โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อคำว่า 'แต๋ว' ไม่ใช่แค่เกย์ออกสาว แต่มาจากเพลงทอมเกี้ยวสาว

The MATTER

อัพเดต 19 มิ.ย. 2561 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2561 เวลา 03.51 น. • seX-ray

"แต๋วจ๋า… เห็นใจเถิดหนา แต๋วของพี่ พี่หลงรักแต๋วมานาน ทุกวันคิดถึงคนดี แต๋วไม่ปรานีพี่บ้างหรือไร

แต๋วเอ๋ย…ก่อนนี้พี่เคยมีน้องอยู่ใกล้ เดี๋ยวนี้แต๋วจากไปไกล ทิ้งพี่ให้โศกอาลัย แต๋วไปอยู่ไหนไม่บอกพี่เลย…"

‘แต๋วจ๋า’ เพลงที่ฮิตที่สุดของสาลิกา กิ่งทอง (จากข้อมูลประวัติที่ผลิตสมัยหลังๆ และ platform สำหรับฟังเพลงสมัยใหม่ เขียนว่า ‘สาริกา’ แต่จากรถบัสคณะวงดนตรีและปกแผ่นเสียงของเขาเขียนว่า ‘สาลิกา’) ที่เล่าถึงชายหนุ่มคร่ำครวญถึงหญิงสาวอันเป็นที่รักชื่อ ‘แต๋ว’ หญิงบ้านนาที่ออกจากหมู่บ้านไปแล้วยังไม่กลับมา คาดว่าไปทำงานในเมืองหลวงตามสไตล์เนื้อเพลงลุกทุ่งที่นิยมกันในยุคแรกๆ ที่มีเพลงแนวนี้ ในฐานะผลผลิตของการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จริงจังเข้มข้นในรัฐบาลเผด็จการของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การเติบโตทางเศรษฐกิจในสังคมเมืองในฐานะศูนย์กลางความเจริญทำให้คนหนุ่มสาวอพยพเข้าเมืองเป็นแรงงาน จากที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตกรในชนบท ก็เริ่มมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ศิลปินที่เข้าสู่วงการเพลงที่เรียกว่า ‘ลูกทุ่ง’ ก็มาจากชนบทที่หลากหลาย บทเพลงจึงไม่เพียงสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท วัฒนธรรมเมืองความทันสมัยในชนบท ยังบอกเล่าชีวิตการจากบ้านนาเข้ากรุงแล้วไม่หวนกลับไป[1]

เพลงของสาลิกา กิ่งทอง เป็นเพลงลูกทุ่งจากภาคใต้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในยุคนั้น ไม่เพียงใช้สำเนียงภาคกลาง พรรณนาชีวิตความเป็นอยู่และใช้สำนวนภาษาท้องถิ่นภาคใต้ แต่ยังมักมีเนื้อหาเกี้ยวพาราสีหญิงสาว บอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของผู้ชายต่อหญิงสาวที่รัก ทว่าเป็นโทนเสียงของผู้หญิง

เพราะสาลิกา กิ่งทอง มีเพศสรีระหญิงตั้งแต่เกิดมาในพ.ศ. 2492 เขาแต่งตัวเป็นชายผมสั้น สวมสูทผูกไท โบว์ไท อำพรางเพศสรีระด้วยการใช้ผ้าพันรัดหน้าอก หลายคนบอกว่าเขามีเมีย สาลิกาจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และมีใจรักในเสียงเพลงตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ และเกิดในครอบครัวศิลปิน เขาชอบไปร้องเพลงประกวดในงานวัดต่างๆ และได้มักชิงรางวัลกลับมา[2]

จูเลี่ยม นายหนังตะลุงชื่อดังแห่งจังหวัดชุมพรผู้เป็นพ่อจึงแต่งเพลงสำหรับผู้ชายให้ลูกสาวในมาดนักร้องชาย และตั้งวงดนตรีคณะเพลงลูกทุ่งชื่อคณะสาลิกา กิ่งทองให้ลูกเดินสายร้องเพลงและควบคุมการบันทึกแผ่นเสียงให้ลูก ปลุกปั้นจนสาลิกาโด่งดัง เพราะในธุรกิจวงการดนตรีลูกทุ่งขณะนั้น ธุรกิจที่สำคัญมีเพียงวงดนตรีและแผ่นเสียง แผ่นเสียงช่วยให้ศิลปินเป็นที่รู้จัก เผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านสถานีวิทยุ และวงดนตรีก็เป็นแหล่งสร้างรายได้ เดินสายไปแสดงทั่วประเทศซึ่งมักเป็นธุรกิจครอบครัวหรือครูกับศิษย์[3]

