โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความลับ ทำไมรังนกถึงเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเพื่อสุขภาพ

TODAY

อัพเดต 07 ต.ค. 2563 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 05.02 น. • workpointTODAY

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมต้องซื้อรังนกแท้ไปให้คนที่เรารัก ?

คำตอบคือสาร NANA” (นานะ หรือ N-Acetylneuraminic Acid) ที่มีอยู่มากในรังนกแท้นั่นเอง NANA (นานะ) มีส่วนสำคัญที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก เพราะมีส่วนช่วยเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และตัวรังนกเองก็มีคุณประโยชน์มากมายอันเป็นที่ยอมรับมานานหลายร้อยปี

-----------------------------------

[ ประโยชน์ของ “รังนก” และ “NANA” (นานะ) ]

เมื่อภูมิคุ้มกันตก ต้อง “NANA” (นานะ) ในรังนกแท้

มีนักวิจัยได้แยกส่วนประกอบของรังนกออกมา มีการทำวิจัยกันอย่างแพร่หลาย ผลปรากฏว่าในรังนกมีโปรตีนเป็นหลักประมาณ 40-60 %, มีคาร์โบไฮเดรต, มีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายชนิด และแร่ธาตุมากมาย เช่น แคลเซียม โซเดียม แม็กนีเซียม และธาตุเหล็ก *ดังนั้นดูจากสารอาหารที่มีในรังนก นับว่าไม่ธรรมดา

หนึ่งในสารที่อยู่ในรังนก มีชื่อว่ากรดไซอะลิค หรือมีอีกชื่อทางการคือ N-Acetyl-Neuraminic Acid ชื่อย่อว่า NANA (นานะ)

ในปี ค.ศ. 2006 มีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นค้นพบอีกหนึ่งคุณสมบัติเพิ่มเติมของรังนกคือ "ป้องกันการติดเชื้อไวรัสบางชนิด" และมีส่วนช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

NANA (นานะ) เป็นกรดที่หาได้ยากมากในเนื้อสัตว์ทั่วไป อย่างในเนื้อไก่มี NANA (นานะ) เพียง 0.02 % ส่วนเนื้อปลาแซลม่อนมี NANA (นานะ) 0.01 % ขณะที่รังนกแท้ มี NANA (นานะ) อยู่ถึง 9 % เรียกได้ว่าเยอะกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปหลายเท่า ดังนั้น การกินรังนกจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์มาก สำหรับคนที่ต้องการกรดไอซะลิก หรือ NANA (นานะ) เข้าสู่ร่างกาย

ดังนั้น ถ้าดูจากการวิจัยแล้วก็คงพอเข้าใจเหตุผลที่คนโบราณถึงให้ความสำคัญ และสร้างมูลค่าของรังนกเอาไว้แพงกว่าวัตถุดิบอื่นๆ โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า คนชาติยุโรปจะยกย่องรังนกว่าเป็น "คาเวียร์แห่งโลกตะวันออก"

-----------------------------------

[ รังนก คุณประโยชน์คลาสสิกจากอดีตถึงปัจจุบัน ]

ในตำรับแพทย์จีนระบุสรรพคุณรังนกไว้ว่า สามารถช่วยบำรุงพลัง และระบายความร้อน ช่วยให้ปอดมีความชุ่มชื้น ขับเสมหะ และบรรเทาอาการไอ

สารอาหารในรังนกยังมี NANA (นานะ) ที่จะช่วยต้านการติดเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น พอจะพูดได้ว่า รังนกมีส่วนช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย หรือพูดง่ายๆ คือเป็นวัตถุดิบที่ทำให้มนุษย์มีโอกาสทำให้ป่วยได้น้อยลงกว่าเดิม

มีรายงานวิจัยพบว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น อีพิเดอร์มอล โกรท แฟคเตอร์ (Epidermal Growth factor (EGF) ในร่างกายจะผลิตได้น้อยลง ดังนั้นการได้รับ EGF อาจมีประโยชน์ในการช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซม และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ซึ่งในรังนกมี EGF ซึ่งเป็นเปปไทด์ที่มีโครงสร้างเหมือนกับ EGF ที่อยู่ในคน มีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ชั้นนอกสุด และเยื่อบุต่างๆ**

และเพราะมีคุณประโยชน์มากมาย ประเทศไทยจึงมีการควบคุมปริมาณการเก็บรังนก โดยใช้ระบบสัมปทานรังนกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดให้ผู้รับสัมปทานต้องเก็บรังนกเฉพาะช่วงที่เหมาะสมเท่านั้น และปล่อยให้นกได้วางไข่เพื่อเพิ่มประชากรของนกในปีถัดไป ซึ่งผู้รับสัมปทานจะมีการดูแลรักษาระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมของเกาะที่นกอาศัยอยู่อย่างเข้มงวด เพื่อให้มีวงจรการแพร่พันธุ์ของนกแอ่นกินรังให้เป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด

นอกจากนี้ ตามธรรมชาติของนกแอ่นกินรัง เมื่อลูกนกเติบโตเต็มที่แล้วจะไม่ใช้รังเดิมอีก แต่จะสร้างรังใหม่ขึ้นแทน ดังนั้น การเก็บรังนกนางแอ่นจึงเป็นการช่วยเปิดพื้นที่ให้นกทำรังใหม่ได้สะดวกขึ้น

สำหรับ “รังนกแท้” ที่พบส่วนใหญ่ตามธรรมชาติ มักจะเป็น “รังนกขาว” ซึ่งรังนกคุณภาพดีจะมีเส้นยาว ขาว สะอาด และมีขนาดใหญ่ จึงถือเป็นรังนกที่มีความบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งปลอมปน

