โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

60 ปี พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม เพลงลูกทุ่งที่ยังคงสะท้อนชีวิตจริงของคนชนบท

becommon.co

อัพเดต 28 ก.ย 2564 เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2564 เวลา 12.55 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

นอกจากความบันเทิงและเสียงไพเราะของนักร้อง มนต์เสน่ห์อีกอย่างที่ ‘เพลงลูกทุ่ง’ ยังคงรักษาไว้ได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย คือการทำหน้าที่บอกเล่าความเป็นไปของผู้คนและสังคมในช่วงเวลานั้นๆ

ด้วยลีลาภาษาทีเล่นทีจริง เสียดสี และจิกกัดปนอารมณ์ขัน ชวนให้ผู้ฟังขบคิดถึงสาระสำคัญที่เพลงลูกทุ่งต้องการสื่อ โดยเฉพาะผลงานอมตะที่คนไทยคุ้นหูและร้องได้ทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างเพลง ‘ผู้ใหญ่ลี’

“พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม

ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี…”

‘ผู้ใหญ่ลี’ คือเพลงเอกของพิพัฒน์ บริบูรณ์ ครูเพลงลูกทุ่งผู้ใช้นามแฝงในวงการแต่งเพลงว่าสมบัติ เพชรลานนา หรือ อิง ชาวอีสาน ซึ่งพลิกแพลงมาจากการแสดงหมอลำในงานบุญที่จังหวัดอุบลราชธานีใน พ.ศ. 2502 เมื่อครั้งไปเยี่ยมบ้านเกิดของ ศักดิ์ศรี ศรีอักษร ภรรยาผู้ขับร้องเพลงผู้ใหญ่ลีเป็นคนแรก

เมื่อคนกรุงแต่กำเนิดอย่างครูพิพัฒน์ได้ชมศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวอีสานนั้นแล้ว ก็อดกลั้นขำไม่ได้ เพราะตัวละครนำที่รับบทเป็นผู้ใหญ่บ้าน พยายามพูดภาษาไทยภาคกลางด้วยความไม่รู้ประสา จนเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากผู้ชมได้ขนานใหญ่ นี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ครูพิพัฒน์เริ่มต้นเขียนเพลงผู้ใหญ่ลี

เวลาเดียวกัน สังคมไทยยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและเปลี่ยนแปลงของขั้วการเมือง ภายใต้การปกครองของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังทำรัฐประหารเพื่อโค่นอำนาจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สำเร็จตั้งแต่ พ.ศ. 2500 และต้องการพลิกโฉมประเทศไทยให้ทันสมัย

สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขณะครองยศพลเอกPhoto: Memorial book of Field Marshal Sarit Thanarat (1950s)

ใน พ.ศ. 2503 จึงประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก ระหว่าง พ.ศ. 2504-2509 เพื่อเป็นแนวทางยุทธศาสตร์ชาติสำหรับพัฒนาประเทศครั้งใหญ่บนหลักคิด ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ บำรุงความสะอาด’ โดยมุ่งปรับปรุงพื้นที่และสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หวังกระจายความเจริญและอาชีพไปสู่ชนบท

เพราะก่อนหน้านั้น สภาพความเป็นอยู่ของคนไทยในต่างจังหวัด ค่อนข้างอัตคัดและล้าหลัง คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกสิกรรม ทำการเพาะปลูกเพื่ออยู่เพื่อกิน ทั้งๆ ที่น้ำประปาและไฟฟ้ายังเข้าไปถึงด้วยซ้ำ การพัฒนาจึงเป็นสิ่งใหม่ที่คนชนบทตื่นตัวสนใจด้วยความคิดความอ่านที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง

สาระสำคัญของเพลงผู้ใหญ่จึงลีผูกโยงอยู่กับเหตุบ้านการเมืองในสมัยนั้น เพราะต้องการเสียดสีนโยบายของภาครัฐนโยบายจากแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก เช่น การตีกลองของผู้ใหญ่ลีเพื่อเรียกชาวบ้านมาประชุมสะท้อนให้เห็นความล้าหลังของสังคม และวิถีชีวิตที่แร้นแค้น ซึ่งยังห่างไกลจากคำว่าพัฒนาแล้ว

“…ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา

ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร…”

การเร่งพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐที่วางเอาไว้ ด้วยวิธีสื่อสารเดียวกันกับที่ใช้ในระบบทหาร คือ top-down หรือจากบนลงล่าง หมายความว่า รวมอำนาจการตัดสินใจเด็ดขาดไว้ที่ผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียว แล้วค่อยออกคำสั่งในคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นเชื่อฟังแล้วทำตามเป็นทอดๆ โดยห้ามมีข้อโต้แย้งใดๆ

โครงสร้างเชิงอำนาจที่ผูกขาดกับส่วนกลางหรือคนคนเดียวเช่นนี้ จะสร้างปัญหาและความผิดพลาดตามมาได้ เพราะขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ไร้เสียงคัดค้านที่จะช่วยแก้ไขและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติเหล่านั้น เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของทุกๆ ฝ่ายให้ตรงกัน

เมื่อทางการสั่งมาว่าให้ทำ ทุกคนจึงไม่ได้สนใจเหตุผลเบื้องหลัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาที่สั่ง แท้จริงมีความหมายว่าอย่างไร เพราะมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น ต่อให้ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง ก็แค่ก้มหน้าก้มตาทำให้จบไป