คุณพ่อเริ่ดมาก…

ความดังของสาลิกามากพอๆ กับความฉงนสนเท่ห์ของมิตรรักแฟนเพลงว่า เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย บางคนบอกว่าเขาเป็นชายแต่กำเนิดแต่จริตจะก้านคล้ายผู้หญิง จนกระทั่งมีการเฉลยภายหลังว่าไม่ใช่ผู้ชาย

สาลิกาจึงเป็นศิลปินที่ล้ำหน้าสังคมและวงการดนตรีเพราะเธอมีอัตลักษณ์ 'ทอม' (butch) อย่างเปิดเผย ร้องเพลงเกี้ยวหญิงอัดแผ่นเสียงหลายเพลง

อย่างเช่น เพลง ‘รินดาที่รัก’ ซึ่งร้องเกี้ยวจีบสาวมุสลิมที่ตนหลงรักให้เปลี่ยนศาสนามานับถือพุทธแล้วแต่งงานกัน หรือตัดพ้อหญิงพร้อมกับเนื้อหาทะลึ่งสัปดน ด้วยเพลง ‘หมอนข้าง’ ที่สาลิกาแทนตัวเองเป็นหนุ่มโสดบ่นรำพึงรำพันหญิงสาวที่หักอก จนต้องหันไปกอดซุกขยำหมอนข้างแทน เพลงที่สาลิการ้องใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่า ‘พี่’ และเรียกคู่สนทนาว่า ‘น้อง’ เหมือนขนบเพลงลูกทุ่งทั่วๆ ไปที่ผู้ชายจะแทนตัวเองว่าพี่ ผู้หญิงจะแทนตัวเองว่าน้อง อย่างเพลงหนุ่มล่องซุง แสนหวังเหวิด นิราศรักพุมเรียง กลับเถิดน้องแต๋ว เมียข้าแฟนเขา อยากเป็นยกทรง ผ้าขาวม้า แม่มะขามลนไฟ ขาอ่อนยั่วเมือง กลัวผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง 'ชีวิตสาลิกา' ที่พรรณนาชีวิตของผู้ร้องเองโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ว่า ‘ผม’ เรียกตนเอง

เพลงของเขากลายเป็นตำนานและสร้างประวัติศาสตร์มากมาย เพลงแสนหวังเหวิดที่พ่อของเขาแต่งให้ ได้รับรางวัลพระราชทานเพลงดีเด่นจากพระเทพฯ เนื่องในการจัดงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยภาค 2 ปี 2534[4]ซึ่งเป็นช่วงที่ชนชั้นสูงเริ่มเข้ามามีบทบาทในเพลงลูกทุ่ง

และโดยเฉพาะเพลงแต๋วจ๋าที่ดังที่สุดของเขา ซึ่งในช่วงที่เพลงแต๋วจ๋ากำลังดังเป็นช่วงที่ชุมนุมต่อต้านเผด็จการโดยนักศึกษาประชาชน เพลงนี้ก็ได้ถูกไปแปลงจนมีชื่อว่า ‘ตุ๊จ๋า’ ซึ่งเป็นชื่อของประภาส จารุเสถียร ใช้ขับร้องในกลุ่มชุมนุม 14 ตุลา 2516 เพราะประภาสเป็นรองนายกรัฐมนตรีและมือขวาคนสำคัญของ ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี และเป็น 1 ใน 3 ทรราช ที่มีถนอม กิตติขจร, ประภาส จารุเสถียร และ ณรงค์ กิตติขจร ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกของถนอมและลูกเขยของประภาสนี่เอง

มากไปกว่านั้นยังกล่าวกันว่า ความดังของเพลงแต๋วจ๋าและอัตลักษณ์ทางเพศที่คลุมเครือของศิลปิน 'แต๋ว' จึงกลายเป็นคำใช้เรียกเพศสภาพที่คลุมเครือของบุคคลไป เช่นเดียวกับคำว่า ‘กะเทย’ แต๋วจึงถูกใช้เรียกผู้ชายที่มีรูปร่างหน้าตาน้ำเสียงบางบุคลิกละม้ายผู้หญิง เหมือนที่คนเข้าใจว่าสาลิกาเป็นชายออกสาว

หากสมมติฐานที่มาของคำว่า ‘แต๋ว’ ถูกต้อง ‘แต๋ว’จะมีค่าเท่ากับ ‘กะเทย’ ที่เป็นคำเก่าโบราณ ตามสำนึกที่แบ่ง “เพศ” ตามอัตลักษณ์ ให้ ‘ความเป็นเพศ’มีเพียง 2 อย่างแบบคู่ตรงข้าม ‘ความเป็นชาย’และ ‘ความเป็นหญิง’

