สุรินทร์วิกฤต! อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงขาดแคลนน้ำ
รายงานสถานการณ์น้ำอุปโภคและบริโภคใน จ.สุรินทร์ ปัจจุบันพบว่าขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตป่าอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งเก็บกัก และชะลอการไหลของน้ำบนป่าต้นน้ำนั้น มีพื้นที่เหลือน้อยมาก ประมาณ 27,000 ไร่ (เฉพาะป่าต้นน้ำของ จ.สุรินทร์) จึงทำให้ไม่มีน้ำเติมเต็ม และน้ำไหลตลอดทั้งปี ที่สำคัญพื้นที่รองรับน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนมีขนาดเล็กและน้อยมาก จึงเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคและบริโภค ทุกวันนี้
ซึ่งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) มีจำนวนทั้งสิ้น 3 แห่ง ได้แก่
- วนอุทยานป่าสนหนองคู เนื้อที่ 6,250 ไร่
- วนอุทยานพนมสวาย เนื้อที่ 2,475 ไร่ และ
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เนื้อที่ 313,750 ไร่
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ป่าต้นทุนน้ำ หรือ ป่าต้นน้ำ ที่ไหลไปใช้ใน จ.สุรินทร์ ทั้งหมด
จ.สุรินทร์ จะมีป่าต้นน้ำที่ไหลไปอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ประมาณ 27,000 ไร่
โดย จ.สุรินทร์ เป็นพื้นที่ที่อยู่ในลุ่มน้ำมูล และมีลุ่มน้ำสาขา จำนวน 3 สาย ได้แก่
- ห้วยทับทัน มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 149,739 ไร่ ซึ่งให้ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 33.78 ล้าน ลบ.ม./ปี
- ห้วยสำราญ มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 93,023 ไร่ ซึ่งให้ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 20.98 ล้าน ลบ.ม./ปี
- ลำน้ำชี มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 76,007 ไร่ ซึ่งให้ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย17.14 ล้าน ลบ.ม./ปี
ซึ่งลุ่มน้ำสาขาทั้ง 3 สาย มีต้นน้ำมาจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ซึ่งน้ำเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปตามธรรมชาติ เพื่อกักเก็บในแม่น้ำลำธาร ตลอดจนอ่างเก็บน้ำของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีจำนวน 12 แห่ง ได้แก่
- อ่างเก็บน้ำห้วยจำเริง ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 15,672 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 3.54 ล้าน ลบ.ม./ปี (ปัจจุบัน ประตูอ่างเก็บน้ำห้วยจำเริงชำรุด )
- อ่างเก็บน้ำตาเกาว์ บรรจุน้ำได้ 8.6 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 18,241 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 4.11 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำห้วยด่าน บรรจุน้ำได้ 9.4 ล้าน ลบ.ม. ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 13,827 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 3.12 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำห้วยเชิง บรรจุน้ำได้ 8.0 ล้าน ลบ.ม. ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 15,672 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 4.61 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำขนาดมอญ บรรจุน้ำได้ 15.5 ล้าน ลบ.ม. ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 29,081 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 6.56 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำคะนา ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 7,379 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 1.66 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำกะเลงเวก บรรจุน้ำได้ 3.4 ล้าน ลบ.ม. ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 24,048 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 5.42 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำเสียดจะเอิง บรรจุน้ำได้ 0.18 ล้าน ลบ.ม. ที่มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 5,821 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 1.31 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำจรัส บรรจุน้ำได้ 15 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 38,487 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 8.68 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำทำนบ บรรจุน้ำได้ 12 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 27,122 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 6.12 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ บรรจุน้ำได้ 17.5 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 36,726 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 8.28 ล้าน ลบ.ม./ปี
