โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสูตร 1+1=10 ดอยตุง ผสาน Onitsuka Tiger การตลาดต้องยืนหนึ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2564 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2564 เวลา 12.05 น.

นับเป็นปรากฏการณ์ที่ฉีกแนวและสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย เมื่อสูตรคำนวณ 1+1 = 2 คงน้อยไปสำหรับ 2 คู่ค้ารายใหม่ของโลก “ดอยตุง” และ Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์รองเท้าชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย

หลายต่อหลายครั้งเราจะเห็น “กระแส” ความร่วมมือระหว่าง “แบรนด์” เพื่อสร้างจุดร่วมและทำการตลาดให้เข้มข้นขึ้นด้วยการผสมผสาน “จุดแข็ง” ของแต่ละฝ่าย ถือเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกใช้บ่อยครั้ง ปังก็เยอะ พังก็มี

แต่ที่แน่ ๆ ความร่วมมือเหล่านั้นก่อให้เกิดมุมมองใหม่ และได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ของแบรนด์คู่ค้าไปโดยปริยาย ทั้งสร้างการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ได้ตรงจุด

กรณี “ดอยตุง” แบรนด์สินค้าไทยที่เป็นมิตรกับคนทั่วโลก ซึ่งวางโพซิชันนิ่งในระดับพรีเมี่ยม ประกาศความร่วมมือกับ Onitsuka Tiger ผู้ผลิตรองเท้าสัญชาติซามูไร โดยเปิดตัว “รองเท้ารุ่นพิเศษ” ที่นำเอาผ้าไทยไปอยู่บนรองเท้าเป็นครั้งแรกของโลก

แม้ความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกของ “ดอยตุง” ในการสร้างแบรนด์+แบรนด์ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของงานคราฟต์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น แถมเตะตา

นับเป็นความภาคภูมิใจของผู้คิดผู้สร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดงานแฮนด์คราฟต์แบบดั้งเดิมของช่างฝีมือไทย ผสานกับรองเท้าดีไซน์เอกลักษณ์ ทำให้เกิดรุ่นยอดฮิตอย่าง MEXICO 66?, MEXICO 66? PARATY และ SERRANO

ข่าวระบุว่า กระแสตอบรับดีเกินคาด ความต้องการสินค้ามีมาก ทำให้สินค้าขาดตลาดในชั่วพริบตา ทั้งรุ่น สี ไซซ์ ที่ฮิต ๆ กัน จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น การตอบรับของแฟชั่นนิสต้าและเหล่าคนดัง ยังทำให้สินค้ายิ่งขายดีระเบิด เพราะไวรัลมาร์เก็ตติ้งในโลกโซเชียลมีเดียทั้งหลาย อาทิ มาริโอ้ เมาเร่อ, ดีเจ.พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ฯลฯ

ถือว่า “ดอยตุง” เดินมาถูกทางแล้ว แม้โควิด-19 จะทำให้ตลาดรวมซึม ๆ ไปบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา และกลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้เหล่าครีเอทีฟต้องพลิกกระบวนท่าในการคิดเพื่อสร้างสรรค์

ช่วงเวลาเดียวกัน แบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกันอย่าง SKECHERS (สเก็ตเชอร์ส) ก็ประกาศความร่วมมือกับ ดร.ซูสส์ (Dr.Seuss) นักเขียนและวาดภาพประกอบหนังสือเด็กระดับโลก ออกแบบรองเท้าคอลเล็กชั่นใหม่ที่นำตัวการ์ตูนที่รู้จักกันทั่วโลกสุดคลาสสิกอย่าง “The Cat in the Hat-เหมียวแสบ ใส่หมวกซ่าส์” มาสร้างสีสันกับสินค้ารุ่นพิเศษ

คอลเล็กชั่น SKECHERS x Dr. Seuss นำความสดใสจากโลกแห่งจินตนาการมาโลดแล่นในชีวิตจริง ผ่านรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและผู้ใหญ่ มี 7 รุ่นสำหรับผู้หญิง และเด็กผู้ชาย-เด็กผู้หญิงอย่างละ 1 รุ่น นอกจากนี้ ยังมีแผนนำตัวละครอื่น ๆ ของ ดร.ซูสส์มาอยู่ในคอลเล็กชั่นของสเก็ตเชอร์สอีกหลายรุ่น

ทั้ง 2 เคสถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างแบรนด์ที่มีจุดแข็งต่างกัน แบรนด์หนึ่งถนัดทำรองเท้า อีกแบรนด์ถนัดออกแบบ จึงเกิดดีไซน์ใหม่ ๆ ที่ดึงเอาความน่าสนใจมาไว้รวมกัน

เป็นการทำตลาดเชิงลึก สร้างความแข็งแกร่งให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้

หากมองย้อนกลับไปไม่นาน กระแสการ collaboration มีให้เห็นในทุกวงการ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งโซเชียล, ยูทูบ หรือวงการบันเทิง, ดารา, นักร้อง ที่ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์และผลิตภัณฑ์อย่างมากมาย

ผลลัพธ์ทางธุรกิจจึงมากกว่าปกติ 1+1 อาจไปไกลถึงระดับ 10

เพราะ “พลังความร่วมมือ” กำลังสร้างผลลัพธ์แบบมหาศาล

การตลาดต้องยืนหนึ่งก็จริง แต่ต้องไม่ยืนคนเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...