โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากดาวพระศุกร์ถึงอีเย็น คุยกับ "รัมภา ภิรมย์ภักดี" คนเขียนบทละครโทรทัศน์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 ก.ย 2563 เวลา 00.56 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2563 เวลา 00.43 น.

จากดาวพระศุกร์ถึงอีเย็นและแคว้นกาสิกของรังสิมันต์เรื่องเล่าจากภาวิต คุยกับรัมภาภิรมย์ภักดีคนเขียนบทละครโทรทัศน์

ช่วงบ่ายวันที่14 เมษายน วันแห่งครอบครัวของทุก ๆ ปี ที่ทุกคนควรอยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาและมีความสุขร่วมกัน แต่ปีนี้2563 ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นวันสงกรานต์ที่ทุกคนต้องเก็บตัว เพราะภัยจากไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนจากหลายอาชีพได้หยุดอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านเช่นเดียวกับรัมภาภิรมย์ภักดี นักเขียนบทละครโทรทัศน์ที่คร่ำหวอดในวงการเบื้องหลังการผลิตละครโทรทัศน์มานานกว่า30 ปี

“วันนี้ครูตุ้มอยู่บ้านไม่ต้องออกไปทำงานสะดวกคุยเรื่องละครไหมครับ”

จะให้ออกไปไหน เพราะโควิดระบาดและอาชีพส่วนใหญ่นั่งทำงานที่บ้านอยู่แล้วไม่ต้องไปไหน(หัวเราะ)”

ครูตุ้มยังคงมีความสุขดีและคร่ำเคร่งกับการเขียนบทละครโทรทัศน์แนวจักร ๆ วงศ์ ๆ หรือละครเช้า ที่ออกอากาศช่วงเช้าเสาร์-อาทิตย์

“ตอนนี้โควิดระบาด ทางสามเศียรเลยหยุดให้ถ่ายละครมาเกือบเดือนแล้ว เพราะทางบริษัทกังวลว่าไวรัสที่ระบาดอยู่ขณะนี้จะส่งผลต่อสุขภาพของคนในกองถ่าย เลยยกเลิกการถ่ายทำละครทั้งหมดออกไป ละครเช้าก็นำแก้วหน้าม้ามาออกอากาศแทนพระสุธน มโนราห์ที่ออกอากาศไปแล้ว8 ตอน” ครูตุ้มเล่าต่ออย่างอารมณ์ดี “แต่อย่างน้อยเราจะมีได้มีเวลาเตรียมบท เขียนบทให้มากพอ”

“แสดงว่าช่วงนี้รับเขียนบทหลายเรื่อง”

“ใช่ ทั้งละครเช้าพระสุธน มโนราห์ และ ตุ๊กตา ของคุณวาณิชที่กำลังถ่ายทำอยู่ แต่หยุดไปเพราะโควิดและมีหนึ่งเรื่องที่ได้รับมอบหมายให้เขียน แต่ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ อุบไว้ก่อนนะ”

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนและครูตุ้มเคยพูดคุยกันมาแล้วหลายครั้งถึงการเขียนบทละครโทรทัศน์จักร ๆ วงศ์ ๆ  ซึ่งครูตุ้มได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้มากพอสมควร มาถึงคราวนี้ก็ยังคุยถึงละครจักร์ ๆ วงศ์ ๆ และละครที่ครูตุ้มชื่นชอบ

ละครโทรทัศน์แนวจักร ๆวงศ์ ๆ5 เรื่องที่ครูเขียนและชอบมาก5 เรื่องมีอะไรบ้าง

“ชอบหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ชอบอย่างจริงจังมี5 เรื่องตามนี้ เทพสามฤดู สี่ยอดกุมาร ปลาบู่ทอง พระสุธน มโนราห์ และ สังข์ทอง ที่ชอบทั้ง5 เรื่องนี้ เพราะทั้งหมดมีลักษณะเด่นที่ต่างกัน เขียนได้สนุกเขียนได้เรื่อย ๆ ชอบมาก”

