โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลายข้อสงสัย อาการกระแอมบ่อย สุขภาพก็ดูปกติดี แต่ทำไมมี เสมหะในคอ

Khaosod

อัพเดต 18 พ.ย. 2563 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 09.42 น.

เคยเป็นไหม รู้สึกเหมือนมีสเลด หรือ เสมหะในคอ ตลอด เป็นๆ หายๆ มาหลายสัปดาห์ เป็นนานทั้งปี ไม่หายสักที ขอชวนมาดูสาเหตุและวิธีบรรเทาเบื้องต้น

Freepik

เสมหะ เป็นสารคัดหลั่งที่ร่างกายสร้างออกมาอยู่ในเยื่อบุทางเดินหายใจ การที่มีเสมหะ หรือสเลดในคอเรื้อรัง อาจเกิดจากโรค หรือภาวะบางอย่างหลายสาเหตุ ดังนี้

โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) และ จมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (non-allergic rhinitis) เกิดจากเยื่อบุจมูกมีความไวผิดปกติ ทำให้เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายเคืองต่างๆ จะกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในจมูก ซึ่งอาจไหลออกมาทางจมูกส่วนหน้า หรือไหลลงคอ ซึ่งน้ำมูกที่ไหลลงคอ ก็จะกลายเป็นสเลด หรือเสมหะในคอนั่นเอง ซึ่งมักจะมีสีขาวใส หรือขุ่น ยกเว้นเวลาเช้า เมื่อตื่นขึ้นมา อาจมีสีเหลืองขุ่นได้เนื่องจากมีการคั่งค้างของสารคัดหลั่ง

โรคไซนัสอักเสบ (rhinosinusitis) โรคไซนัสอักเสบ เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุจมูกและไซนัส ซึ่งจะมีการกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูก ให้มีเสมหะไหลลงคอได้เหมือนโรคจมูกอักเสบ นอกจากนี้สารคัดหลั่งที่ออกจากไซนัส อาจผ่านรูเปิดของไซนัสในโพรงจมูกออกมา และไหลลงคอ กลายเป็นเสมหะได้ ซึ่งมักจะมีสีเขียว หรือเหลืองตลอดเวลา ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย

Praram 9 Hospital

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) เมื่อกรดไหลขึ้นมาที่คอหอยจากหลอดอาหาร จะกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในลำคอให้ทำงานมากขึ้น ทำให้มีเสมหะในลำคอได้ นอกจากนั้นกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาที่คอ จะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำคอ ทำให้กลไกในการกำจัดเสมหะของเยื่อบุลำคอผิดปกติไป ทำให้มีเสมหะค้างอยู่ที่ลำคอได้ กรดไหลย้อนที่ออกไปนอกหลอดอาหาร อาจไปถึงเยื่อบุจมูกทางด้านบนและทำให้นีน้ำมูกไหลลงคอได้

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) และโรคหืด (asthma) โรคทั้งสองดังกล่าวนี้ มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมของผู้ป่วยโรคนี้มีความไวผิดปกติ (hyperreactivity of bronchial mucosa) เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายเคืองต่างๆ จะกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในเยื่อบุหลอดลม ทำให้มีเสมหะในหลอดลม หรือคอตลอดได้

การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณคอ (chronic infectious pharyngitis) เช่น จากเชื้อรา, เชื้อวัณโรค, เชื้อซิฟิลิส, เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุลำคอ ซึ่งอาจกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในลำคอให้ทำงานมากขึ้น ทำให้มีเสมหะในลำคอได้

การระคายเคือง และ/หรือการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ (chronic irritative and/or traumatic pharyngitis) เกิดจากการหายใจในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี มลพิษ หรือสารระคายเคืองมาก, การสูบบุหรี่, การดื่มเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, การไอ, การอาเจียนที่บ่อยและเรื้อรัง, เนื้องอกในลำคอ, พังผืด หรือแผลเป็นในลำคอ หรือแม้แต่การที่อยู่ในห้อง หรือสถานที่ที่มีอากาศเย็นมาก อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ หรืออาจกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในคอ ให้ผลิตเสมหะออกมามากกว่าปกติได้

วิธีกำจัดเสมหะด้วยตนเอง

EMediHealth

กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ในทางการแพทย์เชื่อกันว่าน้ำเกลือมีสรรพคุณในการทำความสะอาด ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งการกลั้วคอเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือประมาณ 30-60 วินาที อาจช่วยให้ลำคอชุ่มชื้นและเสมหะหลุดออกได้ง่ายขึ้น หากมีอาการเจ็บคอและคออักเสบร่วมด้วยก็อาจใช้น้ำเกลือช่วยบรรเทาการอักเสบภายในลำคอและการติดเชื้อได้

ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อวัน โดยจิบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเป็นประจำในระหว่างวันอาจช่วยลดความข้นเหนียวของเสมหะ และทำให้ขับออกได้ง่ายขึ้น

Freepik

เพิ่มความชื้นภายในห้อง อากาศที่แห้งอาจส่งผลให้โพรงจมูกและลำคอขาดความชุ่มชื้นและเกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ร่างกายจึงผลิตเสมหะมากขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นภายในลำคอ เพื่อป้องกันภาวะขาดความชุ่มชื้นภายในลำคอ อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศในห้อง แต่ควรคำนึงถึงสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลด้วย

รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสมุนไพร เลือกรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีวัตถุดิบสมุนไพร เช่น มะนาว ขิง ชะเอม กระเทียม กานพลู และน้ำผึ้ง แต่ควรระวังไม่ให้รสชาติจัดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ระคายคอมากขึ้นได้ รวมทั้งควรรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร้อน ๆ และ มีรสอ่อน

หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น การสูบบุหรี่หรือการสูดดมควันบุหรี่ สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นควัน ละออง หรือสารเคมี เพื่อป้องกันอาการระคายเคืองและอาการแพ้

วิธีทั้ง 5 ที่กล่าวมา เป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการเสมหะเบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการที่ผิดปกติและรุนแรง ควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูล ศิริราชพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...