โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าฯ สมุทรสาครวอนประชาชน เชื่อมั่นในวัคซีนที่นำมาฉีดให้ ย้ำคุมเข้มปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย

TODAY

อัพเดต 08 มิ.ย. 2564 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 12.54 น. • workpointTODAY

สมุทรสาครฉีดวัคซีนแล้วกว่า 16% ของประชากรที่ต้องเข้ารับวัคซีน มีการออกบัตรพิเศษใช้เป็นส่วนลดร้านค้าได้หลังฉีด

วันที่ 8 มิ.ย. 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.รพ.สมุทรสาคร และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โรงพยาบาลสมุทรสาคร ณ บริเวณลานจอดรถใต้อาคาร ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย โดยที่จุดให้บริการแห่งนี้ มีผู้มาเข้ารับบริการฉีดวัคซีนทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค วันละประมาณ 1,200 - 1,500 คน 

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า จากภาพรวมในวันนี้เรื่องของการให้บริการฉีดวัคซีนที่จังหวัดสมุทรสาครนั้น ก็มีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีน ชนิดของวัคซีน และการนัดหมายเข้ารับบริการ เป็นต้น 

โดยส่วนตัวแล้ว อยากจะให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นในวัคซีนที่ฉีดให้ ภายใต้การพิจารณาความเหมาะสมจากแพทย์แล้วว่า บุคคลแต่กลุ่มประเภทมีความเหมาะสมกับวัคซีนชนิดไหนอย่างไร พร้อมกันนี้ก็อยากจะเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนให้เข้าใจและมาเข้ารับบริการฉีดวัคซีน 

ส่วนเรื่องปัญหาแรงงานข้ามชาตินั้น นอกจากมาตรการเข้มที่หน่วยงานภาครัฐดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของภาคเอกชนอย่างผู้ประกอบการ และโรงงานทุกแห่งด้วย โดยทางหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ก็ได้รับปากกับทางผู้ว่าฯ แล้วว่า จะกำชับให้สถานประกอบการทุกแห่ง ไม่รับแรงงานผิดกฎหมายหรือผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดสมุทรสาครอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เข้ามาทำงานในพื้นที่เป็นอันขาด

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ในแง่ของการส่งเสริมเพื่อการรณรงค์ให้ประชาชนไปฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับการส่งเสริมธุรกิจของจังหวัดสมุทรสาครนั้น ก็ได้ออกบัตรพิเศษเป็นบัตร “วัคซีน ททท” วัคซีนช่วยตัวเรา ช่วยหมอ ช่วยชาติ ซึ่งถ้าใครเข้ารับการฉีดวัคซีนจะได้รับบัตร “วัคซีน ททท” 1 ใบ สามารถใช้เป็นส่วนลดร้านค้าที่เข้าร่วมรายการได้ 5-10 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดสมุทรสาครในปัจจุบันนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มคลัสเตอร์โรงงาน โดยได้มีการใช้นโยบาย Bubble & Sealed เพื่อควบคุมโรค หรือควบคุมการติดเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด และให้สถานประกอบการยังสามารถดำเนินการต่อไปได้  

โดยในช่วง 2-3 วันมานี้ ยอดผู้ติดเชื้อของจังหวัดสมุทรสาครได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติลดลงมาตามลำดับ ซึ่งในส่วนของคลัสเตอร์โรงงานนั้นก็ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะการกระจายของโควิดเป็นไปได้ทั่ว  จากตอนแรกเป็นการกระจายเข้าสู่ชุมชนและครอบครัว ต่อมาก็เป็นการกระจายตัวในสถานประกอบการและโรงงาน หลายๆ จังหวัดที่มีทั้งโรงงานและแคมป์คนงาน จึงกลายเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังที่สำคัญ 

และเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสาครก็ได้มีการใช้มาตรการ Sealed โรงงานทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ซึ่งกลุ่มแรงงานที่ถูก Sealed นั้นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติ และเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ยังคงสามารถทำงานได้ ส่วนผู้ที่พบอาการก็แยกออกมาอยู่ในโรงพยาบาลสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่กลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มผู้ติดเชื้อที่พบการแสดงอาการอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนที่อยู่ในชุมชนมากกว่า ดังนั้นในกลุ่มแรงงานนี้ จึงไม่ค่อยมีอะไรที่น่าเป็นห่วง

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ในด้านของการบริการจัดการวัคซีนนั้น ตามที่จังหวัดสมุทรสาครได้รับการจัดสรรวัคซีนมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. จนถึงปัจจุบันฉีดไปแล้วกว่า 1 แสนคน คิดเป็น 16-17 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมดที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยยังคงเหลืออีกราวๆ 4 แสนคน แต่เนื่องด้วยมีการเปลี่ยนแปลงการระบาดของสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงส่งผลให้การกระจายวัคซีนในขณะนี้ต้องปรับสภาพไปด้วย เพื่อให้รองรับกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้มุ่งเน้นว่า การฉีดวัคซีนในภาวะเช่นนี้ อย่างน้อยกลุ่มที่ลงทะเบียนหมอพร้อมแล้วเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 โรค ก็จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อน 

โดยในเดือนมิถุนายนนี้ จังหวัดสมุทรสาครมีผู้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนกว่า 50,000 คน และก็ได้รับวัคซีนค่อนข้างใกล้เคียงกับจำนวนนี้ แต่จำนวนวัคซีนที่จัดสรรมานั้น ก็จะมาเป็นแต่ละสัปดาห์และจะไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการให้บริการฉีดแก่กลุ่มเสี่ยงก่อนตามลำดับ ส่วนในเดือนกรกฎาคมที่จะมาอีกกว่า 330,000 โดส ก็จะสามารถฉีดให้กับประชาชนได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าจะครอบคลุมกับจำนวนประชาชนคนไทยตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...