จุดเด่นของทั้ง5 เรื่องที่ชอบมีอะไรบ้าง

“ครูเห็นว่าทั้ง5 เรื่องมีจุดเด่นแต่ละเรื่องที่น่าสนใจ เทพสามฤดู มีพระเอกนางเอกสามคู่ เราจำเป็นต้องออกแบบคาแรคเตอร์ตัวละครทั้งสามคู่ไม่ให้เหมือนกัน ถ้าเทียบกับละครปัจจุบันคือเป็นรักใส ๆ แต่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ มันก็มีอิทธิฤทธิ์แฟนตาซีลงไปทำให้ละครสนุกมากยิ่งขึ้น ต่อมาก็ สี่ยอดกุมาร ภาพรวมของเรื่องนี้สนุกอยู่แล้ว สนุกมากด้วยทำให้เขียนได้อย่างลื่นไหล

เรื่องที่สามในดวงใจเลย ปลาบู่ทองเรื่องนี้ชอบมากเป็นพิเศษจริง ๆ แล้วเนื้อแท้ของปลาบู่ทองพยายามสอนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูก มีลูกที่หน้าตาเหมือนกัน แต่เด็กสองคนนิสัยต่างกันมากนั้นเป็นผลมาจากเลี้ยงดูลูกที่ต่างกัน ขนิษฐา เลี้ยงดูลูกด้วยความดีลูกจึงเป็นเด็กที่มีจิตใจดีงาม ส่วน ขนิษฐี เลี้ยงลูกด้วยความอิจฉา ไม่ชอบให้ใครได้ดีเกิน ผลจึงไปตกกับลูกที่นิสัยไม่ดี

เรื่องต่อมาที่ชอบ คือ สังข์ทอง ที่พูดถึงความรักระหว่างแม่กับลูกเป็นหลัก ส่วนเรื่องสุดท้ายคือเรื่องที่ทำอยู่ขณะนี้ พระสุธน มโนราห์ ที่ชอบเพราะสนุกมาก มีน้าหรั่ง(ไพรัช สังวริบุตร) มาช่วยทำเค้าโครงเรื่องให้ใหม่”  “ใหม่อย่างไร” “มีความเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น มีการผจญภัยที่มากขึ้นกว่าเดิม และขยายเรื่องของพรานบุญให้คนดูเห็นว่าเขามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง”

เมื่อพูดถึงการผจญภัยที่มากก็หมายความว่า มีเนื้อหาเพิ่มขึ้นต้องมีจำนวนตอนที่ออกอากาศเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ 

“ใช่ เมื่อมีเนื้อหามากขึ้น ทำให้การเล่าเรื่องมีการขยายออกมากขึ้น จึงต้องมีจำนวนตอนที่มากขึ้นไปด้วย นอกจากนี้การที่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ในปัจจุบันมีจำนวนตอนมากกว่าเมื่อก่อน ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมละครแนวนี้ด้วยคนดูชอบก็อาจจะทำเพิ่มตอนขึ้น ต้องดูว่าเนื้อเรื่องของละครจักร ๆ วงศ์ ๆ มีเนื้อหาที่น่าสนใจพอให้คนดูในช่วงที่ออกอากาศด้วย ซึ่งรวบไปถึงการซื้อขายโฆษณา”

“เพราะผู้ชมละครหลายคนสงสัยว่าเหตุใดละครจึงมีจำนวนตอนสั้นยาวไม่เท่ากัน”

ครูตุ้มกล่าวต่อ“ที่มันยาวเป็นร้อยตอนมาจากสาเหตุที่บอกไปแล้ว ถ้าให้ครูพูดในส่วนของคนเขียนบทละคร ครูมองตรงเนื้อหาของละครเป็นหลักที่ส่งผลให้ละครมีจำนวนตอนมาก เช่น นางสิบสองที่เพิ่งจบไปมีจำนวนตอนที่ออกอากาศ ทั้งหมด63 ตอน เพราะเนื้อหามีเท่านี้ คนดูประมาณนี้ก็จบได้ อีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดและบอกคนเขียนบทอีกที”

ตอนนี้ละครโทรทัศน์แนวจักร ๆวงศ์ ๆมีการพัฒนาต่อเนื่องพร้อมช่องทางติดต่อกับผู้ชมที่หลากหลาย

“ใช่ เราสามารถเข้าไปแนะนำติชมได้หลายช่องทางด้วย ปัจจุบันที่ช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และมีการให้ทำแบบสอบถามข้อเสนอแนะการผลิตละครโทรทัศน์แนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ด้วยยิ่งเป็นเรื่องที่ดี่เราต้องพัฒนาต่อไป”

