โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แห่ออก "เงินฝากดิจิทัล" แบงก์เปิดเกมชิงลูกค้ายุคโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ส.ค. 2563 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 07.15 น.

“บัญชีเงินฝากดิจิทัล” ฮอตมากขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รับยุคชีวิตวิถีใหม่ (new normal) หลายแบงก์หันมาแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้น ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สนับสนุนการเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ (e-Saving) จึงทำได้ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น

เมื่อการเปิดบัญชีทำได้สะดวกรวดเร็วผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่จำเป็นต้องไปสาขาเหมือนในอดีต ทำให้การเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5.4 ล้านบัญชีแล้วในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ช่วงที่ผ่านมา จึงได้เห็นภาพที่หลายธนาคารออกผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัล หรือบางแห่งก็เพิ่มฟีเจอร์เงินฝากแนวใหม่ในโมบายแอปพลิเคชั่นของตัวเอง เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากจะออมเงิน โดยเสนออัตราดอกเบี้ยสูงจูงใจกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปเฉลี่ย 0.125-0.25% ต่อปี

ผู้ที่บุกตลาดนี้เป็นรายแรก ก็คือ “ME by TMB” ของธนาคารทหารไทย โดยมีการชูจุดเด่นเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เสนอสูงกว่าออมทรัพย์ปกติถึง 4.5 เท่า ผ่านบัญชี ME SAVE ไม่มีขั้นต่ำ และไม่กำหนดยอดเงินฝาก และสามารถฝาก-ถอนได้ตลอดเวลา ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ให้ในปัจจุบันอยู่ที่ 1.3% ต่อปี

ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ ได้แก่ “Kept by Krungsri” ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจะมี 3 บัญชีหลัก ทำงานร่วมกัน เป็น 1 กระเป๋า 2 กระปุก โดยจุดเด่นอยู่ที่เปิดรับฝากเงินตั้งแต่ 5,000 บาทสูงสุด 5 ล้านบาท ให้ดอกเบี้ยปีแรก 1.6% ต่อปี และปีที่ 2 สูงสุด 1.8% ต่อปี เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 2 ปีที่ 1.7% ต่อปี มีความยืดหยุ่นเหมือนฝากออมทรัพย์ จะถอนเท่าไหร่ เมื่อใดก็ได้

ตามมาด้วย“TMRW by UOB” ของ ธนาคารยูโอบี ซึ่งชูจุดเด่นที่เปิดบัญชีครั้งเดียวได้ถึง 2 บัญชี ทั้งบัญชีใช้จ่ายที่ให้ดอกเบี้ย 0.10% ต่อปี และบัญชีออมเงินที่มาในรูปแบบของเกม City of TMRW ให้ดอกเบี้ยถึง 1.6% ต่อปี โดยไม่กำหนดยอดเงินขั้นต่ำ สามารถถอนเงิน โอนเงิน จ่ายบิล ไม่มีค่าธรรมเนียม และหากใช้ร่วมกับบัตรเดบิต บัตรเครดิต ยิ่งได้รับประโยชน์ขึ้น เนื่องจากจะมีเครดิตเงินคืน (cash back) สูงสุดถึง 3%

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ส่ง“MAKE by Kbank” โมบายแบงกิ้งที่มาพร้อม 3 ฟีเจอร์หลัก คือ 1) pop pay บริการโอนเงินผ่านบลูทูท 2) chat banking บันทึกประวัติการทำธุรกรรมในรูปแบบโซเชียลแชต และ 3) cloud pocket ช่องทางจัดเก็บเงินตามความต้องการ

ตารางดอกเบี้ยเงินฝากดิจิทัล

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดมีความพร้อมในการให้บริการ e-Saving มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าเปิดรับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดโควิด-19 รวมถึงความพร้อมของระบบและขั้นตอนการสมัครที่ง่าย และมีจุดยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้แนวโน้มประชาชนหันมาเปิดบัญชี e-Saving กันมากขึ้น

โดยปัจจุบัน กสิกรไทย มีลูกค้าเปิดบัญชี e-Saving ผ่านแอปพลิเคชั่น “K PLUS” มากขึ้น ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2563 มีจำนวนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ “K-eSavings” ประมาณ 5.7 แสนบัญชี โดยเป็นบัญชีที่สมัครพร้อม K PLUS สูงถึง 2.67 แสนบัญชี คิดเป็น 47% และมีสัดส่วนลูกค้าใหม่ของธนาคารอยู่ที่ 65% จากปัจจุบันมีฐานลูกค้าบัญชีเงินฝาก 16 ล้านราย

“เราพัฒนา MAKE by KBank ขึ้นมา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่กับลูกค้า เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนที่เน้นทำธุรกรรมร่วมกันหลายคน ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองกับพนักงานธนาคาร และบริษัท KBTG โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ ตั้งเป้าหมายลูกค้าเปิดบัญชี 1 แสนรายในปีแรก” นายวีรวัฒน์กล่าว

นายนที ศรีรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Retail Digital ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ TMRW ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 1.6% ถือว่าแข่งขันได้ในตลาด ประกอบกับธนาคารต้องการให้ TMRW สร้างความพึงพอใจและช่วยลูกค้าบริหารจัดการเงิน ทั้งในเรื่องการออม และการบริหารค่าใช้จ่ายพร้อมกัน ผ่านบริการบัญชีเงินฝากและบัตรเครดิตของ TMRW ดังนั้น จึงเห็นความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อมอบดีลพิเศษ ล่าสุด มีโปรโมชั่น 15 on 15 เครดิตเงินคืน และส่วนลดพิเศษกับ 15 ร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือ WOW 1 Baht ซึ่งลูกค้าสามารถซื้อเครื่องดื่มและอาหารกับร้านค้าชื่อดังในราคาเพียง 1 บาท

“การเกิดขึ้นของธนาคารดิจิทัลใหม่ ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้าน digital banking ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย TMRW เปิดตัวในประเทศไทยเป็นตลาดแรกในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเจาะกลุ่มดิจิทัลเจเนอเรชั่น สนองความต้องการเฉพาะบุคคล สอดคล้องกับไทยที่มีผู้ใช้งานบริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลก ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว พบว่าอัตราความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มเป็น 4 เท่า และมากกว่า 2 ใน 3 ของลูกค้าใหม่ได้มาจากการแนะนำ” นายนทีกล่าว

ด้าน นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เล่าว่า การเปิดตัวแอปพลิเคชั่นออมเงินที่มีวัตถุประสงค์ หรือเรียกว่า Goal Savingเป็นทิศทางที่ทุกธนาคารต้องเดินไป ทำให้เห็นธนาคารทยอยออกมาทำกันมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มากกว่าการขยายเงินฝาก เช่น ช่วยขยายฐานลูกค้า Gen Y และต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น digital wealth หรือร่วมมือพันธมิตรสร้าง ecosystem

“ธนาคารอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ โดยออกแบบให้อยู่บนแอปพลิเคชั่นBualuang mBanking คาดว่าน่าจะได้เห็นภายในครึ่งปีแรกปี 2564” นางปรัศนีกล่าว

ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ทุกแบงก์ก็คงต้องหันมาแย่งลูกค้าผ่านช่องทาง “บัญชีเงินฝากดิจิทัล” กันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคหลังโควิด-19 ที่เรียกกันว่า “new normal” นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...