โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัชนีความยั่งยืน ดาวโจนส์ คือ ? (จบ)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2562 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2562 เวลา 06.44 น.
แฟ้มภาพ

คอลัมน์ CSR Talk

โดย ณัฐณรินทร์ อิสริยเมธา

ความท้าทายสำคัญหากรับการจัดอันดับในดัชนี DJSI คือบริษัทต้องพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าอยู่เสมอ 

อย่างที่ได้เล่าให้ฟังไปข้างต้นว่า บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในดัชนี DJSI จะต้องมีคะแนนประเมินอยู่ใน top 10 percentile นั่นคือ จะต้องมาเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันทุกปี ซึ่งบริษัทจะไม่มีทางทราบว่าเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมของเราในช่วงปีที่ผ่านมาพัฒนาไปมากน้อยเพียงใด เราอาจคิดว่าเราทำได้ดีแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นผ่านการตอบแบบประเมินอาจมีผู้ที่ทำได้ดีกว่า ความท้าทายจึงอยู่ที่เราจะสามารถพัฒนาตัวเองให้เท่าทันเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมของเราหรือไม่ หากไม่ได้คะแนนประเมินของเราอาจจะหล่นจาก top 10 percentile และไม่ได้รับการจัดอันดับให้มีรายชื่อติดอยู่ในดัชนีตัวนี้ในปีต่อไปได้

ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ จำนวนบริษัทที่เข้าร่วมตอบแบบประเมิน CSA นี้เพิ่มขึ้นทุกปี และล่าสุดในปี 2019 มีจำนวนบริษัทเข้าร่วมตอบแบบประเมินเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 17% ทำให้ปีนี้ถือเป็นปีที่มีบริษัทตอบรับเข้าร่วมประเมินมากที่สุดในรอบ 20 ปีของดัชนีตัวนี้เลยทีเดียว โดยประเทศไทยติดอันดับ 3 ของประเทศที่มีสัดส่วนการเข้าร่วมตอบแบบประเมินมากที่สุด คิดเป็น 78% หรือประมาณ 28 บริษัทจากบริษัทที่ได้รับเชิญทั้งสิ้น 36 บริษัทในปี 2019

นอกจากการตอบแบบประเมินแล้ว RobecoSAM ยังทำ media & stakeholder analysis อยู่ตลอดเวลา และเมื่อบริษัทใด ๆ มีข่าวในทางลบเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบถึงคะแนนในการประเมินความยั่งยืนของบริษัทในประเด็นที่เกี่ยวข้องได้ และในกรณีที่ถือว่ามีความร้ายแรงคณะกรรมการดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index Committee) อาจพิจารณาถอดบริษัทดังกล่าวออกจาก DJSI หากเห็นว่าบริษัทไม่สามารถจัดการกรณีที่เกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานของ DJSI ทั้งในด้านจริยธรรมสังคมหรือสิ่งแวดล้อม อาทิ กรณีของVolkswagen ที่โกงเรื่องการปล่อยค่ามลพิษว่าได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หรือ Toshiba กับกรณีการตกแต่งบัญชี เป็นต้น

ติด DJSI หมายความว่ายั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อนักลงทุนจริง ๆ หรือไม่

มีการตั้งข้อสังเกตจากบางกลุ่มว่า องค์กรที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในดัชนี DJSI นั้น เป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ได้ทำตาม check list เท่านี้ สำหรับประเด็นนี้ดิฉันมีโอกาสได้ยินคำพูดจาก “Mr.Manjin Jus”, Head of ESG Rating ของ RobecoSAM เมื่อครั้งมาอบรมให้กับบริษัทจดทะเบียนไทยที่ได้รับเชิญให้ร่วมตอบแบบประเมิน CSA ว่า RobecoSAM ยอมรับว่าพึ่งพาข้อมูลที่บริษัทส่งให้ เพราะเชื่อในความจริงใจและความโปร่งใสของบริษัท และนี่คือเหตุผลว่าทำไมแบบประเมินความยั่งยืนของ RobecoSAM จึงให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

และในบางคำถามจะมีการสอบถามว่า ได้มีการทำ external assurance (การตรวจสอบจากบุคคลภายนอก) หรือไม่ เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะข้อมูลที่เปิดเผยย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากภาคส่วนอื่นและจากการที่ได้มีส่วนร่วมในการตอบแบบประเมิน CSA ดิฉันเห็นถึงความเข้มข้นของแบบประเมินแต่ละหัวข้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ดังนั้น หากบริษัทใดที่เน้นเพียงตอบแบบประเมินให้ได้ แต่ไม่มีแผนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง จะไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ ปรากฏให้เห็น และในที่สุดจะไม่สามารถได้รับการจัดอันดับอยู่ในดัชนีตัวนี้ได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ทาง RobecoSAM เองมีการย้ำกับบริษัทที่เข้าร่วมในการตอบแบบประเมินเสมอว่า อย่าทำอะไรเพียงเพื่อจะสามารถตอบคำถามในแบบประเมินได้เท่านั้น เพราะคำถามเหล่านั้นอาจถูกลบออกไปในปีใดปีหนึ่งก็ได้ แต่ขอให้ใช้คำถามของเขาเป็นเหมือนกรอบในการทำงานว่าสิ่งใดที่บริษัทยังขาดอยู่แล้วควรรีบดำเนินการในลักษณะนี้มากกว่า

และ RobecoSAM ยังพบว่า บริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในดัชนี DJSI จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่าบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในดัชนีตัวนี้ และยังส่งผลให้มีนักลงทุนจำนวนมากขึ้นลงทุนระยะยาวในบริษัทด้วย โดยวิเคราะห์จากข้อมูลย้อนหลังนาน 10 ปี ตั้งแต่ปี 2005-2015 ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน DJSI ทั้งที่เพิ่งเข้าใหม่ ได้รับการจัดอันดับอย่างต่อเนื่อง และที่ถูกลบออกจาก DJSI เปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับจากสถาบันอื่น ๆ แต่ไม่ได้มีชื่ออยู่ใน DJSI โดยใช้เกณฑ์พิจารณาหลังจากมีการประกาศรายชื่อใน DJSI ว่า

1) ราคาของหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ในช่วง 3 วัน

2) ปริมาณของการซื้อขายหุ้น

3) บทวิเคราะห์ของนักลงทุน

4) สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนในระยะยาว

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ Harvard Business Review ได้สัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงจำนวน 70 คน จาก 43 สถาบันนักลงทุนทั่วโลก รวมไปถึงยักษ์ใหญ่ที่สุด 3 ราย คือ BlackRock, Vanguard, และ State Street พบว่าประเด็นด้าน ESG (environment, social และ governance) คือประเด็นที่สถาบันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพิจารณาลงทุน จึงค่อนข้างเชื่อถือได้ว่านักลงทุนทั่วโลกมั่นใจว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนนั้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่พวกเขาได้จริง ๆ

คลิกอ่านที่นี่…  ดัชนีความยั่งยืน ดาวโจนส์ คือ ? (1)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...