โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก พัฒนาเลี้ยงวัวหลุมแห่งแรกของไทย ช่วยประหยัดแรงงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 ก.ย 2563 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2563 เวลา 23.00 น.

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก

การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เริ่มครั้งแรกเมื่อ ปี 2524 ซึ่งเป็นโครงการเลี้ยงโคนมเพื่อลดพื้นที่การปลูกสับปะรดที่ผลผลิตล้นตลาดและราคาตก และในปี 2532 ได้ขยายไปยังจังหวัดชุมพร มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุเกย์ที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร ทั้งสวนผลไม้ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ต่อมาได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนม เพื่อช่วยเหลือเรื่องเงินทุนและปัจจัยการผลิต รวมถึงการรวบรวมน้ำนมดิบมาแปรรูปป้อนสู่ตลาด

ต่อมาในปี 2547 ได้มีการรวมกลุ่มสหกรณ์โคนมในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และชุมพร จัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์โคนมประจวบฯ – เพชรบุรี – ชุมพร จำกัด ต่อมาสหกรณ์โคนมจังหวัดพัทลุงได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชุมนุม จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็นชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2556

ตามนโยบายในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการสหกรณ์โคนม โดยส่งเสริมให้สหกรณ์โคนมที่ตั้งอยู่ในภาคต่างๆ รวมกันจัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์โคนมระดับภาคเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์โคนมด้วยกัน

การดำเนินธุรกิจ 

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด ตั้งอยู่ที่่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผลการดำเนินงานที่เจริญก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มีสหกรณ์โคนมและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชุมพร และพัทลุง เข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 15 แห่ง

มีเกษตรกรโคนมที่อยู่ในความดูแล 3,750 ครอบครัว จำนวนโคนม 110,000 ตัว ผลิตนมดิบได้ 460 ตัน/วัน หากเทียบกับภาพรวมปริมาณการผลิตน้ำนมดิบของทั้งประเทศวันละ 3,300 ตัน ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้ฯ จะผลิตนมดิบได้ประมาณ 15% ของปริมาณน้ำนมดิบทั้งประเทศ

ซึ่งชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้ฯ มีการดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่  การผลิตอาหารโคนมอัดเม็ดและจัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้กับสหกรณ์โคนมที่เป็นสมาชิก ซึ่งโรงงานผลิตอาหารสัตว์มีกำลังการผลิต 10 ตัน/ชั่วโมง และสามารถผลิตอาหารสัตว์ได้ถึงวันละ 700-800 ตัน เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม ส่งผลทำให้ต้นทุนการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรลดลง

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจรับฝากเงินจากสหกรณ์สมาชิก เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน ต่อมา ทางชุมนุมเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ กำลังการผลิต 2 ตัน/ชั่วโมง  เริ่มผลิตนมป้อนเข้าโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นนมเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

โครงการฟาร์มโคนมทดแทน

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจด้านโคนม โดยการสร้างมูลค่าผลผลิตให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพการเลี้ยงโคนม โดยดำเนินโครงการฟาร์มโคนมทดแทน โดยรับเลี้ยงลูกวัวของสมาชิกโดยนำมาเลี้ยงรวมกันในฟาร์มกลางของชุมนุมสหกรณ์ฯ จำนวน 200 ตัว

มีการกำหนดช่วงเวลาในการให้อาหารในแต่ละวันที่ชัดเจน และเลือกใช้วัตถุดิบผลิตอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูกโคแต่ละช่วงวัย และดูแลเรื่องการป้องกันโรคของโคนมอย่างใกล้ชิด จนอายุของโคพร้อมจะเป็นวัวสาวท้อง จึงจะขายคืนให้กับเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีเวลาดูแลโครีดนมได้อย่างเต็มที่และไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนคอกพักโคเพิ่ม

เลี้ยงวัวนมในระบบชีวภาพ (วัวหลุม)

