โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดซึ้ง! พี่สาวเลือกเรียนโฮมสคูล เพื่ออยู่ดูแลน้องสาวป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

Khaosod

อัพเดต 28 ธ.ค. 2563 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 07.09 น.

พี่สาววัย 17 ปี เลือกเรียนแบบโฮมสคูล อยู่ดูแลน้องสาว ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อเก็บช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด

เรื่องราวสุดประทับมาจากประเทศสิงคโปร์ อแมนดา วัย 17 ปี พี่สาวผู้แสนดีที่เลือกเรียนแบบโฮมสคูลมาตลอดระยะเวลาสามปี ทั้งหมดนี้เพื่อใช้ชีวิตและดูแล อมีเลีย น้องสาววัย 14 ปี ที่ป่วยไม่สามารถพูดคุยและช่วยเหลือตัวเองได้ 

ในตอนแรกอมีเลียเกิดมามีสุขภาพปกติ แต่เริ่มแสดงอาการป่วยในช่วง 18 เดือน ตอนนั้นคุณแม่สังเกตว่า อมีเลียไม่สามารถทำหลายอย่าง หรือมีพัฒนาการเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน ต่อมาอมีเลียสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว การขับถ่าย รวมถึงการหายใจของเธอแย่ลง ซึ่งแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเธอป่วยเป็นโรคอะไร แต่จำแนกว่าเป็นไมโทรคอนเดรียผิดปกติ

ในตอนนั้น อแมนดามีอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น เมื่อเห็นสภาพของอเมเลียที่แย่ลง จึงยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ เธอแค่เข้าใจว่า อเมเลียแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นของเพื่อนๆ “ฉันเห็นว่าเพื่อนๆบางคนมีน้องมาโรงเรียนด้วยกัน แต่สำหรับฉัน ฉันรู้สึกว่าอมีเลียจะไม่มีวันไปโรงเรียนเดียวกันกับฉัน มันก็ส่งผลในช่วงหนึ่ง เพราะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่มีพี่น้องที่ไม่ปกติ ฉันคิดว่าทุกคนตอนเป็นเด็กต้องอยากมีคนเล่นด้วย”  แต่เมื่อเธอเติบโต ได้เรียนรู้อาการของอมีเลีย จึงเริ่มเข้าใจและรักน้องสาวมากยิ่งขึ้น

หลายคนสงสัยในเมื่อไม่สามารถพูดคุยได้ แล้วสื่อสารกันได้อย่างไร คำตอบคือพวกเขาสื่อสารกับผ่านดวงตา อมีเลียสามารถสื่อสารผ่านการใช้เครื่องติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา ช่วยให้สามารถสื่อเป็นคำพูดและแม้แต่ประโยคได้ “สำหรับเราแสดงออกด้วยคำพูดและท่าทาง แต่สำหรับอมีเลียสื่อสารด้วยตาเท่านั้น เมื่อคุณมองเข้าไปในดวงตาของเธอ คุณจะเข้าใจเธออย่างถ่องแท้”

อมีเลียขณะใช้เครื่องเพื่อสื่อสารกับพี่สาว

อมีเลียขณะใช้เครื่องเพื่อสื่อสารกับพี่สาว

อแมนดามีความคิดที่จะเรียนแบบโฮมสคูลตั้งแต่อยู่มัธยมปีที่ 2 เพราะต้องการใช้เวลาอยู่บ้านกับน้องสาวให้มากที่สุด แต่พ่อแม่ยังไม่สนับสนุน พวกเขาคิดว่ามันยังไม่แน่นอนสำหรับอนาคตของลูกสาว แต่ความคิดของพ่อแม่ก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอพูดว่า“เรามีเวลาอยู่กับอมีเลียไม่มาก” จึงทำให้พ่อแม่ยอมรับการตัดสินใจของเธอ

อแมนดาเรียนโอมสคูลมาสามปีแล้ว เธอไม่รู้สึกว่าพลาดช่วงชีวิตแบบวัยรุ่นแม้แต่น้อย “ฉันไม่คิดว่าฉันจะพลาดอะไรไปเลย ฉันมีความสุขมาก เมื่ออยู่ใกล้อมีเลีย และความสุขนี้ฉันจะไม่นำไปเปรียบเทียบกับความสุขอื่นที่ฉันมีกับเพื่อนๆ มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”

อแมนดากำลังป้อนอาหารให้อมีเลีย

สำหรับแผนการในอนาคต ตอนนี้อแมนดาเรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้ว และกำลังเลือกที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในท้องถิ่นหรือมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เพราะเธอไม่อยากอยู่ห่างจากครอบครัว เมื่อถูกสอบถามถึงการเรียนต่อต่างประเทศ เธอบอกว่าแค่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นไปตามที่พระเจ้ากำหนด ในตอนนี้เธออยากจะใช้เวลาอยู่ร่วมกับอมีเลียมากที่สุด และหวังว่าจะใช้เรื่องราวชีวิตของอมีเลียให้ความรู้แก่ผู้อื่นอีกด้วย

“ฉันอยากให้คนทั่วไปรู้ว่า เด็กๆเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะพิการ แต่ในชีวิตของพวกเขาก็สามาถประสบความสำเร็จได้ พวกเขาสามารถอวยพรผู้อื่นด้วยวิธีพิเศษของพวกเขา แม้แต่เราในฐานะ 'มนุษย์ธรรมดา' ก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะพวกเขาพิเศษมาก”

ขอบคุณที่มา mothership

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...