บุคคลที่มีอัตลักษณ์ออกนอกกรอบ ‘ความเป็นเพศ’ หรือเลือกที่จะมีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศสรีระ จึงถูกเรียกว่า ‘กะเทย’ ทั้งหญิงที่มีอัตลักษณ์ ‘ความเป็นชาย’ และชายที่มีอัตลักษณ์ ‘ความเป็นหญิง’ เช่น ใน ‘จันดารา’ (2508) ของอุษณา เพลิงธรรม "…ตามความรู้สึกร้ายของผม (จัน) เธอ (คุณแก้ว) ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเดียวเสียแล้ว เธอเป็นกะเทย กะเทยซึ่งเป็นคนสองเพศได้อย่างละเท่าๆ กัน และยิ่งปีก็จะยิ่งเป็นข้างผู้ชายแก่กล้าขึ้นทุกที…"[5] แต่เมื่อสังคมไทยพัฒนาซับซ้อนมากขึ้นทั้งเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม คำนิยามเพศสภาพเพศวิถีก็เริ่มถูกประดิษฐ์หรือเลือกใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศวิถีรักเพศเดียวกันนับตั้งแต่ในปี 2500 เป็นต้นมา[6]เช่น สังคมไทยเริ่มรู้จักคำว่า ‘เกย์’ จากตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่ในเดือนตุลาคมปี 2508  อันเนื่องมาจากข่าวคดีการตายของ Darrell Berrigan บรรณาธิการชาวอเมริกัน ของหนังสือพิมพ์ Bangkok World[7]

ถ้า ‘แต๋ว' มาจากเพลงแต๋วจ๋าจริง ก็จะเท่ากับว่าเป็นคำที่มาก่อน ‘ตุ๊ด’ ซึ่งมักจะใช้คู่กันว่า ‘ตุ๊ดแต๋ว’ และเข้าใจกันว่า ‘ตุ๊ด’ มาจากหนังอเมริกัน Tootsie (1982)

นักร้องสาลิกา กิ่งทองไม่เพียงเป็นปรากฏการณ์ข้ามเพศของนักร้องลูกทุ่งหญิงเป็นชายผ่านบทเพลงและการปรากฏตัวบนเวที แต่ยังเป็นผลต่อเนื่องมาจากการยอมรับและสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย

สาลิกา กิ่งทอง จากไปเมื่อปี 2540 ด้วยโรคมะเร็งเต้านม หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะการรัดหน้าอกของเธอเพื่อให้ดูเรียบแบนจนทำให้เธอเป็นมะเร็ง[8]แต่ก็มีแพทย์กลุ่มนึงออกมายืนยันแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] ศิริพร กรอบทอง.วิวัฒนาการเพลงลูกทุ่งในสังคมไทย. กรุงเทพฯ : พันธกิจ, 2547, น. 143, 206, 210.

[2] สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. ทำเนียบศิลปิน ฉบับประวัตินักร้องลูกทุ่งกึ่งศตวรรษ 1 และ 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ, 2538, น. 89.

[3] ฉกาจ ราชบุรี. ประวัติศาสตร์ธุรกิจเพลงลูกทุ่งไทย พ.ศ. 2507-2535. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต,คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,2537,น. 6.

[4] สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. ทำเนียบศิลปิน ฉบับประวัตินักร้องลูกทุ่งกึ่งศตวรรษ 1 และ 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ, 2538,น. 89.

[5] อุษณา เพลิงธรรม (นามปากกา) จัน ดารา. พระนคร:ประพันธ์สาส์น. 2508, น.395.

[6] Jackson, Peter A, An Explosion of Thai Identities: Global Queering and Reimagining Queer Theory, Culture, Health and Sexuality, vol. 2, no. 4, (2000), pp. 405-424.

[7] เทอดศักดิ์ ร่มจำปา. วาทกรรมเกี่ยวกับ "เกย์" ในสังคมไทย พ.ศ. 2508-2542. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (ประวัติศาสตร์) บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,น. 67-69.; Jackson, Peter A. An American Death in Bangkok: The Murder of Darrell Berrigan and the Hybrid Origins of Gay Identity in 1960s Thailand. GLQ: A Journal of Lesbian and Gay Studies 5.3 (1999) pp. 361-411.

[8] ภูษิตา อุดมอักษรภาดา. นางมหรสพไทย : พัฒนาการทางอัตลักษณ์ของความเป็นหญิงจากมหรสพหญิงโบราณถึงมหรสพปัจจุบัน. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. สาขาวิชาสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2551,น.218,225.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...