วงของการปลูกนั้น ตนได้เห็นว่านาไรซ์เบอร์รี่ของตน มีใบข้าวที่มีสีชมพู จึงนำต้นข้าวสีชมพูคัดแยกออกมา

จากนั้นทดลองปลูกเรื่อยมา ถึง 4 ครั้ง จนสามารถได้เมล็ดและนำมาปลูกในพื้นที่ได้ถึง 4 ตารางเมตร และมีการตั้งชื่อสายพันธุ์ของข้าวว่า ข้าว Pink Lady

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ในการปลูกที่ผ่านมาเกิดแมลงกัดกินข้าวอย่างหนักทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ได้มีน้อย จึงไม่สามารถเพาะสายพันธุ์ได้มากเท่าที่ควร อีกทั้งข้าวที่ปลูกนี้ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใดเพราะตนต้องการที่จะปลูกข้าวที่เป็นข้าวปลอดสารพิษ แต่จะใช้วิธีการดูแลรักษาแบบใช้น้ำหมักชีวภาพ ในการควบคุมคุณภาพของนาข้าว และประสิทธิภาพของผลผลิตที่จะได้คุณภาพที่มากยิ่งขึ้น

ส่วนในเรื่องของคุณภาพข้าวที่ผ่านมายังไม่ได้ทดสอบเพราะเมื่อปลูกเสร็จก็จะเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวเพื่อมาคัดแยกและทดลองปลูก จนสามารถปลูกได้ขนาด 4 ตารางเมตรที่เห็น แต่การที่จะได้ข้าวสีชมพูต้องอยู่กับช่วงเวลาที่ปลูกต้องปลูกในช่วงหน้าหนาว โดยใช้เวลา 120 วัน จึงจะเก็บเกี่ยวได้

*นอกจากนี้ยังได้ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่สีดำควบคู่จำหน่าย สำหรับผลผลิตที่ได้เมล็ดข้าวนั้นจะเป็นเมล็ดที่มีขนาดสั้น อ้วนและป้อม คล้ายกับข้าวญี่ปุ่นแต่มีขนาดที่ป้อมกว่าข้าวญี่ปุ่น ซึ่งข้าว 1 กิโลกรัม ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท และจะสามารถหุงได้ถึง 4 หม้อทีเดียว *

นายจตุรงค์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าว ได้มาตรวจคุณภาพของเมล็ดข้าวของตน และพบว่าเมล็ดข้าวมีการกลายพันธุ์เป็นสีชมพู จึงถ่ายรูปแล้วนำไปลงทางโซเซียลปรากฏได้รับความสนใจจากชาวบ้าน และประชาชนเดินทางมาดูนาข้าวตลอดทั้งวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...