โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผลประเมิน PISA 2018 พบคะแนนเด็กไทยการอ่านลดอย่างต่อเนื่อง คณิต-วิทย์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ธ.ค. 2562 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 10.20 น.

ผลประเมิน PISA 2018 พบคะแนนเด็กไทยการอ่านลดอย่างต่อเนื่อง คณิต-วิทย์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการเป็นประธานแถลงข่าวเปิดเผยผลการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA 2018 ว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้เข้าร่วมกับ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพระบบการศึกษาของประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพสำหรับการแข่งขันในอนาคต ผลการประเมิน PISA สำหรับประเทศที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ในด้านการอ่านซึ่งเป็นด้านที่เน้นในการประเมินรอบนี้ ได้แก่ ประเทศจีนนี่มณฑล สิงค์โปร์ มาเก๊า ฮ่องกง และเอสโตเนีย

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย สสวท.จัดการสอบ เมื่อเดือนสิงหาคม พศ. 2561 ที่ผ่านมา มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษาเข้าร่วมการประเมินในรอบนี้ พบว่านักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 487 คะแนน) คณิตศาสตร์ 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้น 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งในการทดสอบทางสถิติถือว่าคณิดศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรอบการประเมินที่ผ่านมา

“เชื่อว่า PIAS เป็นโปรแกรมที่มั่นใจว่า ศธ.สามารถเอาข้อมูลมาพัฒนานักเรียนได้อย่างจริงจัง และมั่นใจว่าแนวทางที่ ศธ.กำลังพัฒนา จะสามารถขับเคลื่อน พัฒนานักเรียนให้พร้อมกับการสอบ PISA ในปี 2564 ที่จะถึงนี้ ได้แน่นอน” นายณัฐพล กล่าว

ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน พบว่าผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย กลุ่มโรงเรียนน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศ/เศรษฐกิจ ที่มีคะแนนสูงสุดห้าอันดับแรก และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่นๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งนี้ คะแนนด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกกลุ่มโรงเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผล PISA 2015 ที่ผ่านมา

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ OECD แบ่งระดับความสามารถของนักเรียนในแต่ละด้านเป็น 6 ระดับ โดยระดับ 2 ถือเป็นระดับพื้นฐานที่นักเรียนสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงพบว่า ในด้านการอ่านค่าเฉลี่ย OECD มีนักเรียน 77% ที่มีความสามารถด้านการอ่านตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป สำหรับประเทศไทย มีนักเรียนที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป ประมาณ 40% ส่วนในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นักเรียนไทยที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป มีประมาณ 47% และ 56% ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ย 0ECD คณิตศาสตร์ 76%% และวิทยศาสตร์ 78%) ทั้งนี้ในสองด้านนี้มีสัดส่วนของนักเรียนไทยที่มีความสามารถระดับสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ PISA 2015 ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการอ่านที่นักเรียนมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชาย 39 คะแนน นอกจากนี้ จะพบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีคะแนนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ถือเป็นเรื่องน่าชื่มชมอย่างมาก

นายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า จากการประเมินที่ผ่านมา มีข้อสังเกตสำคัญ 3 ประการ คือ ประการแรก ผลการประเมินชี้ว่าระบบการศึกษาไทยมีส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในระดับสูงได้ ประการที่สอง นักเรียนไทยทั้งกลุ่มที่มีคะแนนสูงและกลุ่มที่มีคะแนนต่ำมีจุดอ่อนอยู่ที่ก้านการอ่าน ซึ่งใน PISA 2018 เป็นการประเมินการอ่านเนื้อหาสาระที่มาจากทั้งแหล่งข้อมูลเดียวและหลายแหล่งข้อมูล อีกทั้งสื่อที่นักเรียนได้อ่านส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติของการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของโลก และสอดคล้องกับการใช้ข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คนทั่วโลก ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยจึงควรส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในการเรียนการสอน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและยกระดับความสามารถด้านการสอบของนักเรียนในยุคดิจิทัลต่อไป และประการที่สาม แนวโน้มคะแนนการอ่านของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง และความฉลาดรู้ด้านการอ่าน มีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยจึงต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนอย่างเร่งด่วน

นายณัฏฐพล เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวผลการประเมิน PISA ว่า ตนภูมิใจที่นักเรียนรักษาระดับได้ และคะแนนในส่วนของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ขยับเพิ่มขึ้นมา แสดงให้เห็นว่าในการทำงานของ ศธ.ที่ได้เน้นในเรื่องคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์นั้นประสบความสำเร็จ และต้องรักษาระดับนั้นต่อไป ส่วนประเด็นที่การอ่านจะต้องปรับปรุง นั้นภาพรวมการอ่านของทุกประเทศตกทั้งหมด แต่ประเทศไทยอาจจะตกไปมาก ทั้งนี้ ศธ.กำลังพัฒนาด้านๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นการอ่าน วิเคราะห์ให้มากขึ้น ไม่ใช่ส่งเสริมเพื่อเป็นทักษะในการสอบเท่านั้น แต่เป็นทักษะในชีวิตจริงที่นักเรียนจำเป็นต้องมี และในผลการสอบ PISA ปีนี้ จะไม่มีการจัดอันดับ เพราะผลการสอบของแต่ละประเทศนั้นไม่เท่ากัน จึงยากในการจัดอันดับ อีกทั้งอยากให้ประเทศนำคะแนนของตนเพื่อนำมาปรับปรุง มากกว่าไปแข่งกับประเทศอื่น

“ขณะเดียวกัน การส่งเสริมให้ทั่วประเทศมีคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นแนวทางที่ ศธ.จำเป็นต้องทำ เพราะการสอบ PISA นั้นเป็นการสุ่มสอบนักเรียนทั่วประเทศ ฉะนั้นวิธีที่จะป้องกันปัญหาได้ดีที่สุดคือทำให้นักเรียนทั่วประเทศมีความสามารถใกล้เคียง ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อที่มั่นใจว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า นักเรียนจะทำคะแนนได้ดีในทุกภาคส่วนแน่นอน”นายณัฏฐพล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...