นกหัสดีลิงค์ ในพิธีศพที่เชื่อว่า นำพาวิญญาณสู่สวรรค์
เรื่องราวของความเชื่อ เรื่องเล่า ที่ส่งต่อกันมา นกขนาดใหญ่รูปร่างแปลกๆ ในนิยายที่คนส่วนใหญ่รู้จักก็มี เช่น หงส์ พญาครุฑ นกหัสดิน แต่เรื่องราวของนกหัสดีลิงค์ นี้ไม่ปรากฏชัดเจนเฉพาะเรื่อง แต่พอจะประมวลได้จาก นิทานชาดกบ้าง ตำราสัตว์ป่าหิมพานต์บ้างเมื่อสรุปจะได้ความสังเขปว่า ..
ตำนาน นกหัสดีลิงค์ นกใหญ่ในป่าหิมพานต์
นกหัสดีลิงค์ เป็นนกใหญ่ชนิดหนึ่งในเทวนิยาย รูปตัวส่วนใหญ่เป็นนก แต่จงอยปากเป็นงวงอย่างงวงช้าง มีลำตัวที่ใหญ่อีกทั้งมีกำลังเทียบเท่าช้าง 5 เชือกมารวมกัน มีถิ่นที่อยู่ ณ เชิงเขาพระสุเมรุ ณ สถานที่นั้นเองเป็นป่าไม้ที่ชื่อว่า “ป่าหิมพานต์” นิสัยของนกหัสดีลิงค์ชอบที่จะกินของสดๆ เป็นอาหาร โดยนกหัสดีลิงค์นี้สันนิษฐานว่า น่าจะถือกำเนิดในอินเดียก่อนแล้วจึงแพร่เข้ามาในดินแดนล้านนา โดยในล้านนานั้นเรียกเพียงสั้น ๆ ว่า “นกหัส”
ประเพณีและความเชื่อเกี่ยวกับนกหัสดีลิงค์
นกหัสดีลิงค์นั้นจะมีหัวเป็นช้างตัวเป็นนก จะชอบกินช้างหรือสัตว์ใหญ่เป็นอาหาร เช่น คน เสือ ควาย เป็นต้น ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง เมื่อนกหัสดีลิงค์ได้จับลูกสาวเจ้าเมืองหลายต่อหลายเมืองมากินเป็นอาหารแล้ว มาหยุดพักที่ปางทุ่งหลวง เมืองสุวรรณภูมิ เพื่อจะรอจับลูกสาวเจ้าเมืองดังกล่าวกินเป็นอาหาร
ครั้นเจ้าเมืองทราบข่าวจึงสืบเสาะหาบุคคลที่มีความสามารถ ที่จะฆ่านกหัสดีลิงค์ จนในที่สุดก็มาถึงเมืองตักศิลาและลูกสาวเจ้าเมืองนั้นชื่อ เจ้านางสีดา ซึ่งได้รับมอบคันศรจากพระราชบิดา เพื่อจะนําไปฆ่านกหัสดีลิงค์ และในที่สุดเจ้านางสีดาก็สามารถฆ่านกหัสดีลิงค์ได้
ทั้งนี้ยังมีตำนานที่เล่าต่อมาอีก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.isangate.com
ความเชื่อของชาวล้านนาแต่อดีตกาล
นิยมสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์ เพื่อบรรจุศพของกษัตริย์เจ้านายฝ่ายเหนือ รวมถึงพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มรณภาพ เพื่อให้พิธีศพสง่างาม สมฐานะบารมี และเป็นการส่งดวงวิญญาณไปสู่ชาติสรวงสวรรค์ชั้นพรหมโลก เทวโลก
แต่ในปัจจุบัน ปราสาทนกหัสดีลิงค์ นิยมใช้ในพิธีศพของพระเถระชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น
เมรุลอยหลวงพ่อคูณ ออกแบบเป็นรูปนกหัสดีลิงค์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น เตรียมจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ระหว่างวันที่ 22-30 ม.ค.2562 ที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก ม.ขอนแก่น
เมรุลอยหลวงพ่อคูณ โดยได้ออกแบบเป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหลัง ซึ่งจินตนาการถึงสวรรค์ บนฐานแปดเหลี่ยม สูง 22.6 เมตร และฐานเมรุกว้าง 16 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมประดับประดาด้วยสรรพสัตว์ต่างๆ จากเขาพระสุเมรุ เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุตามคติในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เมรุลอยยังจะถูกสร้างให้มีกลไกในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ได้ อาทิ หันศีรษะ ม้วนงวง กระพริบตา กระดิกหู และมีเสียงร้องอีกด้วย
แม้หลวงพ่อคูณ ระบุไว้ในพิธีกรรมให้จัดฌาปนกิจศพ แบบเรียบง่าย แต่ด้วยการที่หลวงพ่อคูนเป็นพระผู้ปฏิบัติ ที่มีผู้คนเคารพ และต้องการให้สมเกียรติจึงขอพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ และจัดสร้างเมรุลอย ณ พุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมือง พื้นที่บ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งสามารถรองรับศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ ที่จะมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงฯ ได้มากกว่า 5 แสนคน
โดยในวันที่ 29 ม.ค. 62 เวลา 17.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ และวันที่ 30 มกราคม จะมีพิธีทำบุญอัฐิและมอบอัฐิแก่ญาติ และลอยอังคารและอัฐิของหลวงพ่อคูณลงสู่แม่น้ำโขง ที่จังหวัดหนองคาย / ที่มา News.MThai.com
ตกแต่งเมรุลอยฯ “หลวงพ่อคูณ” ใกล้แล้วเสร็จ
https://seeme.me/ch/motionnews/embed/9BW23r
Link : MONO29
พิธีฆ่านกหัสดีลิงค์
https://www.youtube.com/watch?v=dEdKzRjvE-A
เปิดแบบอนุสรณ์สถาน “หลวงพ่อคูณ” สูงเท่าตึก 10 ชั้น
นศ.แพทย์ มข. กราบสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อคูณ’ เนื่องในวันครู
ภาพหาดูยาก ! ประเพณี 4 เป็งตานหลัวพระเจ้า อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ
หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้น ชาวบ้านจะนำข้าวใหม่นำมาถวายเป็นพุทธบูชา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ และเจ้าของนาดั้งเดิม รวมทั้งเทวดา ผีปกปักษ์รักษาพื้นที่ทำกิน จากนั้นก็มีการตานหลัวหิงไฟพระเจ้าหรือฟืน เพื่อเป็นการนำไปจุด เพื่อคลายความหนาวเย็นให้กับพระพุทธเจ้า ตามความเชื่อของชาวบ้านด้วย
Link : News.mthai.com
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : phichetchai.blogspot.com , www.isangate.com