ที่ประเทศสิงคโปร์ ศาสตราจารย์ ลี และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ได้ทำการศึกษาวิจัยโครงสร้างทางเคมีต่อการเปลี่ยนแปลงของสีของรังนก พบว่า รังนกสีขาวตามธรรมชาติจะสามารถเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีอื่นๆ ได้นั้น เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของรังนกกับอากาศในถ้ำรังนก หรือในบ้านรังนกที่มีความชื้นและมีก๊าซไนโตรเจนสูง โดยไกลโคโปรตีนในรังนกจะทำปฏิกริยากับสารกลุ่มไนเตรตทำให้เกิดสีขึ้น ทำให้รังนกไม่บริสุทธิ์ และอาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้

ปัจจุบันรังนกแท้มีราคาแพงมาก ทำให้มีการผลิตรังนกปลอมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากจนไม่สามารถแยกได้ด้วยการมองด้วยตาเปล่า รังนกปลอมส่วนใหญ่จะผลิตจากยางไม้ชนิดหนึ่ง คือ ยางคารายา ซึ่งมีลักษณะสีขาว หรือ สีเหลืองอมชมพูจนถึงสีนํ้าตาลเข้ม  ไม่ละลายนํ้า แต่สามารถดูดนํ้า ทำให้พองตัวคล้ายวุ้น ขุ่นเล็กน้อย เมื่อนำมาต้มจะคล้ายรังนก แต่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เพื่อให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างรังนกแท้ และรังนกปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการนำเทคนิคอินฟราเรดสเปคโตรสโคปี (Infrared spectroscopy: FTIR) ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับเครื่องตรวจเพชรมาใช้ในกระบวนการตรวจสอบ โดยรังนกแท้จะมีรูปแบบของอินฟราเรดสเปคตรัม (Infrared spectrum) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรังนกแท้ จึงสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นรังนกแท้หรือรังนกปลอม

ดังนั้น ในการเลือกซื้อรังนกจึงควรพิจารณาจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือในกระบวนการตรวจสอบวัตถุดิบรังนกที่ใช้ในการผลิต และได้รับการรับรองมาอย่างยาวนาน

-----------------------------------

[ รังนกแท้ วัตถุดิบแห่งตำนาน ]

ประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ บันทึกว่าคนแรกที่เอารังนกมาประกอบอาหาร ได้แก่นายพลเฉิง โฮ จากกองทัพเรือจีน ในยุคราชวงศ์หมิง ราวยุคศตวรรษที่ 15

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้นายพลเฉิงก็คือ เมื่อกินรังนกไปแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองมีพลกำลังมากขึ้น และพลังร่างกายฟื้นฟูขึ้นจากเดิม

หลังจากกินรังนกมาสักระยะ นายพลเฉิงจึงได้เข้าใจว่า รังนกแท้จริงแล้วคืออาหารชั้นเลิศที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย

นายพลเฉิงจึงเก็บรังนกนางแอ่นกลับไปให้องค์จักรพรรดิของจีน และนับจากวันนั้นเอง ที่ในวัฒนธรรมจีนได้ยกย่องให้รังนกเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการในระดับสูง

ในตำรับยาของแพทย์จีน ระบุคุณสมบัติของรังนกว่า มีสรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยให้ฟื้นฟูจากอาการเจ็บป่วย ทำให้ปอดชุ่มชื้น ขับเสมหะ และบรรเทาอาการไอได้ดี นอกจากนั้นมีผลพลอยได้คือช่วยให้ผิวพรรณดี และชะลอความแก่ชรา

มีการทดลองนับครั้งไม่ถ้วนที่พิสูจน์ได้จริงว่า คุณค่าทางโภชนาการ และคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาลของรังนกเป็นเรื่องจริง

เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมต้องซื้อรังนกแท้ไปให้คนที่เรารัก ?

อ้างอิง:

*Chua L.S. and Zukefl S.N. 2016. A comprehensive review of edible bird nests and swiftlet farming. Journal of Integrative Medicine. Vol. 14, No.6; 415-428. http://dx.doi.org/10.1016/S2095-4964(16)60282-0 https://www.academia.edu/36861320/A_comprehensive_review_of_edible_bird_nests_and_2016_Journal_of_Integrative Tai S.K., Koh R.Y., Ng K.Y. and Chye S. M. 2017. A Mini Review on Medicinal Effects of Edible Bird’s Nest. Lett Health Biol Sci. Vol. 2, Issue 1; 65-67. DOI: 10.15436/2475-6245.17.016. https://www.researchgate.net/publication/317858316_A_Mini_Review_on_Medicinal_Effects_of_Edible_Bird's_Nest Daud N.A., Yusop S.M., Babji A.S., Lim S.J., Sarbini S.R. and Yan T.H. 2019. Edible Bird’s Nest: Physicochemical Properties, Production, and Application of Bioactive Extracts and Glycopeptides. Food Reviews International. 1-19. https://doi.org/10.1080/87559129.2019.1696359 https://www.researchgate.net/publication/337710013_Edible_Bird's_Nest_Physicochemical_Properties_Production_and_Application_of_Bioactive_Extracts_and_Glycopeptides ** Kong Y.C., Keung W. M., Yip T.T., Ko K.M., Tsao S.W., Nget M.H. 1987. Evidence that Epidermal Growth Factor is present in swiflet's (Collocalia) nest. Comp. Biochem. Physiol. 87B(2);221-226. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/3497769

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...