โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เมืองปราจีนบุรี" ฤากษัตริย์กัมพูชาเคยเดินทัพผ่าน เมื่อคราวไปตีกรุงศรีอยุธยา!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ธ.ค. 2565 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2565 เวลา 15.45 น.
กระบวนพยุหยาตราทัพ จากหนังสือสมุดไทยของหอสมุดแห่งชาติ (หนังสือ

เมืองโบราณในจังหวัดปราจีนบุรี ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางโบราณ โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นเมืองท่ามาตั้งแต่สมัยทวารวดีแล้ว ต่อมาเมื่ออาณาจักรเขมรโบราณได้ขยายอำนาจเข้ามาจนถึงเมืองศรีมโหสถก็ย่อมเป็นหลักฐานให้เห็นถึงความสำคัญของดินแดนบริเวณจังหวัดปราจีนบุรีในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางจากเมืองพระนครหลวงทางด้านตะวันตก

เส้นทางดังกล่าวน่าจะมีการใช้สืบเนื่องต่อมาจนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 18 เนื่องจากพบร่องรอยโบราณสถานสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตั้งแต่ชายแดนไทยกัมพูชาเรื่อยมาจนถึงเมืองศรีมโหสถ

เมื่อเมืองโบราณศรีมโหสถเสื่อมลง และมีการย้ายชุมชนไปตั้งอยู่ที่เมืองปราจีนบุรี เมืองนี้ก็อยู่ในเส้นทางการติดต่อระหว่างไทย-กัมพูชาสืบมา โดยปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นว่า กษัตริย์กัมพูชาเมื่อจะยกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาก็ได้เดินทัพผ่านมาทางเมืองปราจีนบุรี (ซึ่งในเอกสารเรียกว่า “เมืองบางคาง” ด้วย) ดังความในพงศาวดารละแวก ฉบับพระองค์เอง แปลในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ว่า

“…พระเจ้าคำขัดมีเดชานุภาพ แลพระนครนั้นเคยขึ้นพระนครศรีอยุทธยาก็มิได้ไปอ่อนน้อม พระเจ้า
คำขัดก็ยกกองทัพเข้ามาจะตีเอาพระนครศรีอยุทธยา ครั้นมาถึงคลองสะมัดไชย แล้วยกล่วงเข้าไปถึงด่านสำโรง แขวงเมืองจันทบูรร บางคาง กวาดได้ครัวอพยพเป็นอันมาก…”

นอกจากนี้ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ก็ปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า พระยาละแวกได้ยกทัพเข้ามาทางเมืองปราจีนบุรี และได้กวาดต้อนชาวเมืองปราจีนบุรีกลับไปเมืองละแวก ดังความในพระราชพงศาวดารว่า

“…๏ ขณะเมื่อพระเจ้าหงษาวดียกทับมานั้น ฝ่ายพญาลแวก รู้ว่า พระนครศรีอยุทธยาผลัดแผ่นดินใหม่ก็ยกทับรูดมาถึงเมืองปราจินบูรี ตีจับได้คนถามให้การว่า พระเทียรราชาครองราชสมบัดิ เสนาบดีพร้อมมูนอยู่แล้ว พญาลแวกก็มิอาจ์ยกเข้ามากวาดแต่ครัวอพยบชาวปราจินบูรี แล้วกลับไปเมืองลแวก…”

นอกจากเป็นเมืองรับศึกด้านทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยาแล้ว เมืองปราจีนบุรียังเป็นเมืองสำคัญเมืองสุดท้ายด้านตะวันออก ในเส้นทางไปกัมพูชา ดังนั้น จึงปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยอยุธยาว่า เมืองปราจีนบุรีเป็นเมืองที่มีหน้าที่เพาะปลูกเสบียงอาหารสำหรับเลี้ยงกองทัพเมื่อมีราชการสงคราม
ยกทัพไปกัมพูชา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดาร กล่าวถึงรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า โปรดเกล้าฯ ให้พระยาปราจินบุรีไปเตรียมเสบียงสำหรับทัพไปตีเมืองละแวก ดังความในพระราชพงศาวดารว่า

“…ครั้น ณ วันพฤหัสบดี เดือน 3 ขึ้น 6 ค่ำ ก็ปูนบำเหนจ์มุขมนตรีนายทับนายกองทั้งปวงโดยสมควร แล้วมีพระราชบริหารสั่งพญานครนายก พญาปราจิน พระวิเศศเมืองฉะเชืงเซรา พระสุระบูรี 4 หัวเมือง ให้พญานครนายกเปนแม่กองใหญ่คุมพลหมื่นหนึ่งออกไปตั้งค่ายขุดคูปลูกยูงฉางถ่ายลำเลียงไว้ตำบลทำนบรักษาให้หมั้น อย่าให้เสียทีแก่ข้าศึก ฝ่ายพญานครนายก พญาปราจิน พระวิเศศฉะเชืงเชรา พระสุระบูรี กราบถวายบังคมลา แล้วก็ไปทำตามพระราชบันชาสั่ง…”

ด้วยเหตุนี้เมื่อมีราชการที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา เมืองปราจีนบุรีจึงเป็นเมืองด่านทางตะวันออกที่สำคัญ เช่นในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พระราชวงศ์กัมพูชาหนีเข้ามากรุงศรีอยุธยาก็ได้เดินทางเข้ามาทางเมืองปราจีนบุรี ดังความในพระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ว่า

“…๏ ฝ่ายข้างกำภุชประเทศ นักพระสถาองค์อิงไปฃอกองทับญวนมาตีกรุงกำภูชาธิบดี แลนักพระรามา
ธิบดีกับนักพระศรีไชยเชษฐสู้รบญวนมิได้ จึ่งภาสมัคพักพวกแตกหนีเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารทางเมืองปราจินบูรี กรมการเมืองปราจินบูรีส่งหนังสือบอกเข้ามายังสมุหนายกๆ กราบบังคมทูลพระกรุณา จึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ข้าหลวงออกไปรับจ้าวเขมนทั้งสองกับสมัคพักพวกเข้ามายังพระมหานคร…”

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จยกทัพกลับมาจากกัมพูชาเพื่อปราบจลาจลในกรุงธนบุรีก็ได้เสด็จเข้ามาทางด่านพระจารึกจนถึงเมืองปราจีนบุรีก่อนที่จะยกทัพเข้ามาทางทุ่งแสนแสบ ดังปรากฏความในพระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ว่า

“…เจ้าพญามหากระษัตรศึก ก็ทรงช้างแล้วยกช้างม้ารี้พลคนประมาณห้าพันเสศ ดำเนีรทับมาทางด่านพระจาฤกมาถึงเมืองปราจิน แล้วข้ามแม่น้ำเมืองปราจิน เมืองนครนายก ตัดทาง
มาลงท้องทุ่งแสนแสบ ๚ะ๛…”

จากหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า เมืองปราจีนบุรี เป็นเมืองด่านสำคัญทางทิศตะวันออก ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ใช้ในการประชุมพลสำหรับยกทัพขึ้นไปเมืองนครราชสีมาในสงครามคราวปราบเจ้าอนุวงศ์อีกด้วย

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “เมืองปราจีนบุรี เส้นทางโบราณและแหล่งเสบียงอาหารกองทัพ” เขียนโดย รศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2557

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...