นอกจากนี้ ทางชุมนุมยังได้คิดค้นวิธีการเลี้ยงวัวนมในระบบชีวภาพหรือวัวหลุม โดยพัฒนาต่อยอดมาจากการเลี้ยงหมูระบบชีวภาพหรือหมูหลุม โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2553 นับว่าเป็นนวัตกรรมการจัดการฟาร์มโคนมรูปแบบใหม่และเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ซึ่งการเลี้ยงโคนมในฟาร์มทั่วไป เกษตรกรจะล้างคอกวัว ฉีดน้ำ ตักขี้วัว และต้องทำความสะอาดพื้นคอกทุกวัน ซึ่งกระบวนการทำความสะอาดพื้นคอกและตักขี้วัวออก ต้องใช้แรงงานและใช้อุปกรณ์ เกิดมลภาวะทางกลิ่น น้ำเสีย และแมลงวันรบกวน

แต่การเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพหรือวัวหลุม เป็นการเลี้ยงแบบผสมผสานแบบยืนโรงกับปล่อยให้เดินเล่นไปมาในคอกได้ ไม่ต้องผูกโคอยู่ในซองโค ด้านข้างคอกวัวก่อด้วยซีแพ็ก เพื่อป้องกันการพังทลายของดินและการซึมของน้ำเข้าไปในพื้นคอก

ส่วนด้านในคอกเลี้ยงวัวจะขุดดินลึกลงไปประมาณ 60-80 เซนติเมตร เพื่อใส่วัสดุรองพื้น โดยนำขุยมะพร้าวมาคลุมไว้บนพื้นดินในหลุม เมื่อวัวถ่ายออกมาจะผสมคลุกเคล้าในหลุม และกลายเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และจะมีการกลับพื้นคอกและรดน้ำหมักชีวภาพทุกๆ 10-15 วัน/ครั้ง เพื่อกระตุ้นการย่อยสลายของจุลินทรีย์ช่วยคลุกเคล้าระหว่างวัสดุรองพื้น มูลและฉี่วัว จนกลายเป็นปุ๋ย

ขณะเดียวกัน ก็ช่วยระบายความชื้น การกลับพื้นคอกวัวทำจนครบ 3-4 เดือน ก็จะใช้รถแบ๊กโฮตักปุ๋ยหมักที่มีทั้งขี้วัว ฉี่วัวและวัสดุรองพื้นออกจากหลุมได้ประมาณ 200-300 ตัน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นชุดใหม่ใส่ลงไป สำหรับปุ๋ยหมักที่ได้จากการเลี้ยงวัวหลุม ทางชุมนุมจะจำหน่ายให้กับเกษตรกรทั่วไปได้นำไปใช้ในการปลูกพืช

ข้อดีของการเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพนั้น นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังประหยัดแรงงานและพลังงานในการทำความสะอาดคอก และสามารถจัดการฟาร์ม เช่น ฉีดวัคซีน ติดเบอร์หู ถ่ายพยาธิ ได้สะดวกและง่าย เนื่องจากเลี้ยงอยู่ในพื้นที่ เมื่อมีแดดออกหรือฝนตก วัวจะลงไปอยู่ในหลุม และหากวันไหนอากาศเย็นสบาย วัวจะเดินขึ้นมาพักผ่อนอยู่บนลานดิน โคนมจึงเจริญเติบโตมีสุขภาพแข็งแรงและสะอาด

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ แบ่งเป็นโรงเรือนเลี้ยงโคนม 4 หลัง โรงผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปนมพาสเจอไรซ์ มีอาคารสำนักงานและมีแปลงหญ้าเนเปียร์เพื่อเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ 60 ไร่ มีศูนย์กลางในการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center)

ปัจจุบันการดำเนินโครงการธนาคารโคนมทดแทนฝูงและการเลี้ยงวัวนมในระบบชีวภาพของชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดต่างๆ รวมถึงนักวิชาการ นิสิตนักศึกษาเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

ทางชุมนุมสหกรณ์ฯ จึงได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงวัวหลุม และศูนย์เรียนรู้ธนาคารโคนมทดแทนฝูง และยังเปิดพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านโคนม เช่น การประกวดโคนม งานจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นับเป็นต้นแบบของชุมนุมสหกรณ์โคนมระดับภาค ที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการสหกรณ์โคนมไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...