โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อพิพาททะเลจีนใต้: ใครอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่นี้บ้าง

Khaosod

อัพเดต 25 ส.ค. 2563 เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2563 เวลา 01.31 น.

ข้อพิพาททะเลจีนใต้: ใครอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่นี้บ้าง - BBCไทย

ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่พิพาทมานานนับหลายร้อยปีแล้ว โดยมีหลายประเทศที่ต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ทั้งจีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน นอกจากนี้ยังมีไต้หวันด้วย

ส่วนสหรัฐฯ แม้จะไม่ใช่คู่ขัดแย้งในข้อพิพาททะเลจีนใต้ แต่ก็ได้ยืนยันถึงเสรีภาพในการเดินเรือ และทำให้เกิดความตึงเครียดในพื้นที่นี้เช่นกัน

หลายประเทศอ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนหรือทั้งหมดเหนือหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลี

อะไรคือข้อพิพาท

ข้อพิพาททะเลจีนใต้ เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการอ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนและทั้งหมดเหนือดินแดนและอธิปไตยในน่านน้ำทะเลจีนใต้ หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยมีหลายประเทศอ้างกรรมสิทธิ์นี้

นอกจากจะมีการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะที่มีความสมบูรณ์ ยังมีการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหินโผล่ เกาะปะการัง สันดอนทราย และแนวปะการัง อย่างเช่น สันทรายสการ์โบโรห์ ด้วย(Scarborough Shoal)

ทำไมจึงต้องแย่งกรรมสิทธิ์กัน

แม้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ไม่มีคนอยู่อาศัย หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลี อาจจะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอยู่โดยรอบ โดยเป็นการประเมินจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งมีแร่ธาตุอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เพราะยังไม่เคยมีการสำรวจพื้นที่นี้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ ทะเลจีนใต้ยังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญ และเป็นแหล่งทำการประมงที่ผู้คนทั่วภูมิภาคใช้ทำมาหากินด้วย

ใครอ้างกรรมสิทธิ์อะไรบ้าง

จีนอ้างกรรมสิทธิ์พื้นที่มากที่สุดในทะเลจีนใต้ โดยใช้ "เส้นประ 9 เส้น" ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่อยู่ห่างจากมณฑลไหหลำทางใต้สุดของจีนไปทางใต้และทางตะวันออกหลายร้อยกิโลเมตร

แผนที่พื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

รัฐบาลจีนบอกว่ากรรมสิทธิ์ของจีนในพื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปนานหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยที่หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีย์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน และในปี 1947 จีนได้ทำแผนที่ที่ระบุถึงรายละเอียดในการอ้างกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหมู่เกาะทั้งสองแห่งนี้อยู่ในเขตแดนของจีน โดยไต้หวันก็อ้างกรรมสิทธิ์เหล่านี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม มีการโต้แย้งว่าจีนไม่ได้อธิบายกรรมสิทธิ์ของจีนอย่างชัดเจนเพียงพอ และ "เส้นประ 9 เส้น" ที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ของจีนล้อมรอบพื้นที่ทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ไม่มีระยะพิกัดกำหนดไว้

นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า จีนอ้างกรรมสิทธิ์เฉพาะดินแดนที่เป็นแผ่นดินภายในขอบเขตเส้นประ 9 เส้น หรือรวมถึงน่านน้ำทั้งหมดในบริเวณนั้นด้วย

เวียดนามโต้แย้งการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของจีน โดยระบุว่าจีนไม่เคยมีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะทั้งสองแห่งนี้ก่อนทศวรรษ 1940 เวียดนามบอกอีกด้วยว่า เคยปกครองหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และมีหลักฐานหลายอย่างพิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้

จีนถมทะเลสร้างส่วนต่อขยายบนแนวปะการัง มิสชีฟ บนพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางการทหารบนเกาะนั้นด้วย

ส่วนประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่นี้อีกประเทศหนึ่งคือฟิลิปปินส์ ซึ่งอ้างเรื่องภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีเป็นเหตุผลหลักในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่บางส่วนของหมู่เกาะแห่งนี้

ทั้งฟิลิปปินส์และจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือสันทรายสการ์โบโรห์ ซึ่งอยู่ห่างจากฟิลิปปินส์ราว 160 กม. และห่างจากจีนราว 800 กม. จีนเรียกสันทรายนี้ว่า "เกาะหวงเหยียน"

กรณีนี้ฟิลิปปินส์เคยยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ แต่จีนไม่ยอมรับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยศาลตัดสินให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะเมื่อเดือน ก.ค. 2016

มาเลเซียและบรูไน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของแต่ละประเทศ ตามคำนิยามของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea—UNCLOS)

บูรไนไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะพิพาททั้ง 2 แห่ง แต่มาเลเซียอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะขนาดเล็กจำนวนหนึ่งในหมู่เกาะสแปรตลีย์ด้วย

เรือ USS Decatur ของกองทัพสหรัฐฯ เคยแล่นเข้าใกล้หมู่เกาะพาราเซลเมื่อปี 2016

ในช่วงที่ผ่านมา จีนได้สร้างเกาะเทียมและลาดตระเวนทางทะเลเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้ แต่ได้อ้างเรื่อง "เสรีภาพในการเดินเรือ" ในการส่งเรือและเครื่องบินของทหารหลายลำเข้ามาใกล้กับบริเวณเกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า สามารถเข้าถึงเส้นทางการขนส่งสินค้าทั้งทางน้ำและทางอากาศที่สำคัญได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...