“…ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร

ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้ คือหมาน้อยธรรมดา…”

‘สุกร’ หรือ‘คำสุภาพ’ คือผลพวง‘รัฐนิยม’ ซึ่งเป็นคำสั่งของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตกทอดมาถึงยุคของจอมพลสฤษดิ์ เนื้อหาสำคัญของรัฐนิยมคือต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยให้เป็นระเบียบแบบแผนอย่างชาติตะวันตก

คำที่ใช้ในคำสั่งและแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรกจึงเป็นคำทางการและคำสุภาพที่ไม่ค่อยพบเห็นโดยทั่วไปในชีวิตประจำวันแทนภาษาปากหรือภาษาพูด เช่น ใช้กระบือแทนควาย ใช้โคแทนกระบือ ยิ่งทำให้คนชนบทสงสัยความหมายของแต่ละคำ นำไปสู่การตีความผิดและคลาดเคลื่อนตามเพราะไม่ได้แตกฉานภาษาไทยภาคกลาง

เหมือนในเนื้อเพลงที่ตาสีแปลไม่ออกว่าสุกรคือตัวอะไร ส่วนผู้ใหญ่ลีก็ตอบไปผิดๆ ว่า หมา นี่คือช่องว่างความเข้าใจที่แตกต่างกันระหว่างรัฐกับประชาชน ชนชั้นปกครองกับชาวบ้าน กลายเป็นเพลงเย้ยหยันการพัฒนาชนบทของรัฐในตอนนั้น

“…สายันต์ตะวันร้อนฉี่ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจอน

แดดฮ้อนฮ้อนใส่แว่นตาดำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ
ถอดแว่นตาดำฟ้าแจ้งจางปาง…”

เดิมที‘ผู้ใหญ่ลี’ เป็นหนึ่งในเพลงประจำวงดนตรีของครูพิพัฒน์ที่ใช้เดินสายแสดงตามต่างจังหวัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 แต่ในเวลาอันสั้น เพลงนี้กลับโด่งดังทั่วประเทศ ไปแสดงที่ไหนก็มีแต่คนตั้งหน้าตั้งตารอ สร้างชื่อเสียงให้ครูพิพัฒน์ และศักดิ์ศรี เป็นที่รู้จักในแวดวงลูกทุ่งไทย จนกระทั่งใน พ.ศ. 2507 จึงได้ฤกษ์บันทึกเสียงลงแผ่นครั้งแรก ซึ่งขายดีมากจนโรงงานผลิตแผ่นเสียงไม่ทันตามความต้องการ

Photo: https://www.discogs.com/Louise-Kennedy-Puyai-Lee/release/11831407

ผู้ใหญ่ลียังดังไกลถึงสหรัฐอเมริกา เมื่อ หลุยส์ เคนเนดี้ (Louise Kennedy) ลูกสาวของที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ องค์การสหประชาชาติ ผู้เคยเข้ามาประจำการที่ประเทศไทย นำเพลงนี้ไปร้องในเกมโชว์ To Tell The Truth โดยใช้ทำนองเพลง Green Onions (1962) ของวงดนตรีBooker T. & The MG’s แทน ผลตอบรับเกินความคาดหมายของทุกคนเพราะวงของเธอชนะการแข่งขัน

ด้วยความใสซื่ออย่างคนชนบท ทำให้ผู้ใหญ่ลีเป็นภาพแทนของเจ้าหน้าที่รัฐผู้พยายามทำตัวให้ทันสมัย ทั้งใส่แว่นตา ขี่ม้าต่างขับรถฝรั่ง แต่มันช่างดูน่าขำผิดฝั่งผิดฝาในสายตาของคนที่พบเห็น ท่อนสุดท้ายของเพลงจึงล้อเลียนลักษณะและบุคลิกภาพของผู้ใหญ่ลี

“…คอกลมเหมือนดั่งคอช้าง เอวบางเหมือนยางรถยนต์

รูปหล่อเหมือนตอไฟลน หน้ามนเหมือนเขียงน้อยซอยซา
เขียงน้อย เขียงน้อยซอยซา”

ตลอดเวลา 60 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2504-2564 ประเทศไทยประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว 12 ฉบับ แม้จะเปลี่ยนแปลงระดับความยากจนของคนในประเทศให้ลดลงมาก และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากเกษตรกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมได้จริง

แต่ผลที่ตามมากลับทำให้เกิดช่องว่างเรื่องรายได้และทรัพย์สินระหว่างชนชั้น เพราะขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะช่วยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ส่วนคำสั่งที่รับส่งเป็นทอดๆ จากบนลงล่าง ล้วนไม่ได้สนใจประชาชนที่ได้รับผลพวงของการพัฒนา

ความเสียดสีชวนให้ขำขันของเพลง จึงไม่อาจกลบเกลื่อนความจริงอันเจ็บปวดที่เป็นบทสรุปของชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ใหญ่ลี ตาสี และชาวบ้านไปได้

 

อ้างอิง

  • กรุงไทยออดิโอ. ตำนานผู้ใหญ่ลี: ประวัติ พิพัฒน์ บริบูรณ์. https://bit.ly/3EQIKpB
  • คุณพระช่วย. ๕๗ ปี ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม. https://bit.ly/3o7dP2n
  • ปาริชาต สถาปิตานนท์. การสื่อสารด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม. https://bit.ly/3zMNJnq
  • Thai PBS. ความจริงไม่ตาย: ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม. https://bit.ly/3kOUYXX
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...