โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Covid -19 บทพิสูจน์ที่แท้จริงของ สตาร์ทอัพ – SMEs ไทย กับทางรอด

ทันข่าว Today

อัพเดต 03 เม.ย. 2563 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.59 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

  • บทพิสูจน์ที่แท้จริงของสตาร์ทอัพ และ SMEs ไทย เพราะแทบทุกธุรกิจกำลังประสบความท้าทาย
  • 6 แนวคิด เปิดสู่ทางรอดธุรกิจ
  • ปรับเพื่อไปต่อ เพราะ “พฤติกรรมผู้บริโภค” ในโลกหลัง Covid-19 ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

วิกฤตไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ไม่เพียงแต่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นพิษภัยต่อธุรกิจ SMEs แบบสะบักสะบอม ไม่ว่าจะสายป่านสั้น หรือยาวแค่ไหน นี่คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของสตาร์ทอัพ และ SMEs ไทย?

แทบทุกธุรกิจกำลังประสบความท้าทายต่าง ๆ ดังนี้

  • รายได้ กำไรที่หายไป ที่เห็นได้ชัดอย่างบริษัทที่มีรายได้มาจากการจัดงาน หายไปในพริบตา แผนงานทั้งปี เรียกว่ากลายเป็นเศษกระดาษ
  • รายจ่ายซึ่งส่วนมากเป็นต้นทุนคงที่ไม่หายตาม ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน ค่าเช่าออฟฟิศ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่สามารถติดหนี้ไว้ก่อนได้
  • ส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิติดลบ  ถึงแม้จะมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากแค่ไหนก็ตาม กลายเป็นว่าใครสายป่านยาวก็รอด สายป่านสั้นก็ลำบาก

แล้วทางรอดคืออะไร?

ไม่มีธุรกิจไหนไม่เคยเจอปัญหาครับ เพียงแต่ในภาวะวิกฤติใหญ่แบบนี้หลาย ๆ ธุรกิจล้วนต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันดังนั้น “สติ” เป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะนำทางให้ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฟันอุปสรรคและผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

ถัดมา คือ

  • รัดเข็มขัด ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเงินสดในวิกฤติที่ไม่รู้จะผ่านพ้นไปเมื่อไหร่ แต่ก็อย่าแน่นจนเกินไป เช่น การไล่คนที่มีความสำคัญกับธุรกิจหลักออก เพราะจะเป็นการกำจัดข้อได้เปรียบทางธุรกิจ หรือทำให้บริษัทไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ปกติ
  • เปิดใจหารายได้เพิ่มเติม แน่นอนว่าการโฟกัส เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจควรทำ แต่การกระจายความเสี่ยงก็เป็นเรื่องสำคัญ ในภาวะที่รายได้จากธุรกิจหลักหดหาย ความอยู่รอดอาจมาจากธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถใช้ทักษะ ความเชี่ยวชาญที่ใกล้เคียงกับธุรกิจหลักของเรา
  • หาแหล่งทุนเพิ่มเติม ซึ่งการกู้เงินอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในภาวะวิกฤติ ดังนั้นทุนจากหน่วยงานรัฐบาล จึงเป็นแหล่งเงินทุนไม่กี่แหล่งที่มีภูมิต้านทานต่อวิกฤตินี้
  • ถือโอกาสปรับปรุงโครงสร้างเทคโนโลยีในบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตาร์ทอัพที่วางโครงสร้างเว็บไซต์ใหม่ เพื่อรองรับฟีเจอร์ที่สำคัญต่อการเติบโตในอนาคต สร้างฐานข้อมูลที่เป็นระเบียบ และมีความเสถียร พร้อมสู่การเป็น Data-driven organization เพื่อให้พื้นฐานมั่นคง
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพราะในยามยากนี่แหล่ะที่ทำให้คนมักต้องการความช่วยเหลือ ถ้าคุณช่วยทำให้ใครก็ตามผ่านพ้นวิกฤติได้ในยามนี้ ก็เป็นไปได้สูงที่เขาจะตอบแทนคุณ ยามเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

ปรับเพื่อไปต่อ เพราะ “พฤติกรรมผู้บริโภค” ในโลกหลัง Covid-19 ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

  • ผู้บริโภคอยากซื้อของอย่างมั่นใจมากขึ้น
    ในวันที่คนไม่สามารถออกไปเดินซื้อข้าวของในตลาดได้อย่างสะดวกเหมือนในอดีต พวกเขาก็จะหันไปหาซื้อบนโลกออนไลน์ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือการโพสต์สินค้าด้วยภาพนิ่งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว
  • ผู้บริโภคอยากได้ระบบอัตโนมัติ นาทีนับจากนี้ไปจึงเป็นโอกาสของธุรกิจการศึกษาที่มีแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแท้จริง
  • ผู้บริโภคมองหาธุรกิจที่มั่นใจได้ในความสะอาด ธุรกิจที่โปรโมตตัวเองด้านความสะอาดกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนกลุ่มนี้ หรือหากยังไม่เห็นภาพ อาจขอยกกรณีของ
    แบรนด์ Stella McCartney ที่เปิดตัว Flagship Store โดยชูจุดขายด้านระบบกรองอากาศในร้านว่าสามารถกำจัดมลพิษจากอากาศภายนอกร้านได้มากถึง 95%
  • ผู้บริโภคมองหาธุรกิจที่พร้อมจะร่วมมือกับผู้อื่น

ธุรกิจที่สามารถสร้างบรรยากาศในการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งกว่าเดิม การมีพันธมิตรที่จับมือก้าวผ่านความยากลำบากร่วมกัน เป็นภาพจำที่สร้างประสบการณ์ที่ดีเสมอ

ทิ้งท้ายสักนิด อย่างที่ Ray Dalio ผู้บริหารบริษัท Bridgewater Associates เฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่สุดของโลกเคยพูดไว้ ผลกระทบจากวิกฤตไวรัสนี้ไม่ส่งผลด้านเศรษฐกิจมากนัก แต่ ส่งผลต่อจิตใจอย่างมาก ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุดที่คุณต้องดูแลให้ดีนั่นก็คือ “ตัวคุณเองและครอบครัวของคุณ” เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่ได้ในระยะยาว 

Cr: TrendWatching, กรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...