นอกจากครูตุ้มจะเขียนบทละครโทรทัศน์แนวจักร ๆ วงศ์ ๆ แล้ว ยังรับหน้าที่เขียนบทละครโทรทัศน์แนวอื่นที่ทางบริษัทดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด รับผลิตรายการละครแนวอื่นด้วย สิ่งหนึ่งที่ผู้ชมละครโทรทัศน์สังเกตเห็นได้จากนามปากกาของผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ ภาวิต” หรือ พิกุลแก้ว” คือ นางเอกในละครของรัมภาจะสู้คน ไม่ธรรมดาเรื่องต่อยตีทางวาจากับตัวละครหญิงอื่น ๆ อย่างไม่เกรงกลัว

ครูตุ้มหัวเราะ “แน่นอนเราอย่าให้นางเอกของเราไปยอมคนไม่ได้เลย จะให้นางเอกมานั่งพับเพียบเรียบร้อยโดนกระทำ เป็นไปไม่ได้”  ผู้เขียนเสริมต่อ ในเรื่องโดมทองนางเอกของครูโดนปรับจนเป็นนางเอกสู้คนจนตัวร้ายงอมไปเลย น่ากลัวมาก” ครูตุ้มหัวเราะ

พูดถึงเรื่องผู้หญิงที่คู่กับละครครูได้นำแนวคิดเรื่องสิทธิสตรี(Feminism) ใส่ลงไปในละครที่ครูเขียนด้วยหรือไม่

“แน่นอน ครูใส่ลงไปด้วยนางเอกต้องสู้คนนะ สังคมมันเปลี่ยนไปตัวละครความคิดมันต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จะมาเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวมันไม่ได้ เรื่องล่าสุดที่ทำไปคือ มนตร์กาลบันดาลรัก นางเอกได้ไปยังโลกอนาคต ตื่นขึ้นมารู้ความจริงว่าตัวเองแต่งงาน มีสามีคือพระเอกไปแล้ว โดยที่นางเอกไม่ได้รักพระเอกเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักกันไปได้อย่างไร การไปโลกอนาคตทำให้นางเอกรู้ว่าพระเอก คือ สามีของตัวเองรักนางเอกมากแค่ไหน สิ่งที่เขาทำให้มีมาก แต่สิ่งที่แฝงด้วย คือ นางเอกเขาชอบผู้ชายแนวอื่น ไม่ได้ชอบแนวพระเอก นางเอกเขามีสิทธิ์เลือกนะ จะไปว่านางเอกว่าเรื่องมากไม่ได้ เพราะชีวิตคู่มันสำคัญต้องรู้จักเลือกผู้หญิงต้องคิด ผู้ชายก็ด้วย ความคิดตรงนี้ก็ใส่ลงไปด้วย”

ในละครจักร ๆวงศ์ ๆครูใส่แนวคิดแบบนี้ลงไปด้วยเพื่อให้เห็นว่าผู้หญิงก็มีสิทธิ์พูดได้   

“ใช่ ครูใส่ลงไปด้วยมีครั้งหนึ่งครูเขียนละครแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ เยอะมากจนครูเกิดความคิดอยากจะทำละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ตัวเองประพันธ์และเขียนบทละครเอง จริง ๆ แล้วที่ครูทำอยู่ในละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ทุกเรื่องส่วนใหญ่ต้องเพิ่มเส้นเรื่อง เพิ่มตัวละครเองอยู่แล้ว(หัวเราะ) ถ้าเขียนเองคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร นางพญาไพร เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตในป่าไปเจอพระเอก ซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าเมืองพานางเอกมาขัดเกลา กริยามารยาทใหม่จากคนป่า นางเอกสู้คนไม่ยอมใครแม้แต่พระเอก ที่สำคัญคือนางเอกเป็นตัวละครหลักในการเดินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ผิดจากเรื่องอื่นที่ส่วนใหญ่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ มีตัวละครชายเป็นตัวเดินเรื่องหลัก”

พูดถึงละครจักร ๆวงศ์ ๆไปหลายส่วนกลับมาที่ละครหลังข่าวที่ครูเคยทำบ้างหลายคนไม่ทราบว่าครูคือคนที่เขียนบทดาวพระศุกร์ฉบับศรรามสุวนันท์

