โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช.รณรงค์วันเอดส์โลก เพิ่มองค์กรประชาสังคมเอชไอวีเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ธ.ค. 2565 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2565 เวลา 04.01 น.

สปสช.รณรงค์วันเอดส์โลก เพิ่มองค์กรประชาสังคมเอชไอวีเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง

วันนี้ (1 ธันวาคม 2565) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็น “วันเอดส์โลก” (World AIDS Day) เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ การยอมรับและเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก ในปีนี้ UNAIDS ได้รณรงค์ในประเด็น “Equalize: ทำให้เท่าเทียม” โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560 – 2573 ที่มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ “ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา”

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท บรรจุสิทธิประโยชน์ การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ เริ่มตั้งปีงบประมาณ 2549 เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทยขณะนั้น คาดว่ามีประมาณ 6 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ต้องได้รับยาต้านไวรัสราว 50,000 คน เพื่อให้เข้าถึงการรักษาและบริการอย่างเท่าเทียม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเอชไอวีและเอดส์เป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรง มีผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รัฐบาลจึงจัดสรรงบประมาณ 2,796.2 ล้านบาท ให้ สปสช. ดำเนินการดูแลโดยแยกจากงบเหมาจ่ายรายหัว

“17 ปีที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนาสิทธิประโยชน์ดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ ของ สปสช. อย่างต่อเนื่องร่วมกับกรมควบคุมโรค สธ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เป็นต้น ส่งผลให้สิทธิประโยชน์การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ ครอบคลุมทุกๆ ด้านและทุกๆ มิติ ตั้งแต่บริการตรวจหาเชื้อเอชไอวี บริการรักษาพยาบาล และบริการป้องกัน เกิดการเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เริ่มตั้งแต่สิทธิประโยชน์ยาต้านไวรัสสูตรพื้นฐานภายหลังการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (CL) โดย สธ.ขยายบริการยาต้านไวรัสโดยไม่จำกัดระดับภูมิคุ้มกัน (CD4) ให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีสำหรับหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก บริการให้การปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ (VCT) ทุกสิทธิฟรีปีละ 2 ครั้ง บริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP) บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังการสัมผัสเชื้อ (HIV PEP) บริการคัดกรองและตรวจยืนยันไวรัสตับอักเสบซีในผู้ติดเชื้อฯ และนำเข้าสู่การรักษา บริการเอกซเรย์ปอดคัดกรองวัณโรคในผู้ติดเชื้อฯ รายใหม่ทุกราย บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการตรวจเลือดและดูแลรักษา (RRTTPR) บริการถุงยางอนามัย ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมบริการของศูนย์องค์รวมในการดูแลผู้ติดเชื้อเอชเอไอวีและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงฯ ร่วมกับโรงพยาบาล” นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ข้อมูลปี 2565 (วันที่ 30 กันยายน 2565) มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์รับยาต้านไวรัสในระบบ (National AIDS Program NAP) 297,022 คน กลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี 119,756 คน ศูนย์องค์รวมจัดกิจกรรมในการดูแลผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงคู่ผลเลือดต่าง 68,369 คน และบริการยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีในกลุ่มเสี่ยง (PrEP) 10,074 คน และในปีงบประมาณ 2566 สปสช.จัดสรรงบประมาณ 3,978.5 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนสิทธิประโยชน์บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ทั้งหมด

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ความเท่าเทียม เป็นหลักการสำคัญของการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีภายใต้กองทุนบัตรทองที่ สปสช. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และในวันเอดส์โลกปีนี้ ตามที่ สธ.มุ่งดำเนินการเพื่อ ทำให้เท่าเทียม สร้างความตระหนักและความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า เอดส์เป็นเรื่องปกติ นั้น สปสช.ในฐานะภาคีเครือข่ายพร้อมสนับสนุนทั้ง 4 ประเด็นของการขับเคลื่อน ทั้งการลดการตีตราและเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี การส่งเสริมใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ การเข้าถึงชุดตรวจเชื้อด้วยตนเอง (HIV Self-Test) ที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยความสมัครใจ และการส่งเสริมการจัดบริการเอชไอวีโดยชุมชน ในรูปแบบการให้บริการโดยองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังมีความร่วมมือระหว่างองค์ภาคประชาสังคมที่ให้บริการด้าน เอชไอวี และ สปสช.ในการเข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการระบบบัตรทอง โดยเป็นการขึ้นทะเบียนร่วมเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านในระบบบัตรทอง ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบให้องค์กรฯ ที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานการจัดบริการเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชุมชนโดยกรมควบคุมโรค เป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 พร้อมรับค่าบริการภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อร่วมบริการประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้เกิดการเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยเสริมการให้บริการหน่วยบริการที่มีอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกในชุมชน เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 ซึ่งขณะนี้มีองค์กรภาคประชาสังคม 17 องค์กรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...