โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกศิษย์ 'เณรคำ' เศร้า! นอนคุกยาว 114 ปี วัดเงียบเหงา เชื่อถ้าอยู่-เจริญกว่านี้

Khaosod

อัพเดต 09 ส.ค. 2561 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2561 เวลา 13.44 น.
ลูกศิษย์

ลูกศิษย์ ‘เณรคำ’ เศร้า! นอนคุกยาว 114 ปี วัดเงียบเหงา เชื่อถ้าอยู่-เจริญกว่านี้

ลูกศิษย์ เศร้า/ วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสามัคคิยาราม หรืออดีตชื่อเดิมวัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดที่อดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือนายวิรพล สุขผล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา ปรากฏว่า หลังจากที่มีข่าวว่า อดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกศาลอาญาพิพากษารวมทุกข้อหาจำคุก 114 ปี นั้น บรรยากาศภายในบริเวณวัดค่อนข้างเงียบเหงามาก พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกยังคงตั้งตระหง่านโดดเด่นเหมือนเดิม

ส่วนภายในวัดตามกุฏิพระสงฆ์ทุกหลังปิดเงียบ ไม่มีพระสงฆ์เดินไปมาแต่อย่างใด บริเวณที่เคยเป็นที่ติดตั้งรูปขนาดใหญ่ของอดีตหลวงปู่เณรคำ ได้ถูกปลดลงแล้ว ส่วนในศาลาสามัคคีธรรมรูปขนาดใหญ่ของอดีตหลวงปู่เณรคำได้ถูกปลดลงเช่นกันและได้มีการนำเอารูปภาพของเจ้าอาวาสวัดสามัคคิยารามรูปปัจจุบันมาติดตั้งไว้แทน

พระลูกวัดรูปหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลาวัด กล่าวด้วยอาการตกใจเมื่อทราบข่าวว่า อดีตประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมถูกจำคุก 114 ปี ว่า อาตมายังไม่ทราบข่าวนี้มาก่อนเลย แต่ว่า อาตมาไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ เพิ่งมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ 2 ปีเท่านั้น แต่ว่าได้ทราบถึงคุณงามความดีของท่านที่ได้นำพุทธศาสนิกชนสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมาไว้ที่วัดแห่งนี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา

อย่างไรก็ตามพระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม กรรมใดใครก่อก็ต้องเป็นไปตามกรรมนั้น ซึ่งวัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาอยู่จำนวน 4 รูป และปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ขณะเดียวกัน บริเวณถนนทางเข้าวัด ได้มี 2 สามีภรรยาชาวบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่อดีตเคยเป็นลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำ และเคยทำงานช่วยอดีตหลวงปู่เณรคำมาโดยตลอด ได้พากันนำเอาเครื่องตัดหญ้ามาตัดหญ้าบริเวณถนนเข้าวัดเพื่อให้บริเวณวัดสะอาดสวยงาม เพื่อเตรียมต้อนรับพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่จะพากันมากราบไหว้ขอพรจากพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก

สามีภรรยา กล่าวด้วยอาการเศร้าสร้อยว่า พวกตนที่อดีตเคยเป็นลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำ ยังคงพากันคิดถึงหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากว่าหากไม่มีหลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติธรรมหรือวัดสามัคคิยารามคงไม่เจริญมาจนถึงบัดนี้ ซึ่งถ้าหลวงปู่เณรคำยังอยู่ที่วัดนี้ วัดจะต้องเจริญกว่านี้อย่างแน่นอน

“พวกตนยังคงเชื่อว่า หลวงปู่เณรคำไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา พวกตนยังคงระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่เณรคำ ที่ได้ก่อสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา และขณะนี้แม้ว่าจะมีเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่แล้ว แต่พวกตนก็ยังระลึกหลวงปู่เณรคำเสมอ อยากให้ท่านกลับมาพัฒนาวัดแห่งนี้ให้เจริญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมต่อไป ซึ่งวัดแห่งนี้จะมีพุทธศาสนิกชนมากราบไหว้ขอพรจากพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกวันประมาณ 10 คนเท่านั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...