“ใช่ ครูเขียนบทเรื่องนี้ด้วย แต่ตอนที่เขียนเรื่องนี้เขียนกันสองคนมีสองนามปากกา(ภาวิต-ลุลินารถ) ลุลินารถเสียชีวิตแล้ว การเขียนบทแบบสองคนสำหรับครูยากกว่าการเขียนบทละครคนเดียว เพราะต้องมีการคุมโทนคาแรคเตอร์ตัวละครให้อยู่ในโทนเดียวกันไปตลอดทั้งเรื่อง บางทีไม่ก็ไม่สามารถทำได้เมื่อเราไปดูจะเห็นว่า มีบางตัวละครที่โดดจากที่ทำไว้ การเขียนบทสองคนต้องมีการมาพูดคุยกันก่อนว่าใครจะเขียนส่วนไหนแบ่งกันเขียนอย่างไร ตรงส่วนไหนบ้าง นี่คือความยาก อีกเหตุผลหนึ่ง คือครูมักได้รับมอบหมายให้เขียนบทคนเดียวบ่อยครั้ง”

ทำไมดาวพระศุกร์ถึงโด่งดังมาก

“ตอบได้แค่ว่าหลายอย่างจำไม่ค่อยได้ เพราะนานแล้วและเขียนมาหลายเรื่อง(หัวเราะ) เขียนถึงร้อยเรื่องไหม ครูว่าเขียนไม่ถึงนะ กลับมาที่ดาวพระศุกร์มันประสบความสำเร็จ จะบอกว่าบทละครโทรทัศน์ดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง เราทำเราจะไม่มองผลข้างหน้าเลยนะว่ามันประสบความสำเร็จอย่างไรบ้าง แต่เราต้องตั้งใจทำ ผลตอบรับดีเราก็ดีใจ และที่สำคัญหลายอย่างค่อนข้างลงตัว โดยเฉพาะตัวนักแสดงเองทุกคนประสบความสำเร็จจากการเล่นละครเรื่องนี้ ป้าแมวคือไม่ได้มีอยู่ในบทประพันธ์แรกเริ่ม เมื่อป้าแมวมาเล่นก็เพิ่มสีสันลงไปทำให้เรื่องสนุกยังนึกถึงป้าแมวเสมอ” 

เราต้องลองกลับมาดูว่าเส้นเรื่องของนวนิยายที่นำมาทำละครโทรทัศน์เป็นอย่างไรผู้เขียนถาม

“ใช่ ดาวพระศุกร์หลัก ๆ คือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสองตัวหลักเลยคือ ดาวพระศุกร์กับแม่ตัวเอง ดาวพระศุกร์รู้ว่าศศิประภาคือแม่ของตัวเอง แต่ไม่ยอมรับ พูดจาประชดศศิประภาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์ ถ้ายอมรับได้เรื่องมันก็จบเร็ว เมื่อจับประเด็นตรงนี้ได้เราสามารถขยายเส้นเรื่องหรือเพิ่มตัวละครให้ละครมีเนื้อหาขนาดตามที่เราต้องการได้ โดยไม่ดัดแปลงบทประพันธ์ให้เสียหายเน้นโครงเรื่องหลักให้ได้“

ละครโทรทัศน์ทุกเรื่องก็ทำเช่นนี้

“ใช่ ต้องทำแบบเดียวกันนี้ นางทาสที่กบ สุวนันท์แสดง เรารู้นะว่านางทาสมาจากนวนิยายขนาดสั้นมีเพียงไม่กี่สิบหน้า เมื่อนำมาทำเป็นละคร ครูต้องปรับหลายอย่าง ก่อนหน้านี้ดาราวิดีโอเคยทำเป็นละครมาแล้ว พี่แดง(อ.ศัลยา สุขะนิวัตติ์) เป็นคนเขียนบทเขียนดีมาก ขยายเรื่องราวจนเป็นนางทาสที่เราเห็นกัน แต่พอครูเป็นคนเขียนบทละครเวอร์ชั่นที่ กบ สุวนันท์ แสดง เรื่องนางทาสเหมือนกัน แต่ต่างแนวทาง ต้องทำให้ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับการตีความละครจากนวนิยายว่าจะเป็นอย่างไร