- อ่างเก็บน้ำห้วยเจรียว มีพื้นที่ป่าต้นน้ำ 1,395 ไร่ ซึ่งผลิตปริมาณน้ำท่าให้อ่างได้เฉลี่ย 0.31 ล้าน ลบ.ม./ปี
ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำที่เป็นแหล่งสาธารณูปโภคที่สำคัญของชาวสุรินทร์ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำคือ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่มีแหล่งต้นน้ำมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ โดยพื้นที่ป่าต้นน้ำของห้วยเสนงมีประมาณ 27,000 ไร่ ซึ่งมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนงทั้งหมด (คิดเป็นร้อยละ 8.68 ของพื้นที่ลุ่มน้ำ) และอ่างเก็บน้ำอยู่ห่างจากป่าต้นน้ำประมาณ 50-70 กิโลเมตร ซึ่งปริมาณน้ำท่าที่มาถึงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโดยเฉลี่ยประมาณ 6.09 ล้าน ลบ.ม./ปี (โดยคำนวณจาก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1,464.70 มม./ปี ) โดยในอดีตพื้นที่ป่าต้นน้ำห้วยเสนงเคยมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากและเป็นพื้นป่าต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันพื้นที่มีการถูกจัดการที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เหลือพื้นที่ต้นน้ำของห้วยเสนงอยู่เพียง 27,000 ไร่
ข้อมูลพื้นฐาน
- เขตรักษาพันธสัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ มีเนื้อที่ 313,445 ไร่ ถือเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ทั้ง 3 ลุ่มน้ำสาขา (ลุ่มน้ำสาขาลำชี ลุ่มน้ำสาขาหัวยทับทัน และลุ่มน้ำสาขาห้วยสำราญ)
- ลุ่มน้ำห้วยเสนงมีพื้นที่ 497.735 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 311,084.37 ไร่ มีป่าต้นน้ำอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ 27,024 ไร่ คิดเป็น 8.68 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ลุ่มน้ำ
- พื้นที่ทั้งหมดในป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ สามารถกักเก็บน้ำในดินได้ 162,403,242.43 ลบ.ม./ปี
ให้น้ำท่า
- ปี 2560 = 71,902,746.96 ลบ.ม./ปี
- ปี 2561 = 40,080,860.12 ลบ.ม./ปี
- ปี 2562 = 45,456,752.67 ลบ.ม./ปี
ให้น้ำใต้ดิน
- ปี 2560 = 150,762,318.14 ลบ.ม./ปี
- ปี 2561 = 84,039,673.58 ลบ.ม./ปี
- ปี 2562 = 95,311,593.74 ลบ.ม./ปี
ข้อเท็จจริง
ปริมาณการกักเก็บน้ำในแต่ละอ่างเก็บน้ำลดลงเพราะ - ปริมาณน้ำฝนในปี พ.ศ. 2561 มีปริมาณ 816.47 มม. ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดสุรินทร์ (มีปริมาณ 1,286.92 มม.) และฝนปลายปี มีปริมาณน้อย
- ขณะที่ปี พ.ศ. 2562 (ถึง 15 ส.ค. 2562) วัดได้ 925.89 มม. สูงกว่าปี พ.ศ. 2561 คาดฝนทิ้งช่วงห่างเป็นระยะทำให้ปริมาณน้ำท่าน้อยลง
- อ่างเก็บห้วยเสนงอยู่ห่างจากป่าต้นน้ำ 48.18 กม. (ในทางตรง) เกิดการสูญเสียน้ำท่า โดย
- การระเหยของน้ำที่ออกจากป่ามีปริมาณมาก เนื่องจากคลื่นความร้อนอุณภูมิสูง
- การไหลผ่านของน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีสิ่งปกคลุมริมห้วยและป้องกันลม
แนวทางการแก้ไข
ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำ ได้แก่
- สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นในพื้นที่ป่า ชะลอการไหลของน้ำและกักเก็บตะกอน
- ปลูกหญ้าแฝก ในพื้นที่ลาดชัน 2 ฝั่งลำห้วย เพื่อลดการพังทะลายของดินลงสู่แหล่งน้ำตอนล่าง
- เดิมป่าต้นน้ำของห้วยเสนง เป็นป่า 4 ชั้นเรือนยอด (จากการศึกษาวิจัย) ควรมีการปลูกฟื้นฟูและมีการจัดการให้เป็นป่าที่มีอย่างน้อย 5 เรือนยอดขึ้นไป ตามแนวทางการปลูกเสริมป่าของสำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ
ชุมชนรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์
- ส่งเสริมให้มีการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตามศาสตร์พระราชา
- ส่งเสริมการปลูกไม้กินได้บริเวณ 2 ฝั่งลำห้วย เพื่อลดการพังทะลายของดิน
- ส่งเสริมและให้ความรู้ในการจัดการป่าชุมชน เพื่อลดการพึงพิงป่าอนุรักษ์ และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน
หาแหล่งน้ำหรือ สร้างอ่างเก็บน้ำ ขนาดเล็ก ตามขอบเขตชายป่าอนุรักษ์ หลายๆแห่ง ก่อนที่น้ำจะไหลออกไป จากพื้นที่ป่า