โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

5 ทริกดีๆ สอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจตนเอง (Self-Awareness)

Mood of the Motherhood

อัพเดต 15 พ.ย. 2563 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 00.00 น. • Features

ทักษะการรู้จักและเข้าใจตัวเอง หรือ Self-Awareness เป็นอีกทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็ก โดยเฉพาะในเด็กรุ่นใหม่ที่มีโอกาสในการเปิดรับและเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ง่าย หากลูกไม่รู้จักและเข้าใจตัวเอง ก็อาจจะสับสน ลังเล และคล้อยตามคนอื่นได้ง่าย

คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้จึงไม่ควรมองข้ามการส่งเสริมและผลักดันให้ลูกเป็นเด็กที่มีทักษะรู้จักและเข้าใจตัวเอง เพราะจะช่วยให้ลูกรู้วิธีรับมือกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง รู้ในศักยภาพของตัวเอง รวมถึงรู้ว่าควรจะพัฒนาตัวเองอย่างไร

แต่คุณพ่อคุณแม่จะสอนให้ลูกรู้จักตัวเองได้อย่างไรบ้าง วันนี้เราได้นำทริกดีๆ มาบอกกันค่ะ

1. กระตุ้นให้ลูกรู้จุดแข็งของตนเอง

เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กทุกคนจึงมีสิ่งที่ตัวเองชอบและความถนัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการช่วยลูกค้นหาความชอบและความถนัดของตัวเอง พร้อมการกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกรู้ว่านั่นคือจุดแข็งของเขาจึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม

เพราะนอกจากจะทำให้ลูกรู้จักตัวเอง สามารถพัฒนาตัวเองให้ถูกทางได้แล้ว ยังช่วยให้ลูกเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง และกล้าคิดกล้าทำอะไรด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น

2. สอนให้ลูกรู้จัก ชื่นชมตัวเองบ้าง

บางครั้งลูกอาจถูกตำหนิหรือถูกเปรียบเทียบกับคนอื่นมากเกินไป จนทำให้ความไม่มั่นใจในตัวเองเริ่มเข้ามารบกวนการใช้ชีวิต เช่น เมื่อลูกถูกตำหนิว่ากินข้าวช้ากว่าคนอื่น ทำให้เพื่อนต้องรอนาน ลูกก็อาจจะเสียความมั่นใจเวลาต้องกินข้าวพร้อมกับคนอื่นได้ ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยเรียกความมั่นใจของลูกกลับมา คือการเปิดโอกาสให้ลูกได้ชื่นชมในข้อดีของตัวเองบ้าง เช่น ลูกอาจจะกินข้าวช้ากว่าคนอื่นไปบ้าง แต่ลูกก็กินได้โดยไม่ทำข้าวหกเลอะเทอะเลยนะคะ โดยอาจใช้วิธีสอนให้ลูกเขียนบันทึกว่าวันนี้ตัวเองทำอะไรได้ดี หรือน่าชื่นชมบ้าง จะช่วยให้ลูกรู้จักมองเห็นข้อดีของตัวเองและเห็นคุณค่ามากขึ้น

3. ให้ลูกได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ไปด้วยกัน

บนโลกใบนี้มีสิ่งที่รอให้เด็กๆ เรียนรู้อยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้ลูกรู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบทำอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้ลูกรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ก็อาจจะใช้ช่วงเวลานั้นทำกิจกรรมร่วมกันพร้อมกับลูก เพราะการมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยในเวลาที่ลูกต้องเจอสถานการณ์ใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกได้มากเลยทีเดียว

4. สอนลูกให้รู้จักอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ

อารมณ์และความรู้สึกเป็นเรื่องที่ติดตัวทุกคนมาโดยธรรมชาติ แต่การที่จะเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองนั้น ต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ตัวเองไม่ใช่น้อย แต่คุณพ่อคุณแม่เองก็สามารถช่วยให้ลูกรู้จักอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ด้วยการสอนให้ลูกรู้จักสังเกตตัวเอง เช่น เวลามีเพื่อนมาแย่งของเล่นลูกไป ลูกรู้สึกไม่พอใจ อยากเข้าไปใช้กำลังหรือแย่งคืน แบบนี้เป็นเพราะว่าลูกกำลังโกรธ หรือเวลาที่ลูกถูกแม่ขัดใจแล้วลูกอาจจะรู้สึกว่าแม่ใจร้ายหรือไม่ตามใจลูก นั่นเป็นเพราะว่าลูกกำลังรู้สึกผิดหวัง

นอกจากจะสอนให้ลูกเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกเบื้องต้นของตัวเองแล้ว ยังสามารถสอนให้ลูกรู้จักความซับซ้อนทางอารมณ์ได้ด้วย เช่น อารมณ์โกรธก็มีตั้งแต่ไม่พอใจหรือรำคาญเล็กน้อย ไปจนถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อลูกสังเกตและรู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไรแล้ว คุณพ่อคุณแม่ค่อยสอนวิธีรับมือและจัดการกับอารมณ์นั้นๆ ให้ลูก เช่น เมื่อลูกรู้ตัวว่าโกรธจนอยากทำร้ายเพื่อน วิธีแก้ก็คือเดินออกมาให้พ้นจากตรงนั้น

การสอนให้ลูกรู้จักอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง จะช่วยให้ลูกเป็นเด็กที่มีความเข้าใจในตัวเองและรู้ว่าจะจัดการตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง

5. พูดคุยเกี่ยวกับความหวังและความฝัน

คนเราย่อมมีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำ อยากเป็นด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งความฝันนี่แหละ ที่ที่จะผลักดันให้เกิดความรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองต่อไป

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาชวนลูกคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาชอบและอยากทำ หรือพูดถึงสิ่งที่ลูกทำแล้วมีความสุข และหาโอกาสส่งเสริมให้ลูกได้ทำสิ่งนั้นต่อไป

แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมบอกให้ลูกเข้าใจว่า ความฝันหรือสิ่งที่ลูกชอบนั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อลูกเติบโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี การที่ลูกตอบได้ว่าตัวเองมีเป้าหมายหรือความฝันอะไรในช่วงเวลานั้นๆ ก็แปลว่าลูกเริ่มเป็นเด็กที่รู้จักและเข้าใจตัวเองมากแล้วล่ะค่ะ

อ้างอิง

youaremom

momjunction

thepathway2success

understood

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...