ตามเนื้อหานางทาสเป็นเรื่องราวของทาสที่ชื่อเย็นที่มาเป็นทาสเรือนท่านเจ้าคุณสีหโยธิน เย็นมันไม่ได้เป็นทาสแบบบ่าวในเรือนเพียงอย่างเดียว ครูตีความว่าเย็นเป็นทาสความรัก บุณคุณและความกตัญญูที่มีต่อแม่ตัวเอง คุณหญิงแย้ม และคุณหนูแดงลูกของเย็นเอง เป็นพันธนาการที่ทำให้เย็นต้องเป็นทาสที่เป็นยิ่งกว่าทาสคนอื่น ๆ และด้วยเหตุนี้ เย็นจึงไม่บอกความจริงเรื่องลูกให้หนูแดงรู้ เพราะบุญคุณที่คุณหญิงแย้มมีต่อเย็น ที่เย็นต้องตกเป็นทาสเพราะเห็นแก่แม่และครอบครัว จึงตกมาเป็นทาสเรือนท่านเจ้าคุณสีหโยธิน ส่วนตัวละครอื่นในเรื่องที่มีมาตั้งแต่ต้นก็เก็บเอาไว้สร้างเรื่องราวสีสันในเรื่องได้”

ครูตุ้มเคยเขียนบท “ดั่งดวงหฤทัย” เวอร์ชั่นหนุ่มศรราม-นัทมีเรีย

“ตั้งแต่ปี2539 นานมาก ดั่งดวงหฤทัยเป็นเรื่องที่อ่านแล้วประทับมาก เป็นนวนิยายที่ใช้ภาษาได้สละสลวย ตอนที่ทีมงานเขาตีความว่าเนื้อเรื่องมันมีภูเขาหิมะ เมืองสมมตินี้ควรจะเป็นที่ไหน เพราะต้องหาสถานที่ถ่ายทำ สรุปกันว่าเป็นที่เนปาล เพราะมีเทือกเขาหิมาลัยเหมาะสมเป็นเมืองสมมติตามที่คิดกันไว้ มีคนชื่นชมเยอะอยู่ ครูไม่ได้เปลี่ยนเรื่องราวจากนวนิยายเลย ไม่มีตัวร้ายเพิ่มเข้ามา เพราะพระเอกของเรื่องเขาก็ร้ายกับนางเอกอยู่ ก็สนุกดีอีกแบบ”

เขียนบทละครโทรทัศน์มามาก อายุเป็นอุปสรรคต่อการทำงานมากน้อยเพียงใด

“ถ้าเราเป็นเด็กวัยรุ่น ครูมองว่าอายุ60 ปี ถือว่าแก่แล้วนะ แต่พอเราอายุเกิน60 ปีไปแล้ว จริง ๆ เราทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้มีกำลังอยู่ ไม่ได้แก่แล้วแก่เลย เขียนบทได้และสิ่งสำคัญที่สุดการที่มีประสบการณ์ชีวิตมาก ส่งผลดีต่อการทำงานเขียนบทละคร เพราะต้องให้เหตุผลกับตัวละครมากขึ้น คิดมากขึ้นทำให้เขียนได้ช้าลง แต่ข้อดีคือ ตัวละครจะดูสมจริง”

เย็นมากแล้วการสนทนาที่ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงคงต้องยุติก่อน ครูตุ้มต้องไปเตรียมอาหารเย็นและดูแลบ้านต่อ แต่การสนทนาทุกครั้งกับครูตุ้มจะได้ความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเสมอ ผู้เขียนจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดสิ่งที่รู้มาให้ผู้อ่านได้เข้าใจการทำงานที่ดูเหมือนจะง่ายและสบายว่ามีขั้นตอนการทำงานเช่นเดียวกับงานทั่วไปยุ่งยากเหมือนกัน ใครที่เข้าใจว่าเขียนบทละครโทรทัศน์ง่าย….ไม่ใช่เรื่องจริง

อ่านเพิ่มเติม : ชีวิต-แนวคิดการเขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ ของ “รัมภา ภิรมย์ภักดี” ต้นตอวลี “แม่ไม่ปลื้ม”

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 16 เมษายน พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...